ดูดีแบบคนดัง 'เต้-นันทศัย พิศลยบุตร'

เข้าสู่ช่วงคลายล็อคกันแล้ว หลายคนอาจประสบปัญหาใส่เสื้อผ้าชุดเดิมไม่ได้ เพราะตามใจปากในช่วงกักตัวมากไป ยิ่งรีบหักโหมลดหุ่น แต่เดี๋ยวก่อนค่ะคุณ เรื่องแบบนี้ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญอย่างหนุ่มเต้คนนี้ ที่โควิด-19 ทำอะไรกล้ามท้องของเขาไม่ได้ ยิ่งฟิตเฟิร์มกว่าเดิม เพียงอ่านแล้วทำตาม รับรองว่า  ซิกแพ็คของแท้มาแน่นอน

 

 

ออกกำลังให้ถูกวิธี

     การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ดี แต่วิธีที่ถูกต้องก็สำคัญ การออกกำลังหรือเล่นกีฬาควรศึกษาให้ดี ไม่ใช่ดูคลิปแล้วทำตามอย่างเดียว เพราะอาจเกิดอันตรายได้ โดยเฉพาะการเล่นเวท ท่าทางในการออกกำลังและน้ำหนักที่ใช้ แต่ละคนมีพื้นฐานต่างกัน บางคนตัวเล็ก บางคนตัวใหญ่ บางคนเคยเล่น บางคนไม่เคยเลย ท่าเดียวกัน เล่นส่วนเดียวกัน แต่น้ำหนักไม่เท่ากัน บางคนใส่เต็มเหนี่ยวแล้วยก บาดเจ็บแน่นอน

     ถ้าเล่นคนเดียว ไม่มีเพื่อนคอยเซฟหรือไม่มีผู้รู้ดูแลข้างๆ อันตรายครับ ควรศึกษาว่าน้ำหนักตัวเท่านี้ควรเล่นเวทน้ำหนักเท่าไร อย่าใจร้อน ต้องสังเกตตัวเอง ความปลอดภัยสำคัญที่สุด ถ้าคุณอยากมีกล้ามใหญ่ หุ่นสวย แต่มองข้ามความปลอดภัย บาดเจ็บขึ้นมาอาจต้องพักระยะยาว เพราะฉะนั้นความปลอดภัยนั้นต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง

 

ทางสายกลางดีที่สุด

     ผมทำมาหมดแล้ว ออกกำลังกายหนักแทบทุกวัน ตลอดหกเดือน ชั่งอาหารทุกมื้อเป๊ะ ไม่กินขนม น้ำตาล ซึ่งเห็นผล แต่มีผลเสียตามมาคือความเครียด ดังนั้นควรเลือกทางสายกลาง ค่อยเป็นค่อยไป อยากกิน กินได้ แต่กินในปริมาณที่พอเหมาะ มากไปไม่ดี ถึงแม้สิ่งมีประโยชน์อย่างนม กินมากไปก็ไม่ดี เช่นเดียวกับกินคลีน คุมอาหาร เป๊ะเกินไปไม่หย่อนเลยก็เครียด ควรให้ร่างกายได้ผ่อนคลาย กินขนมได้ อย่างผมถ้าอยากกินขนมหวาน ก็กินมื้อเช้า แต่ถ้ากินมื้อสุดท้ายแล้วนอนนั่นคือไม่ได้เผาผลาญเลย สะสมไว้ก็อ้วน หรืออยากปาร์ตี้ก็ได้ เป็นเรื่องธรรมดาคนเราต้องเข้าสังคม แต่ต้องพอเหมาะ ไม่ใช่กินข้ามวันข้ามคืนหรือไปทุกวัน

 

 

ใช้เวลาปั้นหุ่นแต่คุ้มค่า

     ช่วงเริ่มต้นนั้นยากทุกอย่าง ไม่ว่าออกกำลังกาย เริ่มงานที่ใหม่ หรือการฝึกฝนต่างๆ ฉะนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือความมุ่งมั่นตั้งใจ ผมมีทริคอย่างหนึ่งคือหาเป้าหมายที่ชัดเจน เช่น ถ้าอยากมีหุ่นสวย คุณทำเพื่ออะไร ทำเพื่อความภูมิใจ เพื่อใส่เสื้อผ้าออกมาดูดี อะไรก็ได้ เมื่อเราตั้งเป้าหมายชัดเจนแล้วทำให้เต็มที่

      ผมขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่อยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง หรืออยากมีรูปร่างที่ดีขึ้น สู้ต่อไปครับ ทำต่อไป อย่าเพิ่งยอมแพ้ ของแบบนี้ไม่ได้เห็นผลวันสองวันหรือเดือนสองเดือน ต้องใช้เวลาพอสมควร และใช้ความต่อเนื่องในการออกกำลังกายถึงจะเห็นผล อย่าใจร้อน ค่อยเป็นค่อยไป ทุกอย่างควรอยู่ใต้ความปลอดภัย ควรศึกษา ถามผู้รู้เพื่อออกกำลังกายอย่างถูกต้องเพื่อให้เห็นผลชัดเจนที่สุด

 

ผู้ชายที่ดีในสายตาเต้

     สิ่งสำคัญคือการให้เกียรติ ไม่ว่าใครก็ตาม ไม่มีใครชอบคนที่ไม่สุภาพ ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ต้องเอาใจเขามาใส่ใจเรา การให้เกียรติคนอื่น มีกาละเทศะ ปัญหาต่างๆ จะไม่เกิดขึ้น และใครมองมาก็จะบอกว่าคุณเป็นสุภาพบุรุษ (ยิ้ม) สิ่งนี้สำคัญที่สุดครับ

 

ความรักกับสังคม

     ทุกวันนี้โลกเราอยู่ยากขึ้น รวมถึงโรคที่เกิดขึ้น เราควรใช้ชีวิตอย่างมีสติ ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน อยู่ด้วยอารมณ์ที่ทำอะไรให้คิดเยอะขึ้น เพื่อสังคมที่น่าอยู่ยิ่งขึ้น ยกตัวอย่าง เรื่องความรัก ถ้าคุณรักผู้หญิงคนหนึ่งด้วยใจจริง ความรักคือการที่เราทำให้คนที่เรารักมีความสุข อะไรที่เรายอมได้ควรทำ แบ่งปันได้ควรแบ่ง สิ่งไหนที่ทำให้เขารู้สึกไม่ดีก็อย่าทำ นั่นคือการแสดงความรักแก่เธอคนนั้นแล้ว

 

HUG Magazine

ดูดีแบบคนดัง

พี

ภาพประกอบ: @Taekopmam369

"เมื่อรู้สึกหดหู่หรือไม่สยายใจ ผมใช้วิธีออกกำลังกายเพราะได้ปลดปล่อย สดชื่น มีความสุข สิ่งที่เครียด อึดอัด จะคลายลง หลังจากออกกำลังเสร็จ เหงื่อออก ยิ่งสดชื่น แถมสุขภาพดีด้วย ได้ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตครับ"

Tae’s Tip


“จะรักตลอดไป” ปุ๋ย เดวิล ศุภมิตร & สายพิน จันทร์แจ่ม

เชื่อว่าหลายคนต้องเคยผ่านตาการ์ตูนของเขา ปุ๋ย เดวิล เจ้าของลายเส้นเอกลักษณ์และผลงานสยองขวัญผสมกลิ่นไอสิเน่หาให้จดจำ และต้องเคยเห็นมุกขำขันของสามีภรรยาบนหน้ากระดาษบ่อยครั้ง จะมีใครรู้ไหมว่าภรรยาคนนั้นมีตัวตนจริงโลดแล่นอยู่เคียงข้างสามีคนนี้เสมอมา วันนี้ปุ๋ย เดวิล จะนำเสนอการ์ตูนเรื่องพิเศษที่มีแค่เรื่องเดียว ที่พระพรหมเป็นผู้เขียน เขาและเธอเป็นตัวละครหลัก โลกใบนี้เป็นกระดาษวาดเรื่องราวแสนสนุกสนานมายี่สิบกว่าปี

 

 

แรกสะดุดตานารีข้ามถนน

เราเริ่มด้วยคำถามคลาสสิคว่าทั้งสองพบกันได้อย่างไร พี่ปุ๋ยหัวเราะก่อนเท้าความถึงความหลังเมื่อยี่สิบปีก่อนนี้ที่ยังสดในความทรงจำ

    “ผมเขียนการ์ตูนอยู่ ตอนนั้นเปลี่ยนที่พักไปเรื่อยเพราะอยู่แต่ในห้องเดิมๆ เขียนงานไม่ได้ ไปอยู่แถวประชานิเวศน์ ฝั่งตรงข้ามเป็นออฟฟิศของสถาบัน AFS ปกติเป็นคนตื่นเช้าอยู่แล้ว ชอบไปยืนที่ระเบียงดูถนนเงียบๆ ก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งข้ามถนนไปทำงานในตอนแปดโมงทุกเช้า วิ่งเหมือนที่ทำงานห่างกันสิบกิโล (หัวเราะ) ทั้งที่ข้ามถนนก็ถึงแล้ว และเป็นแค่ถนนหมู่บ้าน ไม่ใช่ถนนหลวงที่กว้างกว่า แต่วิ่งเต็มเหยียดทุกเช้า จนผมต้องคอยดูทุกวัน ไม่เห็นไม่ได้ เหมือนขาดอะไรไป”

 

เรื่องจึงเดินตามสเต็ปรักที่พระพรหมลิขิตไว้ จากแค่ยืนดูก็เริ่มอยากรู้จัก แต่จะทำอย่างไร ถ้าไปขวางในตอนเช้าคงไม่ได้คุยกันแน่นอน พี่ปุ๋ยจึงคิดหากลวิธีในแบบตน ด้วยการนั่งเฝ้ารอนักวิ่งหญิงคนนั้นกลับมาที่อพาร์ตเม้นต์ และเมื่อเธอมา ชายหนุ่มก็แกล้งทำตัวบ้าๆ บอๆ ให้เธอตำหนิติเตียน หรือหาเรื่องคุยกับคนข้างล่างแถวนั้นเพื่อสืบข่าวของเธอ ค่อยๆ เข้าหา จนในที่สุดพี่สายพิณยอมหันมาพูดคุยกับหนุ่มนักวาดการ์ตูนที่ภายนอกผมยาวกระเซอะกระเซิงดูน่ากลัวคนนี้

     “ไปทักเลยไม่ได้ครับ อาจโดนแจ้งความได้ เพราะสารรูปตอนนั้นไม่น่าดูนัก (หัวเราะ)”

     “ก็เป็นเพื่อนกันก่อน พี่ปุ๋ยคิดไม่เหมือนคนอื่น นักเขียนจะมีจินตนาการ มีเรื่องประหลาดๆ มาเล่าให้ฟังอยู่ทุกวัน ไม่รู้เลยว่าเขามอง จนเขาถามว่าทำไมต้องวิ่ง นั่นสินะ ออกจากบ้านเร็วกว่านี้อีก 5 นาทีก็ไม่ต้องวิ่งแล้ว แต่เคยชิน ต้องวิ่ง (หัวเราะร่วน)”

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตัดสินใจเลือกอีกฝ่าย คือการเปิดเผยธาตุแท้ตั้งแต่วันแรกที่เจอกันซึ่งหน้า

     “สมัยวัยรุ่น ย้อมสีใส่กันน่าดูเลย (ยิ้ม) บางคนไม่ได้ชอบสิ่งนี้ แต่หลอกตัวเอง หรือหลอกอีกฝ่ายว่าชอบเหมือนกัน สุดท้ายคืนร่างเดิม เหมือนผีเสื้อสมุทรในพระอภัยมณีที่ต้องคืนร่างจริง ถ้าคนเรารักกันตั้งแต่ร่างเดิม ก็จะไม่มีการคืนร่างอีกแล้ว มีแต่ดีขึ้น บางคนพยายามฝืนเอาไว้ แต่ร่างเดิมก็พร้อมจะคืนตัวอยู่ดี มารู้ทีหลังมันไม่สนุกเลยนะ ผมใช้ตัวจริงแสดงให้เห็นแต่แรก ไม่มีการเสแสร้งอะไร เมื่อเปิดตัวตนจริงแล้ว จากนั้นต้องถามกันว่าโอเคไหมกับแบบนี้ ถ้าไม่ตั้งแต่แรกก็จะไม่เจ็บ แต่ถ้าคบหาดูใจต่อได้ ก็ช่วยกันปรับปรุงให้ดีขึ้น”

 

แสดงจุดร่วม สงวนจุดต่าง

ข้อดีนั้นคนเรารับกันได้อยู่แล้ว แต่ข้อเสียล่ะ จะทำอย่างไร พี่ปุ๋ยกล่าวว่าถ้าไม่ใช่ข้อเสียที่ทำร้ายโลกนี้เกินไปนัก และสามารถแก้ไขได้ เขาก็โอเค ส่วนพี่สายพินพูดสั้นๆ ว่า “ทำใจ” พร้อมหัวเราะร่วน

     “เขาชอบดื่มเหล้ามาก่อนเจอเรา ก็ต้องจำยอม มีหน้าที่ซื้อให้ซะเลย ทำกับแกล้มให้ด้วย เขาก็กินในบ้านไม่ได้ไปไหน นานๆ จะออกไปข้างนอกสักที”

     “ผมเปลี่ยนเป็นการดื่มแบบที่ภรรยารับได้ ดื่มเป็นผู้เป็นคน ไม่ไปอาละวาดเมาสะเปะสะปะ เคยไหมที่เรายอมสิ่งที่ตัวเราไม่ชอบ แต่เป็นสิ่งที่คนที่เรารักที่สุดชอบ เพราะเรารักกัน และเมื่อทั้งคู่คิดเหมือนกัน ก็จะแย่งกันทำสิ่งที่อีกฝ่ายชอบ จนกลายเป็นฉันไม่ชอบแบบนี้ แต่ฉันแคร์เธอ ฉันเลยทำให้ได้ เมื่อแย่งกันทำสิ่งที่คนที่เรารักชอบ แบบนี้คุณอยู่ด้วยกันยันชาติหน้าเลย”

 

ฟังดูเรียบง่ายแต่ทำยากอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่คนเรายึดมั่นในอัตตาว่าสำคัญ สิ่งใดไม่ชอบจะไม่ยอมทำ ไม่ยอมลงให้แก่กันจนเป็นข่าวอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน พี่สายพินจึงอธิบายต่อด้วยคำง่ายๆ

     “เรารักตัวเองหรือเรารักเขา ถ้าเรารักตัวเองก็จะทำเพื่อตัวเอง แต่ถ้ารักเขา ก็จะทำเพื่ออีกคนได้ กลายเป็นต่างคนต่างทำให้กันและกัน”

พี่ปุ๋ยยังแถมท้ายด้วยว่า

     “ทำแล้วไม่ยากครับ เพราะจะเกิดความเคยชิน การได้เห็นคนที่เรารักดีใจ มีความสุข ก็พอละ (ยิ้ม) เคยรักใครมากๆ ไหม เมื่อรักมากแล้ว อย่างอื่นจะเป็นเรื่องรองหมดเลย

เราเหมือนได้คำตอบในใจ ชีวิตคู่ไม่ใช่การเพิ่มใครอีกคน แต่เป็นการลดตัวเองลงเพื่ออยู่ร่วมกัน เพื่อเป็น ‘เรา’ มากขึ้นนี่เอง

 

 เรื่องพิเศษแด่ศรีภรรยาที่รัก

แน่ละ ในฐานะคู่ชีวันขวัญชีวิตย่อมต้องมีเรื่องซาบซึ้งตรึงใจต่อกัน ซึ่งถ้าใครเคยได้อ่าน นั่นแหละคือการ์ตูนรักของปุ๋ย เดวิล ที่มีต่อสายพิน ภรรยาคนนี้

     “เรื่อง ‘จุดนัดพบ’ ครับ เป็นเรื่องสั้น งานจรรโลงสังคมในขายหัวเราะ ในเรื่องชายหญิงคู่หนึ่งจะเจอกันทุกร้อยปีที่เรือถีบรูปห่านกลางน้ำ เนื้อหาสื่อว่าทั้งสองไม่ใช่คน ในร้อยปีมีโอกาสเจอกันแค่หนึ่งครั้ง และมาเจอกันตรงนี้เท่านั้น เก็บความอยากคุยไว้มากมายมาร้อยปี แต่งตัวดีๆมาเจอกัน แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรมากนอกจาก ‘คิดถึงนะ รักเธอ’ พูดได้แค่นั้นเวลาก็หมดลง เธอก็ขึ้นไปอยู่บนสวรรค์ ผมก็ลงไปอยู่ยมโลก อีกร้อยปีค่อยเจอกันใหม่ ทั้งที่อยากพูดอะไรเยอะแยะแต่พูดได้แค่นั้น เพราะตลอดร้อยปีคิดถึงแต่เธอคนเดียว ในเรื่องผมเป็นนิรยบาล ส่วนเธอเป็นนางฟ้า และเธอเป็นนางฟ้าจริงๆ ของผม (ยิ้ม)”

เขาว่าคนเป็นนักเขียนพูดไม่เก่ง คงจะจริง เพราะพูดแต่ละคำด้วยน้ำเสียงเรียบสงบ แต่ตรงชัดเจนเสียจนไม่ต้องตีความอีก เพียงเท่านี้ก็รู้สึกถึงความจริงใจจนล้นพ้นแล้ว

 

การเอาชนะสิ่งยั่วยุ

ชีวิตคู่ต่อให้คนสองคนรักกัน ก็ย่อมมีเรื่องมากระตุ้นยั่วยุอยู่ตามรายทางให้ไขว้เขว พี่ปุ๋ยยกเพลง “ทะเลใจ” ของวงคาราบาวเปรียบเทียบว่าถ้าเข้าใจความหมายของเพลง ก็หักห้ามใจได้ไม่ยาก

     ”ถ้าไม่มีทะเลใจข้างในใจเรา ก็ไม่มีอะไรยั่วยุได้ ปฏิเสธทั้งหมดได้ และมีงานของบรมครูท่านหนึ่งที่ผมได้เคยอ่าน ท่านเขียนว่า ‘ถ้าบุญมี ชาติหน้าจะมาเชย’ ถ้าคิดได้แบบนี้จะไม่มีนอกใจ เพราะคุณเห็นคนนี้สวยนะ คิดไว้ชาติหน้าฉันจะมาเชย เพราะชาตินี้ฉันจะเชยเมียฉันคนเดียว ประโยคนี้ประทับใจผมมาก”

 

ด้วยรักและเป็นห่วง

พี่สายพินบอกว่า เรื่องน่าห่วงในตอนนี้มีแค่สุขภาพของสามีที่นอกจากดื่มเหล้า สูบบุหรี่แล้ว ยังเป็นโรค SLE เพราะเมื่อไรภูมิคุ้มกันมีปัญหา ใบหน้าก็จะเกิดรอยแผล เมื่อเราถามพี่ปุ๋ยบ้าง คราวนี้นักวาดการ์ตูนสยองขวัญก็ตอบชัดเจน

     “ไม่มีอะไรมากไปกว่าที่ว่าจะรักตลอดไป (ยิ้ม)”

เป็นคำรักซึ่งผู้ชายอีกหลายคนไม่กล้าพูด พี่ปุ๋ยกล่าวว่า ถ้าไม่กล้าพูดคำนี้ ก็ไม่ต้องกล้าพูดคำอื่นแล้ว

     “ที่จริงมันมีสองแบบ หนึ่งพูดบ่อยพร่ำเพรื่อ เจอสิบคนก็รักสิบคน พูดเช้าสายบ่ายเย็น พูดง่ายเกินไป ส่วนบางคนไม่พูดเลย ต่อให้รักแทบตายก็ไม่พูด เหมือนมีอะไรอุดปากไว้ แต่ถ้ามีรักจริง ถึงพูดยากแต่จะพูดครั้งเดียว ไม่พูดบ่อย คำนี้เป็นคำขลัง จะพูดเล่นไม่ได้ เพราะนอกจากเราแล้วยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายเป็นพยานด้วย ต้องรับผิดชอบคำพูดตัวเอง”

 

บทเรียนมีไว้จำและพัฒนา

ชีวิตคู่เปรียบเหมือนลิ้นกับฟัน เมื่อใกล้ชิดกันก็ต้องกระทบกระทั่งกันเป็นธรรมดา หลักที่ทั้งคู่ใช้คือ ต่างคนต่างแยกย้ายไปทำสิ่งอื่น รอให้อารมณ์เย็นแล้วค่อยกลับมาคุยกันใหม่ ถ้าต่างระบายอารมณ์ใส่กัน ก็มีแต่พังเท่านั้น

         “ถ้าไม่จำข้อเสีย ก็จะจำแต่สิ่งที่ดี ช่วยลดปัญหาการทะเลาะเบาะแว้งเลิกรากัน ถ้าไปขุดความจำที่ไม่ดีมาก็ยิ่งมีปัญหา ให้จำแต่สิ่งดีดีกว่า พอถึงเวลาทะเลาะกัน ก็จะนึกถึงภาพดีๆ ว่าเขาเคยคุยกับเราแบบนี้ เคยทำให้แบบนั้น ทุกอย่างจะเบาลง”

พี่ปุ๋ยยังเสริมด้วยว่าถึงมองข้ามแต่ก็พยายามแก้ข้อเสียของกันและกัน แม้ต้องใช้เวลา แต่ถ้าแก้ไขจนหมด สักวันข้อเสียจะหายไป เหลือแต่ข้อดี พี่สายพินจึงบอกข้อดีของสามีคนนี้ให้ฟังด้วยน้ำเสียงจริงจังแจ่มชัด

     “พี่ปุ๋ยเป็นคนดีมาก (ย้ำ) เป็นคนอารมณ์เย็น ต่างจากเราที่เป็นคนโผงผาง คิดอะไรพูดเลย พี่ปุ๋ยเป็นคนพูดหวาน พูดเพราะ เป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย ถ้าบอกว่าดีไปหมดทุกอย่างคงเว่อร์ (หัวเราะ) เพราะส่วนที่ไม่ดีมันเล็กน้อยเกินกว่าจะมาจดจำหรือมองเห็น ถ้าให้เกรดคือเอ+ (ยิ้ม)”

ฮั่นแน่ ในที่สุดก็ได้ยินคำหวานจากสาวปากแข็งบ้างแล้ว

 

การเลือกคู่ชีวิตที่ไม่ปรากฏในตำรา

เมื่อเรื่องชีวิตคู่ไม่มีสอนในสถานศึกษา นอกจากใช้ชีวิตเป็นตัวเรียนรู้ เราจึงถามทั้งสองในฐานะผู้มีประสบการณ์มาก่อน

     “ถ้าเขาทนข้อเสียของเราได้ และคนคนนั้นจะลดข้อเสียของเขาเองเพื่อให้คนที่ตัวเองรักมีความสุข อย่างที่บอก ถึงจะไม่ชอบแต่ก็ทำถ้าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่คนเรารักชอบครับ ถ้าคนคนนั้นทำในสิ่งที่เกลียดเพื่อเราได้ โอเคเลย หนังฝรั่งฉากแต่งงานผมชอบนะ เวลาที่บาทหลวงพูดคำสาบานให้เกียรติกัน จะรักและซื่อสัตย์ในยามชราและยามป่วยไข้ ดีมากๆ ใช่เลย ไม่ใช่ว่าพอทุกข์แล้วต่างคนต่างไป หรือถูกหวยแล้วเอาเงินไปด้วย”

แล้วพี่สายพินล่ะ จะมีคำแนะนำว่าอย่างไร

     “การมาเป็นคู่กันได้ ชาติที่แล้วเราทำบุญกรรมอะไรร่วมกันมา บางทีมีแฟนหลายคนแต่ทำไมไปไม่ถึงจุดแต่งงาน ถ้าอยากมีคู่ที่ดี ทำบุญเยอะๆ ให้ไปในที่ดีๆ อย่าไปในที่อโคจร คนเราต้องศีลเสมอกัน ถึงจะอยู่ด้วยกันได้ อย่าไปฝืน เพราะอะไรที่ไม่ใช่ของเรายังไงก็ไม่ใช่ อย่าเปลี่ยนตัวเราเพื่อใครสักคน แต่เป็นตัวเราที่พร้อมจะรักเขา เสียสละให้เขา ไม่ใช่อยากได้เขาเลยเปลี่ยนตามเขา ตราบใดที่เรารักคนอื่นมากกว่าเราเอง เราจะให้แหละ แต่ถ้ารักตัวเองมากกว่าก็จะเอาตัวเองเป็นหลักเท่านั้น จริงอยู่ที่คนส่วนใหญ่บอกว่าต้องรักตัวเองก่อน แต่ถ้าคุณจะเป็นครอบครัวกันแล้ว ถ้ายึดเอาแต่ตัวเอง มันก็ไม่ใช่ครอบครัว”

 

เรื่องนี้เป็นการ์ตูนแนวไหน

ก่อนจากกันเราถามปุ๋ย เดวิล ยอดนักวาดคนนี้ถึงการ์ตูนเรื่องราวชีวิตรักยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา

“น่าจะคอมเมดี้ แต่เชื่อไหมว่าพล็อตเดียวกันจะเป็นคอมเมดี้ แอคชั่น เขย่าขวัญได้หมด เรื่องนี้ของผมคงสามารถเปลี่ยนพล็อตได้มากมายแต่เนื้อหายังคงเดิม และชื่อเรื่องคือ ‘จะรักตลอดไป’”

เป็นเรื่องที่เรารอจะได้อ่านในลายเส้นของปุ๋ย เดวิลสักครั้งจริงๆ.

 

 

HUG Magazine

รักไม่รู้จบ

มาศวดี ถนอมพงษ์พันธ์


Salzburg: มนตรามาตุภูมิของโมซาร์ท

“Mozart’s Requiem Mass”

เราเดินทางถึงเมืองนี้ในเวลาบ่าย หลังจากเก็บสัมภาระเสร็จ การผจญภัยในนครหลวงแห่งยุคบาโรกก็เริ่มขึ้น.

 

     เมืองซาลซ์บูร์กตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศออสเตรีย เป็นเมืองแห่งศิลปะและสถาปัตยกรรมจนได้ฉายา “นครหลวงเเห่งยุคบาโรก” ซาลซ์บูร์กร่ำรวยจากการค้าเกลือตั้งเเต่ยุคโบราณ เป็นที่มาของชื่อ Salzburg ซึ่งแปลว่า ปราสาทเกลือ เมืองซาลซ์บูร์กแบ่งออกเป็น 2 เขต คือ เขตเมืองเก่าซึ่งได้รับการคัดเลือกจากยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก และเขตเมืองใหม่ซึ่งเป็นย่านธุรกิจและการค้าที่สำคัญอีกเมืองหนึ่งของประเทศออสเตรีย โดยมีแม่น้ำซาลซัคไหลผ่าน

 

   

การเดินทางภายในเมืองค่อนข้างสะดวกสบาย มีรถรางไฟฟ้าคอยให้บริการ และค่อนข้างจะตรงเวลา เราเลือกเดินลัดเข้าสู่เขตเมืองเก่า จุดแรกที่เรารีบมุ่งหน้าตรงไปคือสวนมิราเบลล์ หรือสวนแห่งความสุข ตั้งอยู่ภายในพระราชวังมิราเบลล์ สวนแห่งนี้แสดงถึงการจัดสวนแบบยุโรปในสไตล์สวนบาโรกได้อย่างลงตัว มีการปลูกดอกไม้สีสันสดใสไว้กลางสวน ล้อมรอบด้วยสนามหญ้าและไม้ยืนต้นสีเขียว มีโลหะหล่อรูปม้าเพกาซัส ประดับเป็นไฮไลท์อยู่ใจกลางน้ำพุ

 

  สวนแห่งนี้เคยเป็นฉากในภาพยนตร์เรื่องโด่งดัง The Sound of Music จนดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกให้หลั่งไหลไปตามรอยภาพยนตร์ เราเองก็ไม่พลาดที่จะตามถ่ายภาพ ในมุมเดียวกันกับฉากภาพยนตร์ เมื่อเราถึงจุดที่มองลงไปเห็นฉากมาเรียพาเด็กๆ เต้นรำรอบน้ำพุ ในเพลง “Do Re Mi” มองสูงขึ้นไป เราก็จะเจอกับฉากหลังของสวน เป็นป้อมปราการขนาดใหญ่

 

   

สุดเขตสวนมิราเบลล์เดินต่อขึ้นไปอีกนิด ข้ามแม่น้ำซาลซัคสีเขียวมรกต เพื่อเยี่ยมเยือนบ้านสีเหลืองหมายเลข 9 จุดหมายปลายทางที่ห้ามพลาดของการมาเมืองนี้ บ้านโมสาร์ทหรือพิพิธภัณฑ์โมสาร์ทเกบูร์ตสเฮาส์ เป็นบ้านซึ่งโมสาร์ทคีตกวีของโลกถือกำเนิด ครอบครัวของโมสาร์ทอาศัยอยู่ที่นี่จนเขามีอายุ 17 ปี ภายในจัดแสดงเอกสารต้นฉบับ มีห้องสำหรับนั่งฟังเพลง และจัดแสดงเครื่องดนตรี ภาพวาด ที่เกี่ยวกับประวัติชีวิตและผลงานของโมสาร์ท

 

   

     เดินต่อไปยัง ถนนเกไทรเด้ ถนนสายคลาสสิคแห่งหนึ่งของโลก ปัจจุบันเป็นย่านช้อปปิ้ง ร้านค้าแบรนด์เนม ร้านขายของที่ระลึก สินค้ายอดนิยมของเมืองคือ ช็อคโกแลตลูกบอลโมสาร์ท ที่ต้องซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้านกันเกือบทุกคน เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของร้านรวงในย่านนี้คือ ป้ายชื่อหน้าร้านที่ตกแต่งประดับอย่างวิจิตรอลังการ แค่เดินชมป้ายเท่านั้น ก็ถึงกับเมื่อยคอกันเลยทีเดียว

 

ชื่นชมความงามของเมืองมาเรื่อยๆ จนหยุดอยู่ตรงหน้า มหาวิหารซาลซ์บูร์ก ศาสนสถานขนาดใหญ่คู่เมืองอายุหลายร้อยปี เมื่อก้าวเข้าสู่ภายในมหาวิหาร เสียงเพลงจากออร์แกนดังกระหึ่มไปทั่วทั้งโบสถ์ ภายในมหาวิหารตกแต่งอย่างหรูหราตามอย่างศิลปะเเบบบาโรก ภาพวาดและประติมากรรมที่สร้างสรรค์โดยนักบุญและศิลปินชื่อดัง แสดงให้เห็นพลังศรัทธาทางศาสนาที่มีอย่างไม่เสื่อมคลาย มหาวิหารแห่งนี้เป็นสถานที่แรกซึ่งโมสาร์ทบรรเลงบทเพลงที่เขาประพันธ์ขึ้น

 

     รถเคเบิ้ลค่อยๆ เคลื่อนตัว พาเราขึ้นไปยัง ป้อมโฮเฮนซาลซ์บูร์ก จุดสูงสุดของเมืองนี้ ป้อมโฮเฮนซาลซ์บูร์กตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขา เป็นจุดที่สามารถมองออกไปได้ทุกทิศทาง เป็นป้อมซึ่งคงสภาพสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แม้ว่าสร้างมากว่า 500 ปีแล้ว พื้นที่ภายในป้อมกว้างใหญ่ มีห้องหับมากมาย เคยใช้เป็นที่พักของบาทหลวง คุกใต้ดิน ปัจจุบันได้รับการปรับปรุงเสมือนพิพิธภัณฑ์เพื่อให้นักท่องเที่ยวเดินชม

 

สองเท้าขึ้นไปยังจุดชมวิวของเมือง ภาพเบื้องหน้าช่างตรึงตาจนเรายืนตะลึงอยู่ตรงนั้นนานหลายนาที พระอาทิตย์ใกล้ตกดิน แสงสีส้มจากขอบฟ้ายิ่งทำให้ภาพเบื้องหน้ายิ่งขึ้น พระอาทิตย์ค่อยๆ ลับขอบฟ้าไปพร้อมกับแสงสุดท้าย ความมืดกำลังครอบคลุมทั่วบริเวณ ถึงเวลาที่เราต้องจากป้อมเเห่งนี้แล้ว ก่อนอำลาเมืองคลาสสิคแห่งนี้ด้วยความอาลัยในเช้าวันรุ่งขึ้น.

 

HUG MAGAZINE

‘พาหัวใจไปเที่ยว’

น้องฟาง.


The Five-Year Engagement แท้จริงแล้ว 'ความรัก' เรียกร้องอะไรจากเราบ้าง

     “ถ้าการเสียสละเป็นส่วนหนึ่งของความสัมพันธ์ เราต้องเสียสละแค่ไหน อย่างไร ถึงจะไม่กัดกินตัวตนของตนเอง”

 

 

เรื่องนี้เริ่มจากการที่ ทอม ขอ ไวโอเลต แต่งงานหลังจากคบกันมา 1 ปี เขาทำงานเป็นรองหัวหน้าเชฟที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในซานฟรานซิสโก ส่วนเธอเพิ่งจบปริญญาเอกด้านจิตวิทยามาหมาดๆ ความสัมพันธ์ราบรื่น เปี่ยมสุข เข้ากันได้ดี

 

แผนการแต่งงานเริ่มสะดุดเมื่อเพื่อนสนิทของทอมทำน้องสาวของไวโอเลตท้อง เลยต้องสลับให้คู่นั้นแต่งงานก่อน แล้วหลังจากนั้นก็เกิดจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิตของทั้งคู่ไวโอเลต ได้งานที่มหาวิทยาลัยมิชิแกน และจะได้ทำวิจัยหลังจบปริญญาเอกซึ่งเป็นงานในฝันของเธอ แต่เมืองมิชิแกนกับซานฟรานซิสโกนั้นไกลกันมาก เพราะอยู่คนละฟากฝั่งทวีปของสหรัฐอเมริกา ถ้าขับรถก็เป็นระยะทางเกือบ 4,000 กิโลเมตร

 

ในเมื่อตัดสินใจจะลงหลักปักฐานอยากอยู่ด้วยกันก็ต้องมีใครสักคนเสียสละ สุดท้ายทอมตัดสินใจลาออกจากงาน (ทั้งๆ ที่กำลังจะได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นหัวหน้าเชฟ) ย้ายตามไวโอเลตไปอยู่เมืองที่ดูแล้วไม่น่าจะรุ่งเรืองทางหน้าที่การงานในอาชีพเชฟเอาเสียเลย งานแต่งงานถูกเลื่อนไปจนกว่าจะพร้อม สถานะของทั้งคู่คือหมั้นกันไว้ก่อน อีกปี อีกปี และอีกปี

 

สำหรับทอมนี่คือ การออกจากพื้นที่ปลอดภัย ย้ายไปเริ่มต้นใหม่ ในสถานที่ใหม่ ต้องปรับตัว ปรับใจ รับมือกับคนรัก กับตัวเอง และกับคำถามภายในใจว่า เรากำลังทำอะไรอยู่ สิ่งนี้ถูกต้องแล้วใช่หรือไม่ ไหนจะหน้าที่การงานที่ถดถอย คุณค่าชีวิตในส่วนอื่นๆ ลดลง เรียกได้ว่าเป็นช่วงชีวิตที่ไร้สุขอย่างแท้จริง

 

     “ถ้าได้ดูหนังเรื่องนี้ตอนยังเด็กกว่านี้ เราคงหัวเสีย บ่นขรมใส่ตัวละครว่า ก็แล้วทำไมต้องมีใครเสียสละ ต่างคนต่างรักษาหน้าที่การงานของตัวเองไปสิ แต่เมื่อโตขึ้นมาแล้วเราได้เรียนรู้ว่า การเสียสละบางอย่างเพื่อรักษาบางอย่างนั้นเป็นส่วนหนึ่งของความสัมพันธ์ และสำหรับหลายคน การได้อยู่เคียงข้างคอยดูแล ให้กำลังใจ ใช้ชีวิตร่วมกัน คือเนื้อหาของการมีคู่ชีวิตในยามที่คุณมั่นใจว่านี่แหละคือคนที่อยากใช้ชีวิตร่วมกัน”

 

หนังเรื่องนี้ให้น้ำหนักแก่เหตุผลของตัวละครแต่ละคนได้ดีมาก เราเห็นใจทอมแต่ก็โกรธไวโอเลตไม่ลง เธอเป็นคนรักที่น่ารัก ใส่ใจความรู้สึกอีกฝ่าย และพยายามไม่น้อยไปกว่ากัน การสื่อสารระหว่างคู่ของสองคนนี้อาจจะไม่ดีที่สุดแต่ก็ไม่ถึงกับเลวร้าย เนื่องจากสถานการณ์นั้นรับมือได้ยากลำบากจริงๆ และหนังไม่ได้ตัดจบให้คำตอบง่ายๆ ว่า ในที่สุดรักย่อมชนะทุกอย่าง แม้รักจะสำคัญเป็นอย่างมาก แต่การหาจุดลงตัวของความเสียสละ เพื่อมิให้กัดกินตัวเองก็ยังคงจำเป็นเป็นอย่างมาก หลายๆ อย่างต้องใช้เวลา และบางอย่างก็ต้องปล่อยให้มันเป็นไป

 

 

ในแง่ของความเป็นหนังโรแมนติก-คอมเมดี้ The Five-Year Engagement เป็นหนังที่ดูสนุกมากค่ะ ดูเพลินแบบไม่เบาโหวงเลื่อนลอย มาครบทุกสูตรของความคอมเมดี้ ทั้งผองเพื่อนนักวิจัยของนางเอก เพื่อนห่ามๆ ของพระเอก มีมุกตลกเจ็บตัวปนอยู่บ้าง มุกบทสนทนาก็ไม่เบา ที่สำคัญเอมิลี บลันต์ ผู้รับบทนางเอกของเรื่องคือความสวยงาม ดูแล้วเพลินตา น่ารักมาก

 

HUG Magazine

คอลัมน์: สวมแว่นสีชมพูดูหนัง 

เรื่อง: รอมคอมแอดมิน

     เป็นหนังรอมคอมว่าด้วยความสัมพันธ์อีกหนึ่งเรื่องที่ไม่อยากให้คุณพลาด ควรชวนคนรักมานั่งดูด้วยกันในวันสบายๆ การได้ดูหนังว่าด้วยความสัมพันธ์ที่เขียนบทและออกแบบเรื่องราวมาลึกซึ้งและดีนั้น ช่วยให้ความสัมพันธ์ของมนุษย์ดีขึ้นได้จริงๆ นะคะ เรายืนยัน : )


นอกใจซ้ำๆ แล้วหวังว่าเขาจะให้อภัยได้?

A.

     “หนูคบกับแฟนมาหลายปีค่ะ พี่อ้อย ตอนแรกเราก็รักกันดี แต่ 3 เดือนให้หลังนี้ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป หนูดันไปมีมือที่สามค่ะ รู้ว่าทำร้ายจิตใจเขามาก ผิดที่หนูเอง ทำแล้วทำอีก จนวันหนึ่งเขาไม่รู้สึกอะไรกับเราแล้ว กลับกลายเป็นว่า ตอนนี้หนูอยากได้เขากลับคืนมาค่ะ แต่แก้ไขอะไรไม่ทันแล้ว หนูพยายามขอคืนดี ทำดีทุกอย่าง จนเขาให้โอกาสหนู แต่ทุกอย่างกลับไม่เหมือนเดิม เขาไม่สนใจอะไรที่หนูทำให้เลย หนูรู้นะคะว่าเรียกความรู้สึกดีๆ กลับมาไม่ได้ หนูน้อมรับ แต่หนูต้องทำยังไงคะ ไม่อยากเสียเขาไป หนูร้องไห้มาหลายวันแล้ว อยากทำให้ทุกอย่างดีขึ้น แต่อีกฝ่ายเขาไม่ยินดียินร้ายเราเลย”

 

 Q.

     ตอนเขาอยู่ เราไม่ดูแล อย่ามารู้สึกแย่ตอนเขาจากไป นอกใจซ้ำๆ แล้วหวังว่าเขาจะให้อภัย น้องไม่หวังสูงไปหน่อยหรือ รักใครให้ซื่อสัตย์ นี่คือคุณสมบัติง่ายที่สุดของคนรักกัน เขารักเรา เขาไม่เห็นมีใคร น้องรักเขาแบบไหนถึงนอกใจซ้ำแล้วซ้ำอีก คนที่เศร้ากว่าน่าจะเป็นเขาหรือเปล่า อย่าลืมนะ ความไว้ใจ สร้างไม่ง่าย ทำลายไม่ยาก และถ้ามันพังไปแล้ว โอกาสเรียกคืนความไว้วางใจแทบจะเป็นศูนย์ ไม่อยากเสียเขาไป ต้องถามใจของเขาเหมือนกันว่า ยังอยากมีเราเหมือนเดิมไหม เราเอาแต่ใจไม่ได้ค่ะ อยากนอกใจก็ไปกับคนอื่น จะเดินกลับมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นคงไม่ใช่ นอกใจไป 1 ครั้ง ยังเรียกว่า “พลาด” นอกใจ 2 ครั้งนี่คือ “ประมาท” แต่ถ้านอกใจซ้ำซาก แปลว่าเราไม่ได้รักเขาแล้วหรือเปล่า

คนรักกันย่อมไม่ทำร้ายกัน คือประโยคที่พูดตั้งแต่จัด Club Friday ครั้งแรกเมื่อ 15 ปีที่แล้ว รักพลางนอกใจพลาง จะให้เชื่อยังไงว่ารัก น้องพยายามขอโทษ ทำดีทุกอย่างแล้วรู้สึกว่ามันมีค่ามาก แต่มันมากพอสำหรับเขาไหมที่จะทำให้แผลในใจหายไป

ยังจำความตอนหนึ่งในหนังเรื่อง ฮาวทูทิ้งฯ ได้เลย

     “ขอโทษแล้วยังไง คิดว่าขอโทษแล้วจบ แยกย้ายกันไปใช้ชีวิตต่อได้ มันง่ายไปไหม เธอขอโทษเสร็จ ความรู้สึกต่อจากนั้น ถ้าจะไม่ให้อภัย มันคือปัญหาของเราใช่ไหม

     เอ็ม พูดตัดพ้อจีน แฟนเก่าที่อยู่ๆ ก็หายไป 3 ปี เพิ่งกลับมาขอโทษ เพื่อปลดเปลื้องความรู้สึกผิดในใจตัวเอง ช่างตรงกับสิ่งที่น้องกำลังรู้สึก ขอโทษแล้วนี่ไง ร้องไห้แล้วนี่ไง กำลังทำดีอยู่นี่ไง เรา move on ได้ง่าย รู้แล้วว่าผิด แต่กำลังทำในสิ่งที่ถูกต้องไง แล้วหัวใจอีกฝ่ายเขา move on ได้ง่ายเหมือนเราหรือ?

     “นอกใจ” ครั้งแรกยากที่สุด กว่าเราจะเอาชนะความถูกผิดดีเลวในใจ คนที่เรารักจะเสียใจแค่ไหนเมื่อรู้ ลองน้องทำได้ 1 ครั้ง ครั้งต่อไปก็ง่ายแล้ว ถ้าความรู้สึกผิดไม่ทำให้เราฉุกคิดยับยั้ง แล้วยังมีครั้งต่อๆ ไป แปลง่ายๆ ว่าเราไม่แคร์น้ำตาของเขาเท่าไหร่ ไม่ได้ตั้งใจจะซ้ำเติมอะไรนะคะ แค่อยากให้น้องเข้าใจหัวอกเขา ตอนเป็นผู้กระทำเราไม่ค่อยรู้สึก จะมาเจ็บลึกตอนถูกกระทำบ้าง นี่คือภาพซ้ำๆ ที่เกิดบ่อยๆ ร้องไห้มากแค่ไหน ให้คิดเอาไว้ว่า เขาอาจร้องไห้หนักกว่าเรา อยากให้เขากลับมามากแค่ไหน ครั้งหนึ่งเขาคงรู้สึกแบบนี้ไม่ต่างกันค่ะ

     ตอนนี้เราทำได้แค่ขอโทษจนสุดหัวใจ แต่จะให้อภัยไหมเป็นสิทธิ์ของเขา “ไม่อยากเสียเขาไป” น้องต้องรู้ตัวไวกว่านี้ อย่าให้มีค่าที่สุดตอนหลุดมือ ตอนที่ยังได้ถือก็ปล่อยปละละเลย ไม่มีใครเป็นของตายทั้งชีวิต ถ้าไม่รักมากพอจะซื่อสัตย์ ก็ตัดเขาออกไปจากชีวิต หากเขาคือคนที่ไม่ใช่ บอกเลิกให้จบอย่าคบซ้อน

     ไม่แน่ใจจริงๆ ว่า รักที่เขามี ยังมากพอจะให้เขาเดินหน้าต่อไหม เราบั่นทอนความรักและความไว้ใจ ด้วยการกระทำของเราเองทั้งหมด ตอนนี้น้องไม่อยากเสียเขาไป แต่เขาอาจรู้สึกได้ว่าเสียเราไปตั้งแต่น้องนอกใจเขาครั้งแรกแล้วก็ได้นะ

     เอาใจช่วยให้เขาให้อภัยน้องไหวนะจ๊ะ เราทำให้ดีที่สุด เขาจะตัดสินใจแบบไหน เคารพทุกการตัดสินใจของเขา ความรักเป็นเรื่องของคนสองคน น้องอยากเดินต่อ แต่เขาไม่รอแล้ว ก็บังคับใจใครไม่ได้ค่ะ ในเมื่อวันหนึ่ง โลกที่เคยเป็นของคนสองคน น้องดันพาคนที่สามเข้ามาในความสัมพันธ์ ถ้าเขายืนยันจะไม่อยู่ในความรักนี้อีกต่อไป ก็ให้ถือว่านี่คือผลพวงจากการกระทำของเราเองในที่สุดค่ะ.

HUG MAGAZINE

คอลัมน์: หัวใจไม่จนมุม

 

 

 

     “การให้อภัยใช้พลังเยอะมาก โดยเฉพาะอภัยในเรื่องที่คนรักกันไม่น่าทำผิดได้ คือนอกใจซ้ำแล้วซ้ำอีก ต้องให้อภัยบ่อยแค่ไหน ความอดทนหมดไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ และวันหน้า ถ้าเขาแข็งแรงมากพอจะเลือกทางเดินของตัวเอง เราไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเรียกร้องด้วยซ้ำว่า ทำไมเขาถึงทำแบบนี้”


เรื่องที่คน(ไม่)ซึมเศร้าควรทราบ

 

เราเชื่อว่าหลายคนย่อมเคยได้ยินชื่อโรคซึมเศร้า (major depressive disorder) รวมถึงเคยรับรู้มาว่าควรพูดหรือไม่ควรพูดอะไรกับคนที่เป็นโรคนี้ ภาพลักษณ์โรคซึมเศร้าในสายตาคนทั่วไปนั้น เป็นเหมือนสิ่งเปราะบาง เข้าใจยาก และไม่รู้จะรับมืออย่างไร ฮักจึงได้นัดสนทนากับคุณหมอเอ๋-แพทย์หญิงกุสุมาวดี คำเกลี้ยง จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น เจ้าของหนังสือ จะซึม จะเศร้า ก้าวผ่านได้ (จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์เนชั่นบุ๊คส์) เพื่อพูดถึงความเข้าใจผิดและข้อเท็จจริงที่คนไม่ซึมเศร้าควรทราบกัน

อาการที่แท้จริงของโรคซึมเศร้า

     “โรคซึมเศร้าถือว่าเป็นโรคทางอารมณ์ชนิดหนึ่งค่ะ ปัจจุบันคนเป็นมากขึ้นและอายุน้อยลง น้อยสุดที่ผ่านการวินิจฉัยเกณฑ์ 9 ข้อ คืออายุ 8 ขวบ เป็นซึมเศร้าแล้ว นอกนั้นจะมีอารมณ์เศร้าเป็นหลัก ไม่มีแรงจูงใจในการเรียน พบว่าเป็นตั้งแต่ ป.1-2 แล้วค่ะ ถ้าพ่อแม่มีปัญหาครอบครัว ทะเลาะกัน หรือครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว จะส่งผลต่อเด็กมากขึ้น คือถ้าเด็กไม่สบายใจ ไม่มีความสุข อารมณ์จะเป็นเหตุที่นำไปสู่ปัญหาการเรียนและพฤติกรรมต่อไป

     “สื่อฯที่เสพมีผลด้วยเช่นกัน มนุษย์เป็นสัตว์สังคม การเสพสื่อฯ มากเกินไป ไม่ว่าจะด้านไหน จะเริ่มอิน เพราะฉะนั้นต้องเสพพอควร พักทำกิจกรรมอื่นก่อน หรือรู้สึกว่าถ้าคนใกล้ตัวที่ร่วมเสพด้วย เช่น นั่งดูข่าวด้วยกัน เขาไม่มีอาการเหมือนเรา เราต้องหยุดละ หรือดูละครแล้วอิน รู้สึกหดหู่ อารมณ์ลบเกิด แต่เมื่อปิดแล้วอารมณ์ไม่ได้อยู่กับเราต่อ นั่นคือปกติ แต่ถ้าปิดแล้วยังวนเวียนอยู่ในหัว ไม่สามารถดึงตัวเองขึ้นมาได้ นั่นคือความเสี่ยงละ

     “ต้องเข้าใจต้นเหตุที่แท้จริง มีกรณีที่เป็นซึมเศร้าแต่ประเด็นเด่นคือเรื่องสมาธิสั้น มาพบหมอเพราะขาดสมาธิ คิดตัดสินใจเชื่องช้า สุดท้ายมีความคิดว่าชีวิตไร้ค่า ไม่มีความหมาย รู้สึกว่าความผิดทั้งหมดมาจากตัวเอง จะคิดสั้น นำไปสู่การปลิดชีวิตตัวเอง ร่างกายไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่เป็นที่ความผิดปกติในภาวะซึมเศร้า โทษตัวเองทุกอย่าง และนำไปสู่การทำร้ายตัวเอง คนรอบข้างถ้าเห็นสัญญาณ ต้องรีบช่วยเหลือ สิ่งที่ยากคือครอบครัวไม่เข้าใจ และเข้าไม่ถึงการรักษา

     “หลักๆ คนเป็นซึมเศร้าจะมีชุดความคิดด้านลบเกี่ยวกับตัวเอง ปัญหาทุกอย่างเกิดจากฉัน ถ้าฉันไม่อยู่ซักคน ครอบครัวจะดีขึ้น ถ้าคุณคิดถึงขั้นนั้นควรจะมาหาหมอ”

 

วิธีเช็คอาการ

     “คนเรามีอารมณ์หลากหลายในหนึ่งวัน ดีใจ ผิดหวัง เครียด ส่วนคนเป็นซึมเศร้าจะมีอาการต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่วันสองวัน แต่ต่อเนื่องสองอาทิตย์ สังเกตได้จากสองคำถามเป็นตะแกรงหยาบๆ ก่อน

  1. ตลอดสองอาทิตย์ที่ผ่านมารวมวันนี้คุณรู้สึกหดหู่ เศร้า ท้อแท้หรือไม่
  2. ตลอดสองอาทิตย์ที่ผ่านมาคุณรู้สึกเบื่อ ทำอะไรไม่เพลิดเพลินหรือไม่

     “ถ้าตอบใช่ ข้อใดข้อหนึ่งมีแนวโน้มที่จะมีภาวะซึมเศร้า คนปกติมีอารมณ์เศร้าเบื่อได้ แต่เราคงไม่เศร้าต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง แค่เศร้าปกติครึ่งชั่วโมง เดี๋ยวก็เปลี่ยนเป็นอารมณ์อื่น กลัว กังวล ดีใจ แต่คนที่มีอาการซึมเศร้าจะรู้สึกแบบนี้เกือบทั้งวัน และต่อเนื่องกันถึง 14วัน นอกจาก 2 คำถามดังกล่าวแล้ว ควรทำแบบทดสอบ 9 ข้อในเว็บกรมสุขภาพจิต ที่จะกรองละเอียดอีกขั้นค่ะ”

 

ผู้หญิงอ่อนไหว หรือเพราะฮอร์โมนเปลี่ยน

     “ฮอร์โมนมีผลต่ออารมณ์ ผู้หญิงก่อนมีประจำเดือนมีอารมณ์เศร้าเป็นเรื่องปกติ เพราะฮอร์โมนเปลี่ยน พอประจำเดือนหมดแล้วจะรู้สึกดีขึ้น หรือหลังคลอด ผู้หญิงอาจรู้สึกซึมเศร้าได้ ถ้ามีการช่วยเหลือ ได้พักผ่อนเต็มที่ อาการจะหายไป ถือว่าเป็นเรื่องปกติ หรือความเศร้าหลังจากสูญเสียคนที่รักไป ให้เวลาสองเดือน ค่อยเดินหน้าต่อไปได้ เป็นเรื่องปกติค่ะ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ แต่ถ้าหลังจากนั้นยังหดหู่อยู่ ลองพบหมอเพื่อคุยกัน”

 

ความเข้าใจผิดระหว่างโรคจิตกับโรคซึมเศร้า

     “เข้าใจผิดมากที่สุดคือ เป็นซึมเศร้าเท่ากับเป็นโรคจิต ฉันไม่อยากเป็นเพราะไม่อยากเป็นโรคจิต ซึ่งไม่ใช่ค่ะ ถ้าเทียบโรคจิตกับโรคมะเร็ง ซึมเศร้าก็เป็นโรคปอด คนละโรคกัน โรคจิตเป็นโรคความคิดผิดปกติ แต่โรคซึมเศร้าเป็นโรคอารมณ์ผิดปกติ จิตเวช (psychiatry) มีหลายอย่าง เหมือนโรคทางกายที่มีหัวใจ ความดัน ปอด ตับ คนละอวัยวะ จิตใจมีหลายส่วนเช่นกัน เช่น ดูทีวีแล้วคิดว่าคนในทีวีจ้องจับผิดตัวเอง อันนี้คือโรคจิตเภท (schizophrenia) แต่โรคอารมณ์มีตั้งแต่ซึมเศร้า อารมณ์สองขั้ว (bipolar disorder) , ตื่นตระหนก (panic disorder) วิตกกังวล แพนิค จัดอยู่ในกลุ่มอารมณ์ แล้วแต่ละกลุ่มยังย่อยแยกอีกหลายโรค

     “ถ้าบอกว่าต่างกันอย่างไร โรคจิตเภทคนรอบข้างเดือดร้อน เจ้าตัวไม่รู้สึกเดือดร้อน เช่น ใช้ชีวิตปกติแต่สักพักเหมือนแว่วเสียงคนอื่นมาคุยด้วย ดูทีวีก็พูดถึงฉัน หวาดระแวงจนเอาอาวุธไปทำร้ายคนอื่น แต่โรคอารมณ์ ตัวเองเดือดร้อน จนต้องมารักษาด้วยตัวเอง ใจสั่น เศร้ามากๆ หรือตื่นตระหนก หมอเจอวัยรุ่นหลายคนจูงมือเพื่อนมา ไม่กล้าบอกที่บ้าน กลัวไม่เข้าใจ เพื่อนเคยมาหาแล้วดีขึ้นเลยพากันมา หรือไม่ได้เป็นอะไรแต่ช่วยเพื่อนไม่ได้เลยพามาหาหมอแทน

     “การตัดสินใจก้าวมาหาหมอได้ ต้องอาศัยความกล้าเหมือนกัน (ยิ้ม) ถ้ายังไม่สะดวกใจพบโดยตรงก็โทรหาก่อน เพื่อระบายและหมอก็ได้ข้อมูลที่จะช่วยเหลือ อย่างกรมสุขภาพจิต 1323 หรือองค์กรต่างๆ คนที่มีเงินไม่พอก็กังวล เรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ แค่หนูมาหาหมอก็ดีใจแล้ว ง่ายสุดก็ยกหูโทร.หาก่อนได้”

 

เมื่อสมองต้องการความสมดุล

     “สมองแบ่งเป็นสองส่วน ซีกซ้ายทำหน้าที่คิดและซีกขวาทำหน้าที่อารมณ์ คนเป็นซึมเศร้า สมองด้านอารมณ์จะทำงานอย่างหนัก เหมือนกระดานหก ส่วนที่เป็นตรรกะเหตุผลจะไม่ทำงาน การที่เราถามบางอย่างให้เขาตอบออกมา เหตุผลจะทำงานมากขึ้น อารมณ์ทำงานน้อยลง อย่างการกลัวผี ซีกอารมณ์ทำงานเต็มที่ บอกว่าผีไม่มีหรอก ไม่ช่วยค่ะ เมื่อผีอยู่เต็มหัวเขา แต่ซีกคิดด้วยเหตุผลจะช่วยคือ ถ้ามีผีจะรอดยังไง ความคิดนี้ต้องเกิดในตัวเขา และเราต้องเหนี่ยวนำเขา ไม่ว่าจากคนใกล้ตัว หรือผู้เชี่ยวชาญ ให้เขาตั้งคำถามกับตัวเอง เพื่อให้พลังงานไปอยู่ด้านตรรกะมากขึ้น อารมณ์น้อยลง แต่ต้องไม่ใช่เหตุผลของคนอื่น เช่น ผีไม่มีหรอก คำนี้ไม่ช่วยเลย ลองคิดว่าถ้ามีจะรอดได้ยังไง นี่น่าสนใจกว่า”

 

ถ้อยคำที่ไม่ควรพูดกับคนที่เป็นซึมเศร้า

     “ ‘เดี๋ยวมันก็ดีขึ้น คิดมากทำไม’ เหมือนอยากช่วยแต่ยิ่งบั่นทอนจิตใจ คนฟังจะคิดว่า ‘ฉันไม่เหมือนคนปกติ ฉันผิดไปเอง เป็นเพราะฉันเอง’ ดีสุดคือรับฟังค่ะ คนที่เป็นซึมเศร้ามีเรื่องอัดอั้นตันใจเยอะมาก ถ้าเขาได้พูดจะเป็นการระบายอย่างหนึ่ง คนรอบข้างลองฟังก่อน หรืออีกสิ่งที่เจอคือ ไม่อยากพูด เพราะพูดไปก็ไม่เข้าใจ โดนด่ากลับอีก คำที่ควรพูดกับคนเป็นซึมเศร้าคือ ‘เป็นห่วงนะ มีอะไรคุยให้ฟังได้นะ’ ให้เขารู้สึกว่าเราอยู่ข้างๆ ยังมีเราอยู่ หลายคนนั่งมองหน้ากัน ไม่พูดก็ใช้สัมผัสแทน อยู่ในจุดที่เขาอยู่ด้วย หมอมองว่า คนเป็นซึมเศร้าจะเหมือนตกลงไปในเหวลึก เราอยู่ที่ปากเหวแล้วตะโกนบอกให้เขาขึ้นมา ไม่ใช่เลย เราต้องลงไปด้วย แต่มีสายเชือกหย่อนคาหลักข้างบนไว้ พร้อมจะขึ้นไปด้วยกัน ให้รู้ว่ามีทางนี้อยู่นะ อยากให้เราทำอะไรไหม อยากพูดอะไรไหม

     “ลองคิดว่าทำไมเขาอยากนั่งตรงนี้ ต้องมีดีอะไรบางอย่าง ถ้าลุกมาจะต้องสูญเสียมันไป ถ้าวิธีกระตุ้นไม่เกิดผลก็นั่งร่วมกับเขา มีคุณแม่บอกว่าทำไมลูกคุยกับหมอแต่ไม่คุยกับแม่ หมอให้น้องพูดค่ะ หมอไม่ได้พูดสั่งสอนอะไรน้องเลย คุณแม่ก็นิ่งไป รู้ว่าหมอใช้คนละวิธีกัน ผู้ใหญ่ใช้วิธีที่ว่าหวังดี เรียนรู้โลกมามากกับเด็ก แต่บางครั้งมันไม่ใช่ เราต้องฟังเขา ตั้งคำถามให้เขาได้คิดแทน เขาจะร้อยเรียงคำตอบแล้วถามตัวเอง

     “เคสหนึ่งเพิ่งได้งานใหม่ ไม่แน่ใจว่าจะโดนออกจากงานไหม เพิ่งเลิกกับแฟน อยู่คนเดียว เนื่องจากญาติเสีย พ่อแม่เลยไปต่างจังหวัดหมด หมอถามแอดมิดไหม เพราะเสี่ยงจะฆ่าตัวตายมาก เขาก็ไม่เอา ถ้าแอดมิดแล้วงานใหม่ล่ะ ผ่อนรถอยู่ด้วย แฟนก็ทิ้งไปแล้ว เขาแค่อยากนอนหลับสนิทได้ ตอนเช้าจะได้มีแรงไปทำงานไหว ไม่ต้องคิดฟุ้งซ่าน แค่กลับไปทำงานก็สบายใจแล้ว เขาก็ค่อยๆ ดีขึ้น ถ้ายึดความคิดเรา คงต้องนอนโรงพยาบาล แล้วเขาต้องตกงานอีกแน่ เพราะฉะนั้นดีที่สุดคือฟังว่าเขาต้องการอะไร เลือกอันไหน ชีวิตเป็นของเขา แต่ต้องวัดใจกันพอสมควร หมอนัดเจออาทิตย์หน้า และตั้งคำถามว่าครั้งหน้าจะมีอะไรมาบอกหมอไหม เขาก็ว่าน่าจะนอนหลับได้มากขึ้น เหมือนเราเกี่ยวก้อยสัญญากันว่าจะเจอกันอีกนะ เมื่อเขารับปากด้วยตัวเอง พอจะทำอะไร เขาก็จะคิดว่าต้องมาเจอหมอตามสัญญานะ”

 

นัยแฝงของคำว่า “ไม่เป็นไร”

     “ต้องระแวงไว้ก่อนค่ะ ไม่เป็นไรคือเป็นไร (ยิ้ม) คนรอบข้างต้องอ่านสัญญาณจากเขา เพราะคนเราปากกับใจไม่ตรงกัน ต้องมีคนใกล้ชิดอยู่ด้วย หรือมีสัญญาใจด้วยกันอย่างที่หมอทำ คนเราถ้ามีสิ่งยึดเหนี่ยวสักหนึ่งอย่างจะยังอยู่ได้ คนที่มาหาหมอมีที่คิดสั้นกันหลายคน แต่ไม่ทำ เพราะมีภาพคนใกล้ตัว มีความสำเร็จในอนาคตรออยู่ เราใช้บางคำพูดดึงให้เขาเห็นจุดมุ่งหมายนั้น ถ้าเรื่องนี้เขาผ่านไปได้ สิ่งที่เขาจะได้รับคืออะไร เป้าหมายแรกๆ ของเขาในตอนนี้คืออะไร”

 

 

เมื่อซึมเศร้าถูกเอาไปใช้ในทางที่ผิด

     “คนเป็นโรคซึมเศร้าจะไม่ป่าวประกาศแก่ใคร เขาจะเฉือนเนื้อตัวเองให้คนอื่นได้ ไม่ใช่ให้คนอื่นยื่นให้ เป็นคนเสียสละชีวิตตัวเองให้มากกว่า เป็นการให้ฝ่ายเดียวด้วย แต่การเอาประโยชน์จากคนอื่น เป็นคนละขั้วกันเลย การเอาภาวะซึมเศร้ามาใช้ประโยชน์แบบนี้ก็ไม่ได้เป็นจริงแล้ว ที่จริงเรามีเซ้นส์ของใจเหมือนกันว่ามันไม่น่าใช่ อาจมีบางคนเคยเป็นลมชักจริงครั้งสองครั้งแล้วได้รับความสนใจ ได้สิทธิประโยชน์หลายอย่าง เลยคิดว่า ถ้าฉันเป็นแบบนี้ ทุกคนจะให้หมดสินะ ซึ่งไม่ใช่แล้วล่ะ”

 

ถ้าอยากหาย ควรทำอย่างไร

     “หมอแบ่งเป็นสามอย่าง เรื่องสารเคมี เรื่องตัวเขาเอง เรื่องคนรอบข้าง การมีคนรับฟังจะช่วยได้นะ สิ่งแวดล้อมที่ไม่ใช่ผู้คน เช่น มีสัตว์เลี้ยงสักตัว หรือเล่นกีฬา ไปออกกำลังกาย ทำกิจกรรมสร้างสรรค์ ก็ช่วยได้ สื่อรอบตัวเรามีหลายอย่างที่สร้างแรงบันดาลใจที่ดี ตอนนั้นด้วยอารมณ์ห่อเหี่ยวเพราะทำงานเต็มที่ แต่พอฉุกคิดด้วยเหตุผลได้ว่ายังมีลมหายใจ มีสิ่งที่รออยู่ เขาอาจลุกขึ้นมาได้ แค่พลิกขั้วความคิดตรรกะนิดหนึ่ง แต่มันก็ยากเหมือนกัน

     “เคสหนึ่งที่เขาบอกหมอว่าถ้าไม่ได้น้องหมา คงไม่ได้มาคุยกับหมอแล้ว น้องหมายังหายใจอยู่ เราเลยรู้สึกว่าเราต้องหายใจต่อด้วยเช่นกัน เป็นแสงสว่างเล็กๆ ที่ช่วยให้ตัดสินใจมีชีวิตต่อ”

 

คนพลังบวกแต่จากไปเพราะซึมเศร้า

     “บางคนเป็นนักแสดง หน้าฉากสดชื่นแต่ข้างในอกตรม สมมติเป็นตลกต้องแสดงให้เห็นว่าตลก แต่คนใกล้ชิดทราบว่าไม่ใช่ละ หน้าที่ขายเสียงหัวเราะต้องทำให้คนอื่นมีความสุข แต่พอเป็นเรื่องตัวเองกลับแก้ไม่ได้ คนใกล้ตัวน่าจะพอทราบ ต้องคอยจับสังเกตอาการ

     “เดี๋ยวนี้เราสื่อสารน้อยลง อยากให้เป็นชั่วโมงที่ไม่มีมือถือ ไม่มีจอ มานั่งคุยกัน 5-10 นาที อาจต้องมีชั่วโมงที่ไม่มีสิ่งกั้นระหว่างคนสองคน เพื่อเชื่อมโยงทางใจ ได้รู้ว่าแต่ละคนเจออะไรมาบ้างในแต่ละวัน รับฟังเพิ่มขึ้น ตั้งคำถามหรือชวนคุยในมุมอื่นของชีวิต วันนี้มีอะไรน่าสนุกบ้าง มีความสุขเรื่องอะไร ไม่สบายใจเรื่องอะไร ให้รู้ว่าเราแคร์เขา สังเกตเห็นเขาแปลกไปกว่าเดิม บางบ้านไม่ได้เชื่อมโยงกัน คนที่เป็นซึมเศร้าถ้ารู้สึกว่าไม่ได้เข้าพวกหรือเข้าสังคม จะตัดสินใจทำร้ายตัวเองเร็วขึ้น ควรดึงมามีส่วนร่วม มีคุณแม่มาคุยเรื่องลูกชอบเล่นเกม บอกให้เลิกได้แล้ว หมอถามว่าเวิร์คไหม ไม่เห็นเวิร์คเลย แม่เลยใช้วิธีใหม่ ไปนั่งอยู่ด้วยเลย ลูกไม่นอน แม่ก็ไม่นอน ในที่สุดผมนอนก็ได้ อยากให้แม่นอน”

 

วิธีที่ให้คนทั้งสองอยู่ร่วมกันได้

     “ตอนอยู่ในภาวะซึมเศร้าจะเหมือนผจญมรสุมอารมณ์ ระหว่างรักษาจะมีช่วงที่เขากลับสู่ภาวะปกติ เราช่วยดึงเขากลับมา ให้เขารู้สึกอยู่ร่วมกันได้ ใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ไม่ได้แบ่งแยกกัน ทำให้หายเร็วขึ้น

     “อย่างที่บอก ถ้าเขายังไม่ลุกออกมา ก็ไปนั่งร่วมกับเขา ถ้าอยากชวน ก็เช่น ‘ออกกำลังกายคนเดียวเหงา ตัวเองไปเป็นเพื่อนเราหน่อย’ ค่อยๆ ตะลอม อย่าฝืน ให้เขามีพื้นที่ส่วนตัว เพราะคนซึมเศร้าจะเฉือนเนื้อตัวเองให้คนอื่น ตัวอาจไปเป็นเพื่อนได้ แต่ใจไม่ไปด้วย ควรลองบอกว่า ‘เราแค่อยากไปออกกำลังกาย แต่ไม่กล้าไปคนเดียว ถ้ามีเธอไปด้วยเราจะอุ่นใจนะ แต่ถ้าพร้อมเมื่อไรบอกนะ’ ให้เขารู้สึกว่ามีพื้นที่ โดยไม่ต้องเสียสละไปแต่ใจหดหู่ ให้อิสระแก่เขา ทำให้เขารู้สึกมีทางเลือกและไม่ถูกทอดทิ้ง เธอไปไหนฉันไปด้วย คนคนหนึ่งเป็นผู้ให้ต้องมีพลังมากพอ แค่เราไปนั่งใกล้ๆ เขา แต่ไม่ลากเขาไป แค่บอกให้รู้ว่าเราจะไปด้วยกัน ช่วยกัน พร้อมเมื่อไรไปกัน มันจะง่ายกว่า”

 

หากผู้ใหญ่เป็นซึมเศร้าควรทำอย่างไร

     “ตอนนี้มีแหล่งช่วยเหลือเยอะขึ้น รู้สึกเครียดก็มาคุยกับหมอ คุยกับใครก็ได้ที่จะช่วยให้ดีขึ้น ถ้าไม่แน่ใจว่าแค่ความเครียดหรือเป็นซึมเศร้าแล้ว ให้ทำแบบประเมินก่อน หรือโทร.ไปถาม ช่วยได้ในเบื้องต้น ถ้าเขาบอกว่าน่าจะเข้าข่ายแล้วนะ ลองมาพบหมอค่ะ และอยากบอกว่าเป็นแล้วหายได้ กลับมาดีขึ้นได้ การรักษามีหลายรูปแบบ ใช้ยา การทำจิตบำบัด กระตุ้นสมอง ฯลฯ ไม่ได้น่ากลัวเลย บางคนมาแค่มีเรื่องไม่สบายใจ ไม่ใช่ซึมเศร้า ได้คุยกับหมอแล้วเติมพลังเพื่อใช้ชีวิตต่อไป บางทีการพูดกับตัวเองในกระจกก็อาจได้ไอเดียที่เป็นทางออก หรือการอยู่กับสัตว์เลี้ยงที่มีชีวิต ก็ทำให้รู้สึกว่าฉันยังมีชีวิตอยู่ได้เช่นกัน

 

HUG MAGAZINE

คอลัมน์: แขกรับเชิญ

     “บริการทางด้านจิตเวชมีทั่วประเทศ มีทุกภูมิภาค ชมรมจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นมีเว็บไซต์แจ้งว่ามีแพทย์ที่ไหนบ้าง โทร.หาสายด่วนได้ แค่เปิดโอกาสให้ตัวเอง ลองสิ่งใหม่ๆ บางคนเคยไปหาหมอแล้วรู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระหมอ ก็อาจต้องหาหมอคนที่สอง คนแรกอาจไม่คลิกกัน ลองหมอคนที่สองดู ลองเปิดหาทางช่วยเหลือใหม่ๆ แค่มาหา หมอก็ดีใจแล้ว

     “นอกจากดูแลร่างกาย เราต้องดูแลจิตใจด้วย มันเป็นเรื่องปกติค่ะ นักจิตวิทยาจะพูดคุยให้คำปรึกษาได้ แต่จิตแพทย์จะให้ยารักษาได้ด้วย จะรู้ว่าโรคนี้มาจากร่างกายหรือจิตใจ เช่นบางคนมีอาการคล้ายโรคทางอารมณ์บางอย่าง แต่พอรักษาไทรอยด์แล้วดีขึ้น ร่างกายกับจิตใจมันเชื่อมกัน จิตแพทย์จะประเมินได้ ถือว่าเป็นข้อแตกต่างจากนักจิตวิทยาค่ะ”

 

หมอเอ๋ – กุสุมาวดี คำเกลี้ยง


เทคนิคสร้างรักยุค New Normal

ช่วงนี้คู่รักหลายๆ คู่ต้องเผชิญกับสภาพการณ์แปลกใหม่ที่เรียกกันว่า New Normal ความปกติใหม่ที่เราทุกคนประสบร่วมกันเป็นครั้งแรก สถานการณ์ในยุคโควิด-19 กดดันให้ทุกวงการต้องเปลี่ยนแปลงและปรับตัวให้เข้ากับปรากฏการณ์แห่งยุค ไม่เว้นแม้แต่เรื่องความรัก

บางคู่อาจต้องเว้นระยะห่าง (social distancing) ทั้งที่ตามปกติก็ไม่ได้หวานกันจี๋จ๋าอยู่แล้ว ยิ่งต้องเว้นระยะห่าง ยิ่งห่างกันใหญ่ หรือบางคู่กลับมีเวลาว่างมากเกินไป อยู่ด้วยกันนานๆ เข้าก็ชักเบื่อ (อ้าว ไหงเป็นงั้น) แต่ไม่ว่าจะเป็นไปในรูปแบบไหน ก็ไม่ต้องกังวลใจ ฮักมีเคล็ดลับดีๆ มาฝากกัน ให้คู่รักทุกคู่จับมือกันผ่านวิกฤติช่วงนี้ไปให้ได้

 

+ โซเชียลสร้างรัก

ในเมื่อเป็นยุคแห่งโซเชียล จะมองหาตัวช่วยตัวอื่นไปทำไมกัน ก็ใช้สื่อโชเชียลนี่ละให้เป็นประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็น Line IG Facebook หรือ TikTok ก็มีให้เลือกเติมความหวานจนโลกต้องอิจฉา ออดอ้อนผ่านโซเชียลให้ชัดเจนกันไปเลย เผื่อใครที่คิดแทรกตัวเข้ามาในช่วงนี้ จะได้ถอยกลับไปคิดใหม่ให้ดีซะก่อน

 

+ ธรรมชาติเพิ่มหวาน

ในช่วงที่สถานการณ์โควิด-19 ยังตึงเครียดอยู่ หลายคู่อาจไม่ค่อยได้เจอกัน และเริ่มรู้สึกจำเจที่ต้องขลุกอยู่กับบ้าน สถานที่นัดเดตจึงเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยเพิ่มดีกรีความหวานไม่ให้รักมันจืดชืด แม้สถานที่ต่างๆ อย่างร้านอาหาร ร้านกาแฟ หรือห้างสรรพสินค้า จะเปิดให้บริการกันตามปกติ แต่บรรยากาศก็ไม่เหมือนเดิม เพราะต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันที่รัฐกำหนด สถานที่เดตที่เหมาะกับช่วงนี้มากๆ ต้องเน้นธรรมชาติเท่านั้น อากาศปลอดโปร่ง แบบเอาท์ดอร์นี่แหละดี ไม่เพียงแต่จะมี social distancing จากคู่อื่นๆ ได้อย่างปลอดภัยแล้ว ความสวยงามของธรรมชาติก็ยังช่วยเพิ่มความโรแมนติกให้ความรักของคุณทั้งคู่ดูสดใสขึ้นอีกด้วย คู่ไหนที่เริ่มรู้สึกเบื่อๆ ลองเกี่ยวก้อยกันออกไปสูดอากาศในธรรมชาติดูบ้างสิ ช่วยได้เยอะนะ

 

+ ห่างแต่ดี

ก่อนหน้านี้หลายคู่ที่ติดแจ ไม่ค่อยได้แยกจากกัน ไปไหนไปด้วยกันเสมอๆ และนึกภาพไม่ออกว่า ถ้าห่างกันแล้ว คู่ของคุณจะเป็นอย่างไร แต่พอถึงยุคที่โควิด-19 คุกคามมันก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับชีวิตปกติวิถีใหม่ หรือที่เรียกกันว่า New Normal กันบ้าง การที่คุณทั้งสองจำใจต้องห่างกันในช่วงโควิดนั้น อาจส่งผลดีต่อความสัมพันธ์ก็เป็นได้ คุณอาจคิดถึงกันมากขึ้น เพราะเมื่อก่อนนั้นอยู่ด้วยกันจนเกิดความเคยชิน เผลอลืมไปว่าความคิดถึงนั้นมีอานุภาพร้ายแรงเพียงไร หรือคุณอาจจะทะเลาะกันน้อยลง เพราะต่างฝ่ายต่างมีเวลาส่วนตัวมากขึ้น เมื่อได้อยู่กับตัวเอง ได้ทำสิ่งที่ชอบ อารมณ์ก็ดีขึ้นตามลำดับ ส่งผลถึงความสัมพันธ์ที่พัฒนา พอหมดช่วงสถานการณ์โควิด หลายคู่อาจติดใจกับการค้นพบเทคนิครักษาความสัมพันธ์แบบใหม่นี้ แล้วลองเอาไปใช้ต่อก็น่าจะเวิร์คนะ.

DID YOU KNOW?

New Normal หรือความปกติในรูปแบบใหม่ เป็นคำศัพท์ที่ถูกใช้เป็นครั้งแรกเมี่อ ค.ศ. 2008 โดยบิลล์ กรอสส์ (Bill Gross) นักลงทุนในตราสารหนี้ชื่อดัง และเป็นผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Pacific Investment Management (PIMCO) เขาให้นิยาม New Normal ในบริบทเศรษฐกิจโลกเอาไว้ว่า เป็นสภาวะที่เศรษฐกิจโลกมีอัตราการเติบโตชะลอตัวลงจากในอดีต และเข้าสู่อัตราการเติบโตเฉลี่ยระดับใหม่ที่ต่ำกว่าเดิม ควบคู่ไปกับอัตราการว่างงานที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังเกิดวิกฤติทางการเงินในสหรัฐฯ

 

+ข้อมูลจากนิตยสารการเงินธนาคาร ฉบับเดือนพฤษภาคม 2015 (โดย เขมรัฐ ทรงอยู่)


16 เรื่องน่าคิดที่ท้าทายความเชื่อ

มาถึงวันนี้อะไรที่เราเคยเชื่อฝังใจว่าไม่มีทางเกิดขึ้นนั้นกลับปรากฏให้เห็นอย่างไม่น่าเชื่อ มาดูซิว่า 16 เรื่องต่อจากนี้ท้าทายความเชื่อของคุณในเรื่องใดบ้าง

 

  1. ค่าไฟจะแพงขึ้นเรื่อยๆ

ยุคนี้หากขาดไฟฟ้าไปชีวิตประจำวันคงลำบากยากยิ่ง โดยเฉพาะคนเมืองยุคใหม่คงเหมือนขาดอากาศหายใจเลยทีเดียว หากพูดถึงเรื่องราคา ถ้าผู้ผลิตหลักไม่ใช่เป็นเอกชน คงการันตีว่าอนาคตค่าไฟจะแพง

  1. ราคาน้ำมันวันนี้ถูก แต่อนาคตแพง

การใช้น้ำมันในปัจจุบันลดลงเพราะพิษเศรษฐกิจ และการอาศัยจังหวะตามน้ำหาประโยชน์ของมือที่มองไม่เห็นระดับโลก แต่แน่นอน ระยะยาว เราจะใช้น้ำมันเพิ่มขึ้น อย่างน้อยคงไม่มีเครื่องบินลำไหนกล้าใช้ไฟฟ้า เพราะหากแบตฯ หมดจะขอร่อนลงมาชาร์จไฟ แล้วให้ผู้โดยสารรอเหรอ แต่ถ้าต้องใช้ไฟฟ้าจริงๆ ค่าโดยสารจะไม่สามารถถูกอย่างปัจจุบัน

  1. พลังงานทดแทนไม่ใช่พลังงานหลักในเวลาสั้น

พลังงานทดแทนจะมาทดแทนพลังงานหลัก เมื่อเราไม่มีพลังงานหลักอีกต่อไปหรือน้ำมันหมดโลก ถ้าน้ำมันร่อยหรอ ราคาน้ำมันจะแพง แพงจนไม่คุ้มที่จะใช้น้ำมัน วันนั้นคือเวลาของโลกพลังงานทดแทนจริง

  1. ธนาคารไม่เจ๊ง ตราบเท่าที่เรายังอยู่ในระบบทุนนิยม

ประเทศที่มีอำนาจสูงสุดในระบบทุนนิยม คือประเทศที่ควบคุม supply ของเงินได้ ซึ่งปัจจุบันทำผ่านธนาคารกลางและธนาคารพาณิชย์ ถ้าปล่อยให้เรื่องนี้เป็นเสรี นั่นหมายความว่า หมดอำนาจ ผู้มีอำนาจคงไม่ยอมง่ายๆ

 

 

  1. เมื่อมีเงินในระบบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ราคาสินทรัพย์จะขึ้นแบบควบคุมไม่ได้

คนที่ถือแต่เงินสดอาจต้องรับผลจากสิ่งนี้แบบหลีกเลี่ยงไม่ได้

  1. เงินเดือนคือสิ่งที่เพิ่มขึ้นน้อยที่สุดในระบบเศรษฐกิจ

ส่วนสินทรัพย์คือสิ่งที่ขึ้นมากที่สุดในระบบเศรษฐกิจ คนรวยทุกคนเข้าใจเรื่องนี้ดีจึงวางเงินส่วนใหญ่ไว้ในสินทรัพย์

  1. ที่ดินในเมือง ราคาอาจไม่ขยับไปไหน แต่ที่ไกลๆ ใกล้ธรรมชาติ ราคาอาจพุ่งจนน่าตกใจ

ในโลกทำงานที่ไหนก็ได้ คนคงไม่อยากทำงานกลางเมือง รถติด แออัด คุณภาพชีวิตต่ำ

  1. สินค้าและบริการที่ใช้อารมณ์ในการตัดสินใจซื้อจะเข้าสู่ยุคเฟื่องฟู

ของที่ใช้เหตุผลในการตัดสินใจไม่มีใครยอมจ่ายแพง ของที่ใช้อารมณ์ ยิ่งแพง ก็ยิ่งอยากได้

 

 

  1. ธุรกิจใหญ่จะแตกเป็นธุรกิจย่อยที่มีความชัดเจน

เพราะมันเหมาะกับเศรษฐกิจในยุคปัจจุบันมากกว่า โดยเฉพาะในตลาดหุ้น เราจะเห็น แตกแล้วโต!

  1. หนี้สินจะโตก้าวกระโดด

คนยุคใหม่จะถูกควบคุมด้วยหนี้สินนั่นเอง ยิ่งมีอีโก้มาก ยิ่งมีหนี้ก้อนโตตามอีโก้

  1. ค่ารักษาพยาบาลของคนเราจะสูงขึ้นเรื่อยๆ

แทบไม่ต้องสงสัย เราจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลสูงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งโรงพยาบาลและธุรกิจที่เกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ ดีแน่นอน

  1. การศึกษาของลูก หนึ่งในค่าใช้จ่ายที่แพงที่สุดของคนรวย

เนื้อหาความรู้ที่เรียน อาจไม่สำคัญเท่ากับการซื้อสังคมให้แก่ลูก พ่อแม่บางคนยอมเป็นหนี้ เพื่อให้ลูกได้เรียนดีๆ โรงเรียนที่ดียังคงเป็นธุรกิจที่ดีต่อไป

 

  1. สัตว์เลี้ยงคือลูกของคนโสด

คนโสดจะเลี้ยงสัตว์แทนการมีลูก ธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงเติบโตขึ้นอย่างแน่นอน

  1. ธุรกิจเกี่ยวกับความเชื่อนั้นยิ่งใหญ่มหาศาล

ไม่ว่าคนรุ่นเก่าหรือรุ่นใหม่ล้วนต้องการที่พึ่งทางใจเหมือนกัน

  1. ความหวังขายดีกว่าความจริงเสมอ

คนซื้อลอตเตอรี่เพราะมีความหวัง คนลงทุนเพราะความจริง และแน่นอนว่าลอตเตอรี่ขายดีกว่าลงทุนตลอด เพราะความหวังนั้นขายง่ายกว่า

  1. คนดีฉลาดกว่าคนไม่ดีเสมอ

เพราะการเป็นคนไม่ดีนั้นการันตีผลลัพธ์ที่แย่กว่าทุกๆ ด้านในระยะยาว ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งที่พ่อแม่ควรสอนลูกให้เป็นคนดี

 

เมื่อวันเวลาเปลี่ยนไป อะไรๆ ก็เปลี่ยนแปลง ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากความเชื่อบางอย่างภายในใจของเราจะแปรเปลี่ยนไปในวันหนึ่งข้างหน้า จริงมั้ย

 

HUG Magazine 

คอลัมน์ ‘เงินทองต้องรักษา’

เรื่อง: ภาววิทย์ กลิ่นประทุม


'Someone Great' รักที่เพิ่งผ่านพ้นไป และการเติบโตของแก๊งเพื่อนสาว

“เอริน แกกำลังยึดติดกับอะไรบางอย่างที่มันไม่อยู่แล้วเอาไว้ เราเกือบจะ 30 แล้ว มันไม่ได้ ‘น่ารัก’ แล้วนะ แกคิดว่าแกจะสาวตลอดไปรึไง”

ประโยคข้างต้นนั้น แบลร์ ผู้ซึ่งดูมีชีวิตเข้ารูปเข้ารอยกว่าใครในแก๊ง 3 สาว โพล่งใส่ เอริน หญิงรักหญิงผู้กลัวที่จะพูดคำว่า “รัก” ในขณะที่ต่อล้อต่อเถียงกันตามประสาเพื่อนสนิท

ราวกับเป็นสถานการณ์ร่วมของผู้หญิงวัยใกล้ 30 หลายคน เราต่างเคยตำหนิเพื่อน หรือโดนเพื่อนพูดเตือนสติ ทั้งนี้เพราะการเปลี่ยนผ่านจากช่วงวัย 20 ไปสู่ 30 ในหลายๆ ครั้งมันช่างน่ากังวล เราไม่อยากละความสนุกสนานของสมัยเป็น “วัยรุ่น” แต่ภาระหน้าที่ความรับผิดชอบในการงาน และอาจจะรวมถึงความสำเร็จในอนาคตก็เพิ่มระดับมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีใครคอยให้อภัยคุณในฐานะ “เด็ก” อีกต่อไปแล้ว แม้จะรู้และยอมรับ แต่ใจหนึ่งเรายังอยากยึดเหนี่ยวสิ่งเดิมๆ ที่เคยมีเอาไว้ การเปลี่ยนแปลงไม่เคยให้ความรู้สึกปลอดภัย 

 

เจนนี่ แบลร์ เอริน เป็นสามสาวเพื่อนสนิทที่คบกันมานานตั้งแต่สมัยเรียน ทุกคนเติบโตมาดี มีหน้าที่การงานที่ไม่ขี้เหร่ ไม่มีใครใกล้เคียงสภาวะขี้แพ้ แต่กระนั้น การเปลี่ยนผ่านในช่วงวัยนี้ก็ยังมิใช่เรื่องง่าย

Someone Great เล่าเรื่องราวในช่วงเวลาสั้นๆ เพียงวันสองวัน เมื่อเจนนี่จำใจเลิกกับแฟนหนุ่มที่คบกันมายาวนาน 9 ปี เธออกหัก ยังอยู่ในช่วงเศร้าโศก อีกไม่นานเธอจะย้ายจากนิวยอร์คไปทำงานในฝันที่ซานฟรานซิสโก เธอต้องการเพื่อนๆ อยากได้เหล้า กัญชา และตั๋วเข้างานปาร์ตี้คอนเสิร์ตวง Neon Classic วงโปรดของเธอและเพื่อน เพื่อเป็นการเยียวยาและบอกลาบางสิ่งบางอย่าง

นี่อาจเป็นหนังว่าด้วยภาวะอกหัก ซึ่งผู้หญิงวัยใกล้ 30 หลายๆ คนต้องการ มันเป็นรอมคอมที่บ้าบอ ทำอะไรห่ามๆ เมาเละเทะ แต่ตลกมากและเต็มไปด้วยความสวยงามในมิตรภาพของเพื่อนๆ ที่เติบโตมาด้วยกัน 

ยิ่งกว่านั้น การสลับฉากย้อนอดีตไล่เรียงช่วงเวลาความสัมพันธ์ 9 ปีของเจนนี่กับแฟนหนุ่มยังสะเทือนความรู้สึกเราได้ลึกเกินคาด หัวเราะแล้วก็หยุดพักปาดน้ำตาไปสองรอบ

ต้องใช้ประสบการณ์ชีวิตพอดูจริงๆ นะ เราจึงจะเข้าใจว่าทำไมคนที่ยังรักกันอยู่สุดใจถึงจำใจไปด้วยกันไม่ได้ เราจึงจะยอมรับว่าทุกความสัมพันธ์ที่พังทลายนั้น ไม่ได้เกิดจากเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง แต่เกิดจากเหตุปัจจัยหลายอย่างที่สั่งสมมานาน

เราจึงจะตระหนักว่า บางครั้งคนเราก็มีเส้นทางการเติบโตที่แตกต่างกันเป็นเรื่องธรรมดา

และไม่ว่าช้าหรือเร็ว ทุกอย่างย่อมเปลี่ยนไป การเปลี่ยนแปลงไม่ได้ให้ความรู้สึกปลอดภัย แต่เราจะเรียนรู้และเดินจากตรงนี้ไปอยู่ตรงนั้นได้ในที่สุด เพราะเราไม่ได้เดินคนเดียว ทุกมิตรภาพและความรักที่ผ่านมาจะประทับอยู่ในใจเราตลอดไป.

 

HUG Magazine 

คอลัมน์ ‘สวมแว่นสีชมพูดูหนัง’

เรื่อง: รอมคอมแอดมิน


'เป็น 'แฟนเก่า' ที่ให้เขาปรึกษาเรื่อง 'แฟนใหม่' ถ้าไม่ไหวก็หยุดเถอะ'

     Q.“หนูมีเรื่องมาปรึกษาค่ะ ตอนนี้งงมากกับเรื่องนี้ เขาบอกว่าอยากดูแลพ่อแม่ เลยบอกเลิกเรา แต่ที่แท้ไปมีคนใหม่ หายไปเกือบ 2 เดือน จนเริ่มทำใจได้ แล้วเขาก็กลับมาคุยกับหนูเหมือนเดิม โทร.หาทุกวัน วันละหลายชั่วโมง บางทีก็งงนะ รักคนนั้นแต่ทำไมต้องกลับมาทำให้หนูเจ็บ เล่าเรื่องผู้หญิงคนนั้นให้ฟังว่า ยังไม่ยอมเปิดตัว ทำเหมือนเขาไม่มีตัวตน ที่สำคัญเขาจะแช็ทบอกตลอดว่าทำอะไร ไปทำงานแล้ว พักแล้ว เลิกงานแล้ว อาบน้ำ เขาจะบอกหนูทำไม บางทีก็คุยเรื่องเราสองคน บางทีก็บอกรักหนูมาก แต่หนูถามเขานะคะว่ารู้สึกยังไงกันแน่ เขาบอกว่าอยากชดเชยเวลาให้หนู ที่ทำให้เสียใจ เขาพูดด้วยนะว่าไม่ได้ให้ความหวัง แต่ก็ยังหวงก้างไม่อยากให้หนูมีใคร หนูไม่รู้เลยว่า เขาคิดอะไรอยู่ เห็นเป็นของตาย คนคั่นเวลา หรือที่ระบาย ในเวลาเขาเครียดเรื่องคนของเขา หนูควรทำยังไง ควรจัดการแบบไหนดี”

A.

     ปัญหามันจะวนๆ อยู่ที่เขาไม่ยอมปล่อยหรือเราเองที่ไม่ยอมไป น้องยังมีใจ เขาก็เห็นแก่ตัวใส่เราได้อยู่เรื่อยๆ วันที่เขาจะไป หาเหตุผลโกหกง่ายๆ ว่าอยากดูแลพ่อแม่ ทำไมเหรอ การมีเรา เขาไม่สามารถกตัญญูต่อบุพการีหรือ อย่าคิดว่าเราน่ะหลอกง่าย พอจะไปพูดอะไรก็ได้ แล้วก็เชื่อ แบบที่ยื้อไม่ได้ ยื้อแล้วจะดูใจร้าย เขาบอกแล้วไง ว่าต้องไปดูแลพ่อแม่ ที่แท้ก็มีแฟนใหม่ ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรกับความรู้สึกของเรา

     พอไปง่าย ก็สามารถวนกลับมาได้ แถมเรายังยอมซะด้วย โดยการช่วยเป็นผู้ฟัง เพราะอย่างน้อย ก็หลอกตัวเองได้บ้างว่า เรายังสำคัญ แค่เห็นเบอร์เขาที่หน้าจอก็เหมือนสิ้นสุดการรอคอยแล้ว ปัญหาเลยไม่ได้อยู่ที่เขา แต่อยู่ที่เรายังให้ความหวังตัวเองค่ะ

     น้องไม่ต้องไปงงกับคนเห็นแก่ตัว ถ้าเขารักเราจริง คงไม่ทิ้งให้เราเป็นแฟนเก่าด้วยเหตุผลงี่เง่าๆ ว่าอยากดูแลพ่อแม่ หายไปแค่ 2 เดือน เลื่อนแฟนเก่าให้เป็นที่ปรึกษา เขาไม่เคยแคร์ความรู้สึกของเราจริงๆ ไม่ว่าวันนี้หรือวันไหนๆ มีแฟนใหม่ แต่ยังอยากให้แฟนเก่าเป็นเพื่อน อย่าเลื่อนไปเป็นแฟนใครนะ อยากให้อยู่ใกล้ๆ แต่ไม่ต้องดูแล เพราะเขามีแฟนหลักอย่างเป็นทางการอยู่แล้ว ตกลงไม่ต้องดูแลพ่อแม่แล้วหรือ ถึงมีเวลาคบทั้งแฟนใหม่ และยังให้เวลาแก่แฟนเก่าด้วย รักเขา พี่เข้าใจ แต่น้องต้องไม่ลืมความเป็นจริงที่ว่าเขาเอาแต่ใจ และไม่แคร์ความรู้สึกใครซักคน ทั้งคนใหม่ของเขาหรือคนเก่าอย่างเรา หยอดได้หยอด เพราะรู้ว่าเราพร้อมมากที่สามารถเป็นของตายของเขาได้ อยากโทร.มาเมื่อไหร่เราพร้อมรับสาย วางหูเมื่อไหร่ก็ได้ ก็เขาบอกแล้วไงว่าไม่ได้อยากให้ความหวังนะ

     คนใหม่ของเขายังทำให้เขาดูไร้ตัวตน เขาเลยอยากหาใครซักคนเพื่อสร้างความมั่นใจในตัวเองหรือเปล่า หรือแม้แต่คบเราประชดคนใหม่ เพื่อเร่งให้คุณค่าของเขามีมากขึ้น

     ไม่ได้มองโลกแง่ร้าย แต่ยังมีแง่มุมอีกมากมายที่ทำให้เรารู้สึกได้ กับผู้ชายโลเล และทำอะไรก็ได้เพื่อตัวเอง เราเป็นแค่ดาราสมทบให้เขาคบเพื่อประชดคนใหม่ อย่าไปฟังคำว่าเขารักเรามาก ตราบใดที่ยังไม่ได้อยากมีเราคนเดียว คำว่า “รัก” ออกเสียงง่าย บางทีเขาอาจพูดๆ ไป ทั้งที่ใจยังไม่ได้รู้สึก รักมากแค่ไหนเชียว มีเราคนเดียวยังทำไม่ได้เลย ถ้าเขาบอกว่าสิ่งที่เขาทำนั้นเพื่อชดเชยความรู้สึกที่เคยทำให้หนูเสียใจ ก็บอกเขาด้วยว่า ตอนนี้สิ่งที่เขาทำไปใจร้ายกว่าอีก ไม่ให้เป็นตัวจริง แล้วยังทิ้งให้เป็นตำแหน่งตัวสำรอง คอยร่วมมือกับเขาทรยศคนใหม่ เห็นหัวใจฉันเป็นอะไร นี่หรือคือการชดเชย

     ไม่ใช่รีสอร์ทให้เขากอดเป็นพักๆ เดี๋ยวก็กลับไปรักคนที่เป็นบ้านของเขา เมื่อชัดเจนกับความรู้สึกของตัวเรา จะจัดการเขาก็ไม่ใช่เรื่องยาก ปัญหาคือพอน้องยังมีใจ อะไรที่เขาทำให้ เลยกลายเป็นเรื่องยิ่งใหญ่เสมอ เขาหยอดแค่หนึ่งแต่เราซึ้งถึงร้อย คอยเป็นที่ปรึกษาแสนดี ทั้งที่เจ็บปวดทุกที เมื่อฟังคนที่เรารัก พูดถึงคนที่เขารักซึ่งไม่ใช่เรา ปล่อยเขาไปรับมือเรื่องของเขาเองดีกว่า บอกว่าเราไม่สะดวก ไม่ต้องรับสายซะทุกครั้ง แล้วก็หมดพลังเมื่อวางสาย ไม่มีเราเขาอยู่ได้ คนใกล้ๆ เขาก็มี ไม่ว่าเราจะ “หยุด” หรือจะ “ทน” เขาก็มีอีกคนอยู่ดี เราต่างหากที่ไม่มี จะได้รู้สึกดีกับความภูมิใจที่เราไม่ได้แย่งคนของใคร ดีกว่าสุขใจกับเวลาเหลือๆ ที่เขาเผื่อแผ่ให้ เขาไม่ใช่ผู้ชายสูงค่าที่เราต้องแลกมาด้วยความอดทน

     บอกเขาไปว่า “เดี๋ยวส่งไลน์ต่อให้แฟนใหม่เธอนะ เราสงสารผู้หญิงด้วยกัน วันที่ถูกหลอก เรารู้ว่าเจ็บยังไง ไม่อยากให้ผู้หญิงคนไหนเจ็บอย่างที่เคยโดน เมื่อเลือกใคร รับผิดชอบความรู้สึกของคนคนนั้นด้วยเถอะ การที่ผู้หญิงคนนั้นทำเหมือนเธอไม่มีตัวตน คงยังไม่มั่นใจอะไรในตัวเธอหรือเปล่า ทั้งที่มีเขาอยู่แต่เธอยังรายงานตัวกับเราอยู่เลย เธอคงทำได้ แต่เราทำไม่ได้ว่ะ ร่วมมือกันหลอกคนคนนั้น เราเคยถูกกระทำมาแล้ว เราคงไม่ร่วมมือกับเธอทำร้ายใครอีก” พูดนิ่งๆ แล้วก็หยุดรับสาย

     ยังรักเขาก็ได้ แต่ไปรักไกลๆ เพราะในที่สุดคนที่เจ็บหนักก็คือเราอยู่ดี ไม่ว่าจะมีเขาในฐานะแฟนหรือเปล่า พี่ถึงได้บอกว่า ปัญหาทั้งหมดอยู่ที่เรายังรู้สึกดีใจ ถึงไม่ได้เป็นอันดับหนึ่ง ขอให้ได้เป็นซัก 1 อันดับที่เขาคิดถึง ไม่ได้ยืนหนึ่ง ขอให้ได้กึ่งๆ เป็นแฟนก็ยังดี ต่อให้ปัญหาเริ่มจากเขา แต่เราเองอาจต้องเป็นคนที่จบเรื่องนี้ค่ะ.

HUG Magazine 

คอลัมน์ ‘หัวใจไม่จนมุม’

 

 

     คนที่อดทนทำไมต้องมารักกับคนเห็นแก่ตัว ทั้งที่มีข้อสงสัยในหัวใจเต็มไปหมด อยากให้น้องเป็นฝ่ายเลือก ไม่ใช่เขาเป็นคนเลือกจะวางเราไว้ตรงไหนก็ได้.

— DJ อ้อย นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล