The Last Letter from Your Lover

ด้วยรัก … จากอดีตและปัจจุบัน

เรื่องมันเริ่มจาก ‘เอลลี่’ นักเขียนคอลัมน์ประจำแมกกาซีนใหญ่เจอจดหมายที่เต็มไปด้วยความรู้สึกอันหนักอึ้งจากอดีต ในขณะที่กำลังหาข้อมูลเขียนบทความถึงผู้ยิ่งใหญ่แห่งวงการหนังสือพิมพ์ผู้ล่วงลับ

ด้วยความสละสลวยของสำนวนในจดหมาย ด้วยเรื่องราวรักต้องห้ามที่อยู่ในนั้น ด้วยความลึกลับเล็กๆ ในที่มา ทุกอย่างประกอบกันทำให้เอลลี่ตัดสินใจสืบค้นต่อว่าเรื่องราวลงเอยอย่างไร โดยมี ‘ลอรี่’ เจ้าหน้าที่ห้องเก็บเอกสารเป็นผู้ช่วย

 

ถ้าเรื่องราวความรักดังกล่าวเกิดขึ้นในปัจจุบันที่เราติดต่อสื่อสารกันได้อย่างง่ายดาย อะไรๆ คงไม่ผิดที่ผิดจังหวะยากเย็นขนาดนั้น แต่ ‘เจนนิเฟอร์’ กับ ‘แอนโทนี่’ เจอกันและรักกันในปี 1960 เธอเป็นภรรยาของนักธุรกิจผู้มั่งคั่ง มีชีวิตอยู่อย่างสุขสบาย แต่ความสัมพันธ์กับสามีเป็นไปอย่างแห้งแล้งและไม่ให้เกียรติ ส่วนเขาเป็นนักข่าวผู้รับหน้าที่มาสัมภาษณ์นักธุรกิจ ได้ใช้เวลากับภรรยาของแหล่งข่าว แล้วก็เลยตกหลุมรักซึ่งกันและกัน มันต้องห้ามและอึดอัดเอามากๆ เพราะเป็นความรักของคนที่เป็นชู้กัน และทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการลอบส่งจดหมายติดต่อกันนั่นเอง

 

เรื่องราวในหนังดำเนินไปแบบสลับอดีตกับปัจจุบัน ผ่านการสืบค้นหาความจริงที่เกิดขึ้นของหญิงสาวสองยุคสมัย คนหนึ่งอยากรู้อยากเห็น ส่วนอีกคนความจำเสื่อมเพราะประสบอุบัติเหตุตั้งแต่ตอนเปิดเรื่อง

ไชลีน วูดลีย์ (Shailene Woodley) ผู้รับบทเจนนิเฟอร์ เป็นหนึ่งในนางเอกคนโปรดของเรา เธอเป็นนักแสดงที่เล่นบทลึกๆ และซับซ้อนได้ดี เจนนี่เป็นตัวละครที่มีวุฒิภาวะและความเป็นมนุษย์สูงมาก เธอรู้ดีว่าตัวเองต้องการอะไร แต่ใช่! คนเราเปลี่ยนใจได้ และเปลี่ยนใจกันอยู่ตลอดเวลา เธอทำเรื่องผิดจากมาตรฐานของสังคมเพราะห้ามใจตัวเองไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้เทใจจนหัวปักหัวปำในรัก เธอรู้ว่าทุกการตัดสินใจมีผลตามมาให้ต้องรับมือเสมอ และจริงๆ แล้ว เธอก็ประเมินตัวเองเป็นระยะๆ ว่าตรงไหนไหวหรือไม่ รวมถึงรับผิดชอบการกระทำของตัวเองอย่างอดทนตั้งแต่ต้นจนจบเสียด้วย

 

ในขณะที่เรื่องราวของคู่ในปัจจุบัน (เอลลี่กับลอรี่) ผ่อนคลายกว่า แต่ก็ยังคงมีประเด็นความสัมพันธ์ในลักษณะเดียวกัน เป็นการตั้งคำถามกับคนที่ใช่-คนที่เรารัก-คนที่เราพร้อมจะแต่งงานสร้างชีวิตด้วย

 

เฟลิซิตี โจนส์ (Felicity Jones) ในบทเอลลี่ ดูไม่มีอะไรต้องออกแรงมากเท่าไหร่ แต่ก็เป็นตัวดำเนินเรื่องที่ดีและดูเพลิน

ใครที่ชอบ The Notebook (หนังปี 2004) น่าจะชอบเรื่องนี้มากนะคะ หาดูได้ที่ Netflix ค่ะ.

         ไม่มีอะไรใหม่ในพล็อตนี้ (ตัวหนังสร้างมาจากนิยายชื่อเดียวกันของ Jojo Moyes ผู้เขียน Me Before You) แต่เป็นหนังน้ำเน่าที่ทำได้ดีจริงๆ ค่ะ บทดี ลำดับเรื่องดี ใจเย็น ละเมียด.

 

HUG Magazine

คอลัมน์: สวมแว่นสีชมพูดูหนัง 

เรื่อง: รอมคอมแอดมิน