เคล็ดลับ 3 ข้อ สู้วิกฤติชีวิตรัก

หลายคนคิดว่า หากชีวิตนี้เจอคนที่ใช่ก็จะไม่ขออะไรอีกแล้ว แต่ … ในความเป็นจริง แม้เราจะเจอคนที่ใช่ก็ไม่ได้เป็นการการันตีว่าความรักของเราจะประสบความสำเร็จและคบกันไปรอดจนแก่จนเฒ่านะ เพราะในระหว่างทางนั้นมีอะไรมากมายเข้ามาทดสอบความสัมพันธ์ของคุณ ตั้งแต่อุปสรรคเล็กๆ จนถึงอุปสรรคใหญ่ๆ แบบแก้ไม่ตก ถ้าคุณตั้งรับด้วยสติก็รอดไป แต่ถ้าไม่ ความรักคุณอาจถึงทางตัน แต่! อย่าเพิ่งตกใจไป ทุกปัญหาย่อมมีทางแก้ ฮักมีเคล็ดลับดีๆ ซึ่งช่วยให้คุณรับมือกับความสัมพันธ์ที่กำลังจะถึงขั้นวิกฤติมาฝากกัน หรือหากยังไม่ถึงขั้นนั้น ก็เป็นการเตรียมพร้อมในการรับมือกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต


1. ใจเขา ใจเรา
เมื่อคนสองคนใจตรงกัน ตกลงที่จะใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน สิ่งสำคัญก็คือการเข้าอกเข้าใจซึ่งกันและกัน ไม่ว่าคุณจะคบกันมานานหลายสิบปี หรือแค่มองตากัน ก็รู้สึกถูกชะตาจนรักและหลงใหลกันแบบบุพเพสันนิวาส เวลาจะสั้นหรือยาวนั้น ไม่ใช่ตัวแปรสำคัญให้คุณและเขาคบกันได้นาน แต่การเข้าใจซึ่งกันและกันต่างหากละ คือแรงขับเคลื่อนชั้นดีและเป็นเกราะที่จะช่วยปกป้องความสัมพันธ์ของคุณและเขาให้รอดปลอดภัย ประคองกันไปจนถึงฝั่งฝันได้ในที่สุด แม้เมื่อเกิดปัญหาใดๆ หากคุณเข้าอกเข้าใจกัน คิดถึงใจเขา ใจเรา เปิดใจมองปัญหาในมุมมองของเขาบ้าง มันจะช่วยให้คุณและเขาฝ่าฟันอุปสรรคปัญหาต่างๆ ไปได้ ไม่ว่าจะหนักหรือเบาแค่ไหนก็ตาม

2. ไม่มีฝ่ายถูก ฝ่ายผิด
การเอาชนะคะคานกันนั้นไม่ใช่ทางออกของการแก้ปัญหาที่ดี แต่จะยิ่งกลับทำให้ทุกอย่างแย่ลง ปัญหาที่มีอยู่แล้วอาจลุกลามใหญ่โตยิ่งขึ้น เมื่อต้องเจอกับปัญหา ทางที่ดีไม่ควรมองว่าฝ่ายไหนถูก ฝ่ายไหนผิด เพราะมันจะยิ่งเป็นการไปตอกย้ำให้คุณคิดหาเหตุผลเข้าข้างตัวเอง และยัดเยียดความผิดพลาดให้แก่อีกฝ่าย ถึงแม้ว่าจริงๆ แล้วคุณจะเป็นฝ่ายถูกก็ตาม เมื่อปัญหาเกิดขึ้นมาแล้ว คุณควรคิดหาหนทางแก้ไขมากกว่าที่จะหาคนมารับผิด ควรเปิดใจ รับฟังเหตุผล และช่วยหาทางออกร่วมกัน วิธีนี้นอกจากจะทำให้ปัญหาคลี่คลายลงได้แล้ว ยังทำให้เขาชื่นชมในตัวคุณและพร้อมจะปรึกษาปัญหาต่างๆ กับคุณ ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน

3. เปิดปากพูด
อีกปัญหาหนึ่งที่บั่นทอนความสัมพันธ์ของชีวิตคู่ ก็คือการปิดปากเงียบ ไม่พูดไม่บอก ต้องการสิ่งใด หรือไม่พอใจอะไร ก็ไม่เอ่ยออกมา ปล่อยให้อีกฝ่ายต้องคาดเดาเอาเอง หากชีวิตคู่ของคุณดำเนินไปตามปกติ ก็ไม่เป็นไร แต่หากเมื่อใดเกิดปัญหาขึ้นมา การไม่พูดจาแบบนี้เป็นอันตรายกับความสัมพันธ์ของคุณอย่างมาก ลองนึกภาพดูว่า เมื่อฝ่ายหญิงไม่พอใจฝ่ายชาย อาจจะเรื่องเพื่อนหญิง เรื่องเงิน หรือเรื่องงาน แต่ไม่บอก เก็บเอาไว้ในใจ แล้วแสดงอาการฟึดฟัดออกมา วีนเหวี่ยง เพื่อให้ฝ่ายชายรู้ว่า ตัวเราโกรธแล้วนะตอนนี้ แต่ฝ่ายชายกลับแค่รับรู้อาการไม่พอใจ แต่ไม่รู้ถึงต้นสายปลายเหตุจริงๆ เรื่องเล็กๆ น้อยๆ นี่แหละ เมื่อสั่งสมนานวันเข้า ก็คล้ายกับระเบิดเวลาที่รอวันปะทุ เมื่อประกอบกับมีปัญหาอื่นเข้ามา แม้ปัญหาครั้งนี้จะเล็กน้อย ก็อาจลุกลามใหญ่โตจนส่งผลกระทบกับความสัมพันธ์ได้


Did you know?
จากสถิติการหย่าร้างของคนไทย พบว่ามีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา อัตราการหย่าร้างได้เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 27 ในปี 2549 เป็นร้อยละ 39 ในปี 2559 ปัจจัยสำคัญอันเป็นสาเหตุหนึ่งของการหย่าคือ แรงกดดันจากภายนอก เช่น เครียดจากงาน สภาวะทางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งส่งผลกระทบต่อสัมพันธภาพภายในครอบครัว โดยเฉพาะในคู่สามีภรรยา การสื่อสารเชิงบวกถือว่าเป็นพื้นฐานสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยา เพราะการใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสมหรือที่เรียกว่าฟังแล้วปรี๊ดหู มีผลบั่นทอนจิตใจและความรู้สึก อาจทำให้เรื่องเล็กๆ กลายเป็นเรื่องใหญ่ได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *