คะน้า-ริญญารัตน์ วัชรโรจน์สิริ

รักไร้สูตรสำเร็จ

เข้าสู่หน้าฝนแล้วจะมัวหดหู่ทำไมให้เสียอารมณ์ ออกไปทำอะไรให้สดใสสดชื่นกันดีกว่า ฮักพาสาวน้อยคนสวยสดใส ที่แค่ยิ้มก็ทำให้โลกสว่างไสวขึ้นในพริบตา คะน้า ริญญารัตน์ ที่แฟนๆ ทางช่อง 7 ต่างเฝ้ารอผลงานเรื่องดังอย่าง นางร้าย กับบทบาทร้ายแซ่บเว่อร์ หรือสาวน้อยแสนดีใน ไฟหิมะ ที่จะให้ฟินจิกหมอนกันไป ปีนี้จะได้ดูละครดังๆ ปังๆ จากน้องคะน้ากันได้ แต่ก่อนละครจะมา เรามาเปิดประตูหัวใจกันก่อนดีกว่าว่าอะไรที่เป็นกำลังใจสำคัญให้สาวสวยคนนี้มีพลังในการข้ามพ้นปัญหาต่างๆ ได้


คะน้า-ริญญารัตน์

อัพเดทผลงาน
ในตอนนี้กำลังถ่ายทำเรื่องนางร้ายและไฟหิมะ เรื่อง นางร้าย เป็นละครรีเมคที่ดังมาก ดีใจที่ได้มีโอกาสเล่นบทปรางทิพย์เป็นบทที่ทำให้พี่กิ๊ก (มยุริญ ผ่องผุดพันธ์) แจ้งเกิด โดยพี่เติ้ล (ตะวัน จารุจินดา) ปรับให้มีความซับซ้อนมากขึ้น เราตั้งใจเล่นมากเพราะมีความยาก นิสัยปรางทิพย์คือทำทุกอย่างได้เพื่อถีบตัวเองไปให้สูงขึ้น กร้านโลก จับคนรวย ไม่สนว่าครอบครัวใครจะแตกแยก และรักพี่สาว (นาว-ทิสานาฏ ศรศึก) เหมือนแก้แค้นแทนพี่สาว เป็นจุดเปลี่ยนให้พี่สาวรักกับพระเอกไม่ได้ ต้องติดตามค่ะ (ยิ้ม)
ส่วนเรื่อง ไฟหิมะ จะชัดเจนเลยว่าเป็นไข่ในหิน อ่อนไหว โลกสวย อ่อนแอ เป็นอีกนิสัยเลยค่ะ ทั้งสองบทบาทต่างกันสิ้นเชิง และตลอดเจ็ดวันถ่ายทั้งสองเรื่องพร้อมกัน ยังแซวตัวเองเลยว่าแทบจะเป็นไบโพล่าร์ เปลี่ยนอารมณ์ไปมา (หัวเราะ) ช่วงแรกๆ มีเบลอบ้าง สักพักเริ่มจับลักษณะของตัวละครได้ ทุกวันพอจะเข้ากองถ่ายจะบอกตัวเองว่าวันนี้ฉันเป็นตัวละครนี้นะ

กดดันไหมเมื่อโดนเปรียบเทียบกับเวอร์ชั่นก่อนที่ดังมาก
ไม่เลยค่ะ ดีใจด้วยซ้ำ รู้สึกเป็นเกียรติมากกว่า ปรางทิพย์ยุคนี้เล่นเป็นแบบคะน้า ไม่ได้เล่นแบบพี่กิ๊ก ถ้าตั้งใจเล่นตามของเก่า เราจะเครียดว่าเหมือนหรือยัง ตอนนี้เป็นปรางทิพย์แบบที่พี่เติ้ลและเราตีความ เป็นบทที่มีความสำคัญกับละครเรื่องนี้ ความร้ายแตกต่างกับเรื่องก่อนที่เคยเล่นมา อย่างเรื่อง มัสยา ยังร้ายแบบเด็กๆ อยากทำอะไรก็ทำตรงๆ ต่างกับในเรื่อง นางร้าย จะคิดหลายชั้น วางแผนตลอด เล่นเองยังหมั่นไส้ตัวเองเลย คะน้ายังถือว่าใหม่กับวงการนี้ มีอะไรที่อยากทำอีกหลายอย่าง ยังไม่ได้เล่นอีกหลายบทเลย อยากลองเล่นดราม่าหนักๆ หรือคอมเมดี้ไปเลย อยากฝึกฝนตัวเองเพื่อก้าวข้ามกำแพงที่มีขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง อยากรับบทที่ท้าทาย การพูดว่าให้เล่นเป็นนางเอกหรือเป็นนางร้ายนั้นเป็นการจำกัดความสามารถเกินไป

ได้เรียนรู้อะไรเกี่ยวกับความรักในเรื่องบ้าง
ในเรื่องนางร้าย เรารักพี่สาว ทำทุกอย่างเพื่อพี่สาว โตมากับครอบครัวที่แย่ ทำให้แสดงออกซึ่งความรักแบบผิดๆ ด้วยการแก้แค้นแทนพี่สาว ทุกคนต้องการความรัก ทุกตัวละครขาดความรัก ปรางทิพย์ออกไปหาผู้ชายเพราะต้องการให้ใครสักคนเห็นคุณค่า คะน้าได้เรียนรู้ว่าให้กลับมามองคนในครอบครัว ให้ความสำคัญก่อนออกไปหาคนอื่น สถาบันครอบครัวสำคัญมาก ส่วนในเรื่องไฟหิมะ เป็นคนอ่อนแอที่พยายามทำทุกอย่างเพื่อพิสูจน์ตัวเองกับพี่ชาย แสดงให้เห็นว่าความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น

สมมติว่าได้สนทนากับตัวละครที่เราเล่น คะน้าอยากบอกอะไรกับตัวละคร
สำหรับปรางทิพย์ อยากบอกว่าให้เขาตั้งใจเรียน ใช้ความสวยให้ถูกต้อง ทำงานให้ดี ทำทุกอย่างในทิศทางที่ถูกต้อง มีสติ อย่างลุ่มหลงไปกับสิ่งผิด ของที่หามาง่ายก็หลุดลอยไปง่าย อยากเตือนเขา ส่วนนลินนั้นเป็นคนดี คิดดีพูดดีทำดี ไม่น่าเป็นห่วงอะไร ขนาดตัวเราที่เล่นเป็นนลินยังรักเขาเลย บางทีมีน่าเบื่อไปหน่อยแต่ก็ยังรู้สึกรักเขา

“ถ้ามีความรักต้องทำให้ชีวิตดีขึ้น ถ้ามีแล้วชีวิตไม่ดีอย่ามี ” 

สูตรสำเร็จความรักในปัจจุบันเหมือนต้องรักหลายๆ คนเอาไว้
ตั้งแต่เป็นยุคโซเชียลทำให้ทุกคนรักกันเร็ว เลิกกันเร็วขึ้น จากเมื่อก่อนเจอกันยาก แอบมองในโรงเรียนกว่าจะได้เจอ ได้คุย ได้คบกัน ยากมาก ทำให้รักยาก เลิกยาก เดี๋ยวนี้แอดเฟซบุ๊กทักไป ไม่นานก็คบกัน และไม่รู้จักพอ มีชู้กันง่ายขึ้น ทุกอย่างง่ายดายไปหมด ทุกคนลงแต่รูปสวยๆ ประวัติดีๆ แต่คุณไม่รู้หรอกว่าคือจริงหรือไม่จริง คิดเองว่าเขาน่าจะรวย น่าจะทำงานดี จินตนาการไปเองหลังจากคุยกันไม่กี่ครั้ง ทำให้นอกใจจากคนที่อยู่ข้างๆ เราอยู่ในยุคสมัยที่ต้องหนักแน่นขึ้น อยากให้ทุกคนตั้งสติในเรื่องความรัก เชื่อว่าผู้อ่านฮักมีหลากหลายวัย คะน้าเคยเป็นวัยรุ่น จนวันนี้เริ่มคิดได้มากขึ้น เลยอยากให้ตั้งสติ ถ้าจริงใจกับใคร พอทำดีย่อมได้สิ่งที่ดีกลับมา รอในสิ่งที่คู่ควรดีกว่าค่ะ ไม่ต้องรีบร้อน

คะน้า-ริญญารัตน์

หลายคนไม่ยอมเลิกแต่ยอมทน
ให้คิดว่ามีสิ่งที่ดีกว่ารออยู่ข้างหน้าเสมอ (ยิ้ม) เชื่อว่าทุกคนต้องเคยผ่านเรื่องราวเหล่านี้มา คะน้าเคยเป็นโดยเฉพาะรักในวัยรุ่น คนนี้ทำไม่ดีกับเรา ร้องแล้วร้องอีกแต่ก็เลิกไม่ได้ รักเขาเลยไม่อยากเสียเขาไป แต่เขาก็ไม่ดีกับเรา วนอยู่แบบนั้น เข้าใจนะ แต่คุณต้องผ่านไปให้ได้ แล้วจะมีคนที่ดีกว่ารออยู่ข้างหน้าเสมอ มันอาจยาก แต่มีจริงๆ แค่ทำตัวเราให้ดีขึ้น ถ้าเรียนอยู่ก็เรียนให้ดีขึ้น ทำงานก็ทำให้ดีขึ้น รวยขึ้น สวยขึ้น คู่ควรกับคนดีที่จะเข้ามา พอวันหนึ่งมองกลับไปจะหัวเราะดังๆ ว่า ตอนนั้นเราทำอะไรอยู่ บ้ากับคนแบบนั้นไปทำไม มันเป็นสัจธรรมของโลก ถ้าเราทำตัวดีก็คู่ควรกับของดีอยู่แล้ว ทุกอย่างอยู่ที่ตัวเรา จะไปทนทุกข์ทรมานทำไม ต้องก้าวต่อไป

นิยามความรักในแบบของคะน้า
ถ้ามีความรักต้องทำให้ชีวิตดีขึ้น ถ้ามีแล้วชีวิตไม่ดีอย่ามี หลายคนใช้หัวใจมากกว่าสมอง โอเคว่า มันยากนะกับการไม่ใช้หัวใจ แต่ต้องทำ เพราะความรัก สมองกับหัวใจมันไปพร้อมกัน แต่เราจะใช้หัวใจอย่างเดียวไม่ได้ ต้องใช้สมองด้วย การจะรักใครสักคน ถ้าชีวิตไม่ดีขึ้น ไม่ควรมีล่ะ ไม่ได้แปลว่าเขาต้องรวยแล้วเอามาให้เงินเรา แต่ชีวิตที่ดีขึ้นคือเราต้องตั้งใจทำงาน หรือตั้งใจเรียน เขาต้องทำให้เราไปเรียน ไม่ใช่พากันโดดเรียน ยุคนี้ผู้หญิง 4.0 แล้ว เป็นยุคที่ผู้หญิงเก่ง สวย ควรทำให้ตัวเองมีคุณค่าและเก่ง เป็นยุคที่ผู้ชายต้องวิ่งตามเรา
ตอนนี้คะน้ามุ่งไปที่งานอย่างเดียว เรามีโอกาสเข้ามาทำงานในวงการบันเทิงอย่างเต็มตัว และทำธุรกิจไปด้วย อายุที่จะทำงานนี้ได้นั้นมีเวลาของมัน ถ้าไม่รีบหาประสบการณ์ให้เต็มที่ เมื่อวันเวลาผ่านไปอาจเสียใจที่มัวแต่หมกมุ่นกับเรื่องความรัก อยากให้ถึงเวลาที่เหมาะสมค่อยตัดสินใจอีกที ตอนนี้คะน้าให้ความสนใจเรื่องงาน เรื่องเพื่อน และคุณแม่ค่ะ

ตอนที่มีข่าวไม่ดี คะน้าก้าวข้ามมาได้อย่างไร
สติทำให้เราผ่านทุกอย่างไปได้ ตอนแรกที่ได้ยินข่าวเราตกใจมาก คนที่สติแตกกว่าคือแม่ ดังนั้นคะน้าต้องเป็นคนที่มีสติที่สุด และกลับไปบอกแม่ว่าไม่มีอะไร ตัวเราต้องมองทุกๆ สถานการณ์ให้เป็นแง่บวก ทุกอย่างเกิดขึ้นแล้วต้องทำยังไงต่อ จะแก้ไขสถานการณ์ยังไงให้ดีขึ้น ถ้ามัวจมอยู่กับปัญหาก็ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น ฝากถึงผู้อ่านนะคะหากเจอเหตุการณ์ร้ายแรง อย่างแรกคือมีสติเอาไว้ คะน้ามีคติให้ตัวเองว่า ทุกอย่างเกิดขึ้นแล้วจะนำพาเราไปในทางที่ดีเสมอ เมื่อก่อนเคยเรียนมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แล้วลาออกมาเรียนมหาวิทยาลัยหอการค้าฯ ทำให้ได้เข้ามาในวงการบันเทิง เพราะเล่นโฆษณาของมหาวิทยาลัยหอการค้าฯ ดังนั้นทุกอย่างมีจุดดีที่สุด ตอนที่มีข่าวออกมายอมรับว่าร้ายแรงมากสำหรับลูกผู้หญิงคนหนึ่ง ถ้ามองอีกมุม มันก็ทำให้คนรู้จักเรา คะน้าจะหาข้อดี มุมดีๆ ให้กับทุกอย่างที่เกิดขึ้น แล้วเราจะผ่านพ้นมันไปได้ ก้าวต่อไปเรื่อยๆ

คะน้า-ริญญารัตน์

ตัวตนของคะน้า
เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ยังคงเดินตามความฝัน มีเป้าหมายที่ชัดเจน กำลังทำให้มันสำเร็จเพื่อตัวเองและครอบครัว มีลมหายใจก็ต้องสู้กันต่อไป ตอนนี้ชอบถ่ายภาพแนวสตรีทไลฟ์ ในไทยไม่ค่อยถ่ายภาพแนวนี้ พอดีว่าคะน้าชอบช่างภาพที่ชื่อ แพทย์หญิงอรนินทร์ เรืองวัฒนสุข เป็นลูกสาวของ ดร.สมชาย เรืองวัฒนสุข เป็นคุณหมอที่ถ่ายภาพแค่สองปีแต่ได้รางวัลมาแล้วหลายประเทศทั่วโลก ได้จัดนิทรรศการภาพที่ยุโรป ที่อังกฤษ ซึ่งเป็นประเทศที่เสพงานศิลป์ ดังนั้นการได้ไปจัดแสดงนิทรรศการคือสุดยอดมาก เป็นแรงบันดาลใจให้คะน้าค่ะ

ขอคำแนะนำให้กับผู้ที่กำลังค้นหาตัวตนของตนเอง
ไม่แปลกนะที่คนเรายังหลงทางหาตัวเองไม่เจอ บางคนเจอตอนอายุ 40-50 ก็ไม่แปลก อย่างเจ้าของเคเอฟซีกว่าจะรู้ว่าตัวเองทอดไก่ขายได้ ก็อายุตั้งเท่าไร คุณแค่ต้องทำอะไรสักอย่าง อย่าหยุดอยู่กับที่ บางคนหาตัวเองไม่เจอเลยนอนเฉยๆ บอกว่าไม่รู้ว่าจะทำอะไร มันผิดนะ ก็แค่ทำ just do it มันเหมือนหมัดน็อค คุณชกไปเรื่อยๆ วันหนึ่งมันโดนเป้าก็รู้แล้วว่าใช่ นั่นแหละคือตัวตนของคุณ จะบอกว่าฉันไม่รู้แต่อยู่กับที่นั้นไม่ได้ อย่างคะน้าไม่คิดว่าตัวเองจะชอบที่มาเป็นดาราหรือชอบการถ่ายรูป แต่ก็ลองทำ ถ้าไม่เริ่มหาตัวตน คุณก็จะไม่เจอ มันไม่มีคำว่าสาย มีหลายคนที่ไปเจอตอนอายุมากและประสบความสำเร็จ มันอยู่ที่การมองนะ ถ้ามองว่าแพ้ก็คือจบ

สูตรสำเร็จความรักของแต่ละคนล้วนแตกต่างกัน แต่สูตรของสาวสวยคนนี้คือ เมื่อมีมรสุมใดเข้ามา ไม่ว่าจะเรื่องรักหรือเรื่องงาน ก็สามารถผ่านไปได้ด้วยสติเป็นตัวสำคัญ มีสติรักก็จะสตรองเอง ถ้าใครยังไม่เต็มอิ่ม ตามไปชมภาพสวยๆ ของสาวคนนี้ได้ที่ IG: kana_rinyarat

ใส่ความเห็น