รักไม่รู้จบ : ‘มีวันนี้เพราะเมียให้’ ณัชทิภา - ทวี อัมพรมหา
  
  
ColumDetail
22
รักไม่รู้จบ : ‘มีวันนี้เพราะเมียให้’ ณัชทิภา - ทวี อัมพรมหา
 
 

HUG Magazine ปีที่ 9 เล่ม 1
รักไม่รู้จบ


‘มีวันนี้เพราะเมียให้’ ณัชทิภา - ทวี อัมพรมหา

‘มีวันนี้เพราะเมียให้’
ณัชทิภา - ทวี อัมพรมหา

     อาชีพนักมวย ปกติภาพลักษณ์ดูดุดัน แรงเยอะ ยิ่งโด่งดังจากการได้เหรียญเงินโอลิมปิกเหรียญแรกของไทย ความดังก็ทำเอาสาวๆ วิ่งเข้าหานับไม่หวาดไม่ไหว กับสาวน้อยคนสวยโดดเด่น ชีวิตสดใสวัยรุ่น ไม่เคยสนเรื่องมวยอะไร พ่อแม่รักหวงพร้อมเหล่าเครือญาติที่มีฐานะระดับจังหวัด อายุก็ห่างกันตั้ง 9 ปี อะไรทำให้ทั้งสองคนแตกต่าง มาสะดุดตาและกลายเป็นจับพลัดจับพลูอยู่ด้วยกันจนมาถึงวันนี้ ไม่นานเท่าไร ก็แค่ยี่สิบกว่าปีเท่านั้นเอง
      วันนี้รักไม่รู้จบจะมาเปิดความลับ ของอดีตนักมวยหนุ่มหน้าโหดที่มาเป็นโหมดพ่อบ้านหน้าใส ดูแลครอบครัวสุดเลิฟด้วยมือใหญ่ๆ ที่เคยกำหมัดสวมนวม มาเป็นกำมือนุ่มๆ ของคนข้างกาย เปลี่ยนสังเวียนผ้าใบเป็นสวนหน้าบ้าน ถอดเข็มขัดแชมป์สวมเข็มขัดนิรภัยไว้ขับรถรับส่งลูกๆ แสนรัก แบบนี้มันต้องมีอะไรเด็ดๆ กดกริ่งแล้วขอเข้าไปหน่อยนะค้า

รักแรกพบของหนุ่มหน้าโหด

      คุณขาวผ่อง : เมื่อก่อนนี้ผมทำงานที่โอสถสภา คุณณัชเป็นนักศึกษาอยู่ปีสุดท้าย มาขอส่งเพื่อนขอข้อมูลทำรายงาน เขาเด่นสุดในกลุ่มเลยนะ เราก็เอ๊ะ น้องคนนี้หน้าตาดีเว้ย การที่จะขอข้อมูลก็ต้องขอเบอร์โทรศัพท์ แรกๆ ก็ให้ข้อมูลดีหรอก หลังๆ เริ่มคุย เริ่มถูกชะตา ซึ่งเขาก็ไม่รู้หรอกว่าผมคือใคร คุยกันอยู่หลายปี เริ่มปรับทุกข์ มีอะไรคุยกันได้มากขึ้น จนปี 2535 แม่ของคุณณัชเริ่มป่วย เป็นเส้นเลือดฝอยในสมองแตกทำให้เป็นอัมพาต ญาติก็พาแม่ไปรักษาที่กาจญบุรี ช่วงนั้นเริ่มมีความสนิทสนมกัน เลยอาสาพาเขาไปเยี่ยมทุกอาทิตย์ที่กาจญ อุ้มแม่ขึ้นรถไปหาหมอ จนในที่สุดแม่ก็เสียชีวิต เลยขอเขาแต่งงาน
      คุณณัช : เล่ารวบรัดไปไหม (หัวเราะมองสามี) เราไม่สนใจเรื่องมวย แค่รู้ว่าคุ้นๆ หน้า ตอนนั้นยังเด็ก มันก็ไปเรื่อยๆ (คุณขาวผ่องแซวภรรยา โดนของรึเปล่า) ก็ดีนะ หนุ่มที่มาจีบเราสมัยก่อนจะกล้าๆ กลัวๆ เด็กๆ ไม่กล้าอะไร แตกต่างกับพี่ผ่องที่เป็นผู้ใหญ่กว่า จะกล้ามาเหนือเมฆ
     คุณขาวผ่อง : ผมกล้ากับเขา กล้ากับญาติพี่น้องเขา ไม่ได้มีพิธีรีตอง ไม่มีการวางฟอร์ม พ่อตาชวนกินข้าว คนบ้านนอกนั่งกับพื้น ผมขัดสมาธิแข่งกับพ่อตาเลย ไม่มาพับเพียบเรียบร้อย แต่กว่าจะชนะใจญาติก็เอาเรื่องเหมือนกันนะ ญาติคุณณัชอยู่สุรินทร์ มีฐานะกันทุกคน พอรู้ว่ามาคบกับนักมวย ก็รู้สึกไม่ดีแล้วล่ะ เพราะภาพลักษณ์นักมวยจะถูกมองว่าสมองมดกำลังควาย แต่พวกเขาไม่รู้ว่าการจะได้เหรียญโอลิมปิคมาต้องใช้สมองมากนะ กำลังไม่ต้องเยอะ ต้องฉลาด กว่าจะชนะใจญาติได้ใช้เวลา 2 - 3 ปีเหมือนกัน

หมัดฮุกเข้าหัวใจ
      คุณขาวผ่อง : เจอกันตอนนั้นผมขี้เหร่เลยล่ะ หน้าผมตอนนี้ดีกว่าตอนเป็นนักมวยเยอะ (หัวเราะ) ส่วนเขาเหมือนนางเอกจีน เหมือนเจ้าหย่าจือ สวย ขาว ในใจผมคิดอยู่ตลอดว่าเนื้อคู่เรา ถ้าเลือกได้จะเลือกผู้หญิงขาว เพราะถ้ามีลูก พ่อก็ดำ แม่ก็ดำ ลูกออกมาคงส่องไฟหา (หัวเราะ) ปรากฏลูกออกมาสองคนเหมือนแม่หมดเลย ดีใจแหละ
      คุณณัช : เขาไม่ใช่สเป็ค (หัวเราะ) แต่แพ้ที่ความดี พี่ผ่องเป็นคนดี เสมอต้นเสมอปลาย สมัยก่อนการไปไหนกับผู้ชายมันไม่ค่อยเหมาะ ไม่ได้มีอะไรกันแต่เขาก็มอง เราอยู่หอพักสตรีในมหาวิทยาลัย พี่ผ่องแค่ไปรับไปส่ง คุณแม่เสียตามประเพณีจีน ญาติผู้ใหญ่เสียชีวิตต้องแต่งงานภายในสามเดือน ถ้าไม่ก็ต้องรอไป 3 – 4 ปี เหมือนตกกระไดพลอยโจน ตอนแต่งงานยังงงอยู่นะ
      คุณขาวผ่อง : ตอนนั้นอยากจะขอแต่งงาน กะลิ้มกะเหลี่ยไปทางญาติๆ เขา แล้วเปิดทางมาให้พอดี จำคำได้เลย เอ้า ไหนๆ ก็มาถึงขนาดนี้แล้ว เมื่อไรจะแต่งกันล่ะ (หัวเราะชอบใจ) ในที่สุดก็ชนะใจญาติเขาได้ ผมใช้ความจริงใจเอาชนะใจเดี๋ยวนี้ไปที คุณผ่องอยู่ไหน มารึเปล่า แต่ก่อนไอ้ผ่อง ไอ้ดำ (ยิ้มขำ)
     คุณณัช : ตอนนั้นพ่อเครียดเรื่องคบกับพี่ผ่องจนปวดหัวเลยนะ
     คุณขาวผ่อง : ตอนนี้เหรอ พ่อไม่ยอมกินข้าวต้องให้ลูกเขยบอก ลูกหลานคนอื่นพูดไม่สนใจ ลูกเขยบอก พ่อต้องกินข้าวนะ จะได้แข็งแรง กินเฉยเลย เอารถไปซ่อมให้ ก็เอาไปคุยทั้งหมู่บ้านว่าลูกเขยซ่อมให้ ลูกเขยดูแลให้ (หัวเราะร่วน) ผมเป็นนักมวยก็จริง แต่คำหยาบคายไม่เคยพูดเลย กับลูกยิ่งไม่เคย
     คุณณัช : พี่ผ่องเป็นคนดี อ่อนโยน จิตใจดีมาก ไม่ได้เป็นกับเราคนเดียว เขาเป็นกับทุกคน ทั้งกับคนและสัตว์ ถ้าอยู่กับเขาจะรู้ว่าเขาน่ารักมาก ผิดกับบุคลิก สายตาเวลาที่คุยจะบอกถึงความเมตตาที่อยู่ข้างใน ทุกคนสัมผัสตรงนี้ได้ เขาเป็นคนจริงใจ ไม่ใช่คนเสแสร้ง มันเป็นจุดเด่นของพี่ผ่อง และสม่ำเสมอมาตลอด 10 20 30 ปี ก็เป็นแบบนี้ ไม่มีทำเพื่อผลประโยชน์
เป็นฮีโร่ก็ต้องอดทน
      คุณขาวผ่อง : เวลาเดินควงไม่ยอมให้จับมือ จะชิ่งหนีไปก่อน ไม่ยอมเปิดตัวใดๆ ทั้งสิ้น นี่ฮีโร่นะ (หัวเราะ) คุณณัชเป็นคนไม่อยากพรีเซนต์ว่าฉันเป็นแฟนขาวผ่องนะ ไม่อยากเป็นแฟนคนดัง ไม่อยากแสดงตัว ผมรู้จักผู้หญิงมาเยอะ พอรู้จักเขา คุณณัชเป็นผู้หญิงที่ไม่เหมือนผู้หญิง กระเป๋าเงินผม คุณณัชไม่เคยเปิดไม่เคยแอบดู ไม่มาถามว่าไปไหนมาเมื่อคืน ผมรู้ว่าในใจก็มีแหละ แต่ไม่พูดออกมา เขาไม่จู้จี้ไม่จุกจิก แต่งงานมายี่สิบกว่าปี เชื่อไหมว่าไม่เคยทะเลาะกัน แต่ผมจะซีเรียสอยู่ทุกเดือน คือก่อนประจำเดือนเขาจะมา (หัวเราะทั้งคู่) พูดเรื่องไม่เป็นเรื่องรู้แหละ เคยถามเขาบอกไม่รู้เป็นอะไร ด่าคนอื่นไม่ชื่นใจเท่าด่าผัวตัวเอง ไม่เป็นไร คิดว่าพี่ก็มีประจำเดือนกับเธอด้วยเหมือนกัน นิ่งๆ ไป เดี๋ยวเขาก็หายเอง บางทีผมก็มีเถียงนะ ก็เห็นเรายืนคุยกับคนท้อง ก็อิจฉาซะงั้น
      คุณณัช : หึงคนท้องโต ท้องจะคลอดด้วยนะ (หัวเราะร่วน) เหวี่ยงไปตามฮอร์โมน

ณัชทิภา - ทวี อัมพรมหา

เคล็ดวิธีรับมือสาวๆ

      คุณณัช : เรื่องแบบนี้ตบมือข้างเดียวไม่ดังนะ แต่ผู้หญิงดีๆ คงไม่มาทำแบบนี้ แล้วเราก็มั่นใจว่าเรามีดี ถ้าเขาคิดไม่ดี ถือว่าเขาได้แค่นี้ ถ้าคิดดี เขาจะไม่ทำแบบนั้น เรื่องแบบนี้มันเหมือนเงา ยิ่งวิ่งตามยิ่งหนี ส่วนมากผู้หญิงจะทำตัวดูไม่มีค่า ไปลดเกียรติตัวเองลง ทั้งที่เรามีงานการดีๆทำ จบการศึกษามา มีพื้นฐานครอบครัวดี ทำไมต้องไปไล่ตามเขา ถ้าเขาคิดจะมีคนอื่นก็ถือว่าเป็นวาสนาของเขาที่คิดได้เท่านั้น ถ้าเขารักดีก็ได้ดีเอง มันก็จะทำให้เราวางตัวได้

วลีประจำใจ ได้ดีเพราะเมีย

     คุณขาวผ่อง : บอกตรงๆ เลยว่า เมื่อก่อน เหล้าบุหรี่เที่ยวเสเพลมีหมด แต่ชีวิตปัจจุบันได้ดีทุกวันนี้เพราะเมียจริงๆ ทำให้ผมเลิกบุหรี่ได้โดยไม่ได้สั่ง ไม่ได้ด่า มีวิธีการในการพูดว่าผมเป็นคนของประชาชน บุคลิกมันสำคัญ ถ้าเลิกบุหรี่ได้ บุคลิกจะดีขึ้น เออ มันใช่เว้ย พอเลิกบุหรี่ได้ก็เลิกเที่ยว เพราะสถานที่เที่ยวเมื่อก่อนมันควันบุหรี่ทั้งนั้น เหม็นมาก วันแต่งงาน คุณณัชบอกว่าเราต้องเปิดใจกันนะ รายได้มีเท่าไรเอามาให้ดูกัน ผมมีเท่าไร เขามีเท่าไร แล้วมาดูรายจ่าย แยกเป็นบัญชี ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าลูกไปเรียน ค่าผ่อนบ้านผ่อนรถ ตอนนั้นมีค่าใช้จ่ายเดือนละประมาณแสนหน่อยๆ แล้วหารวมกันได้แสนหนึ่งแสนสอง เหลือใช้กันนิดเดียว เขาจัดวางระบบให้ ผมเป็นคนจดทำบัญชีเอง เพราะผมยึดเอทีเอ็มเขาไว้ไง ดูแลเองหมด เวลาเมียถามจะได้ตอบได้ว่าใช้อะไรไปบ้าง (หัวเราะทั้งคู่)
    ก่อนแต่งงานมีทาว์นเฮ้าส์แค่หลังเดียว แต่พอใช้ระบบที่คุณณัชวางไว้ให้ ได้มาเพิ่มอีกหลัง บางอย่างค่ารถส่งเดือนละหมื่นจนหมดแล้ว ก็ยังต้องใส่ไปในบัญชีนั้นอีกนะ เหมือนส่งต่อไปอีก เพื่อไว้ไปออกคันใหม่ได้ สมมติเรามี 10 บัญชี คุณณัชจะบอกเลยว่าอย่าไปเอาจากอันอื่นมาใช้ อย่ามาโปะ สุดท้ายจะพังหมด แต่งงานกันมาสิบปีได้ทาว์นเฮ้าส์อีกหลัง แล้วเอาสองหลังขายได้เงินมาซื้อบ้านที่อยู่ทุกวันนี้ เพราะจากระบบของเขา (ยิ้ม) พอเข้าปีที่ 20 เราเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว ระบบบัญชีนี้ก็หยุดไป เมื่อก่อนจ่ายเงินตามระบบไปแล้ว เหลือใช้อยู่ประมาณไม่กี่พันต่อเดือน มันไม่พอใช้ คุณณัชก็บอก ถ้าจะใช้เพิ่มให้ไปรับจ็อบพิเศษมา ได้ผลนะ แล้วเรื่องเหล้า บุหรี่ เที่ยวนอกบ้านนี่ต้องตัดหมด ไม่งั้นไม่พอใช้ สู้มาแบบนี้กัน ผมกล้าพูดเลยว่าผมมีชีวิตที่ดีทุกวันนี้เพราะเมียจริงๆ ผมไม่อายเลย (ยิ้มมองกันและกัน) พื้นฐานความรู้ผมไม่มี ผมมีพื้นฐานความคิดอ่านแบบนักมวย
     คุณณัช : เราทำงานที่เกี่ยวกับธุรกิจ ได้มุมมองในเรื่องการทำงาน ผู้ชายมีศักดิ์ศรีนะ ต้องมีวิธีพูดให้เข้าใจ ให้ดูว่าชีวิตคนอื่นเขามีผกผัน เราได้เปรียบเพราะมีชื่อเสียง ถ้าหากต่อยอดเป็นจะไปได้ไม่สิ้นสุด หลายคนไม่มีใครมาแนะนำ เมื่อมีชื่อเสียง ไม่กี่ปีก็หายไป ทุกวันนี้พี่ผ่องยังมีคนจำได้ในภาพลักษณ์ที่ดี อย่างล่าสุดมีมหาวิทยาลัยจะให้ดุษฎีบัณทิต (ยิ้ม) จะพูดกับพี่ผ่องเสมอว่าที่พี่ยังมีชื่อเสียงเพราะตัวพี่เองนะ ไม่ได้เกิดจากโชคชะตาอะไร เพราะเราทำในสิ่งที่ดี มีประโยชน์ ถ้าเราทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดี ก็จะสร้างแบบอย่างให้แก่น้องๆ ในวงการมวย มันเป็นวิทยาทานด้วยนะ

ณัชทิภา - ทวี อัมพรมหาวินเนอร์ & น้ำหวาน
      คุณขาวผ่อง : พอมีลูกสาว (น้ำหวาน – พชรกมล อัมพรมหา) คนมักคิดว่าต้องหวง ก็ไม่นะ ผมมีลูกๆ ดี มีอะไรเปิดเผย คุยกันหมด เขาเล่าให้เราฟัง ผมไม่ปิดกั้น ไม่ขีดเส้น มีดุมีว่ากันบ้าง เราเป็นคนยุคเก่า แต่ก็ใช้ของยุคใหม่เข้าหาลูก เรื่องนี้ก็เพราะภรรยาอีกแหละ ที่สมัครเฟซ สมัครไลน์ให้
      คุณณัช : เด็กรุ่นใหม่ถ้าเราไม่คุยเรื่องที่เขาสนใจ จะไม่ฟังเรา ต้องเอาเรื่องนี้เข้ามาใช้ ลูกชาย (วินเนอร์ – ชยุตม์ อัมพรมหา ) ชอบคอมฯ ติดเกม แต่ไม่เหมือนรุ่นเรา เขาติดเกม แต่สอบติดธรรมศาสตร์ คณะคอมพิวเตอร์ เราส่งเสริมในสิ่งที่ลูกชอบให้ไปถึงที่สุด
      คุณขาวผ่อง : ติดเกมเล่นถึง ตี 2 - 3 แต่เช้ามา ตี 5 มาบอกพ่อไปส่งเรียน รด.หน่อย เขามีความรับผิดชอบ
      คุณณัช : ได้แบบอย่างจากพ่อ พี่ผ่องเป็นนักกีฬา ได้เรื่องความตรงต่อเวลา การกระทำจะสอนลูกเอง เป็นตัวอย่างให้ลูก
      คุณขาวผ่อง : เมื่อก่อนมีเหมือนกัน ฉายาตอนวัยรุ่น ผ่อง สว่างกลับ (หัวเราะ) ไม่สว่างไม่กลับ แต่พอมาคบกับเขา ชีวิตก็เปลี่ยนไป หน้าเท้าเป็นหลังมือเลย ถ้าผมไม่คิดจะทำ ชีวิตมันต้องเละแน่ ผมอยากให้ลองทำกันดู วางระบบนี้ไว้สักสิบปี ค่าใช้จ่าย น้ำ ไฟ บ้าน เสื้อผ้า เข้าบัญชีไป เหลือสักเท่านี้ใช้ได้ไหม อย่าไปปนกัน สิบปี เห็นผล แต่ต้องใจแข็งนะ ไม่ใช่เฮ้ย ไอ้ผ่องไปกินเหล้าเว้ย แว๊บหนีเมียไป พังแน่ๆ ชีวิตที่กินเหล้าสัมมะเรเทเมามันเป็นชีวิตวัยรุ่นที่ผ่านมาแล้ว เมื่อเราแต่งงานต้องหยุด เพื่อสร้างครอบครัวให้แข็งแรง เมื่อมีลูกก็จะเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูก มันเป็นเกราะที่แข็งแรงที่สุดแก่ลูกๆ
     คุณณัช : สิ่งที่เรามีให้คือความปรารถนาดี ไม่ใช่จะทำเพื่อเอาประโยชน์เข้าตัว เอาเงินสามีไปให้พ่อแม่ตัวเอง การใช้ชีวิตอยู่บนเหตุและผลดีที่สุด พี่ผ่องเป็นแบบอย่างความรับผิดชอบ ไม่เคยตีลูกสักครั้ง เขาสอนจากการทำให้เห็น ลูกก็ไม่พูดคำหยาบ เพราะพ่อแม่ไม่เคยพูดให้เห็น พอไปอยู่ในกลุ่มเพื่อนๆ ก็จะเจอสังคมที่เราสบายใจได้ ไม่ต้องกังวล เพราะเขาได้ตัวอย่างที่ดีไป

อยากได้ลูกเสือ ต้องเข้าถ้ำเสือ
     คุณขาวผ่อง : วันนั้นลูกสาวไปดูหนังกับเพื่อนผู้ชาย พ่อรู้ แต่วางฟอร์มไม่รู้ไป ลูกโทรมาให้ไปรับ ถึงเวลาไปรับก็ถาม ดูหนังมาเหรอลูก ดูกับเพื่อนเหรอ กี่คนล่ะ ลูกสารภาพเลยว่าดูกับเพื่อนผู้ชาย แล้วจะมาหาพ่อแต่ไม่กล้ามา กลัวเจอพ่อ หนีหมด (หัวเราะ)
     คุณณัช : เด็กวัยนี้ไปห้ามเขาไม่เชื่อเราหรอก จะยิ่งโกหกไป เพราะฉะนั้นให้เขาพูดความจริง โดยไม่ดุ และสอนเขาไปว่า วันหลังแม่แนะนำว่าไปเที่ยวที่อื่นได้ แต่ไม่ให้ดูหนังนะ เพราะมันเป็นที่ลับตาคน เขาก็โอเค
     คุณขาวผ่อง : คุณณัชก็เป็นคนวางแผนนะว่ามีลูกควรห่างกันสี่ปี เพราะค่าใช้จ่ายตอนอนุบาลจะสูง พอเข้าป.1 ค่าใช้จ่ายจะลดลง ไปหนักอีกทีตอนมหา’ลัย พอห่างกัน 4 ปี พี่ชายเข้ามหา’ลัย น้องสาวก็มัธยม พอพี่ชายจบ น้องสาวก็เข้ามหา’ลัย อายุห่างกันก็ทุ่มการดูแลได้เต็มที่ อยากให้ลูกมีคุณภาพ ไม่ใช่ปริมาณ ผมแสดงความเป็นสุภาพบุรุษ ทำหมันให้เอง หมอบอกคุณผ่องทำเลย เจ็บเท่ามดกัน มดทั้งรังน่ะสิ (หัวเราะทั้งคู่)
     คุณณัช : กลับมาบ้านพี่ผ่องโมโหใหญ่เลย บ่นว่าเจ็บเท่ามดกัด มดทั้งรัง รู้งี้ไม่ทำดีกว่า มาหลอกกันได้ไง พี่นั่งขำใหญ่ว่าทำไมหน้าตาเป็นแบบนั้น
     คุณขาวผ่อง : ตอนเจาะ ตอนตัด ไม่เจ็บ แต่ตอนดึงน่ะ มันจุก ตอนนั่งรอหน้าห้อง คนแรกทำเสร็จออกมาหน้าซีดมาเลย ไหวไหมว่ะ เอาน่า ใจดีสู้เสือ โอ้โห พับผ่า ลมแทบใส่ ผมช่วยเลี้ยงลูกตั้งแต่แรก อาบน้ำให้เอง ผู้ชายมือใหญ่ นิ้วสองอันจะอุดหูลูกพอดี เอาตัววางบนแขนได้ ผมเป็นคนไม่มีการศึกษา มาจากเป็นนักมวย จะบอกลูกๆ ว่าเรียนให้ดีที่สุด เพราะการเรียนมันกำหนดอนาคต ทุกอย่างพ่อวางพื้นฐานไว้ให้หมดแล้ว บ้าน ที่ดิน ถึงเวลาลูกแค่ต่อยอด พ่อมาจากศูนย์ มาสร้างตัว ลูกมาต่อยอดไป จะพยายามให้ลูกเรียนได้สูงที่สุด ลูกชายปีหน้าก็จบ บอกให้ต่อโทไปเลย พ่อยังมีแรงส่ง เมื่อถึงช่วงที่ควรจะพัก ลูกๆ คงสบาย เอาตัวรอดได้
ก็แค่เกรงใจ
     คุณขาวผ่อง : จริงๆ นักมวยกลัวเมียกันทุกคน (หัวเราะ) คือเกรงใจ ไม่อยากเถียงอะไร เป็นผู้หญิงประเภทเดียวในโลกที่เถียงยังไงก็ไม่ชนะ ทั้งที่เราถูก 100% เถียงไม่ชนะ จะเถียงทำไม
      คุณณัช : ไม่ได้อยากให้กลัวเมีย อยากให้เกรงใจ เคยเจอที่บอกว่ากลัวแต่มาอีกทีเมียน้อยอุ้มลูกมาเลย ที่อยากให้เกรงใจคือ รู้ว่าสิ่งที่เราบอกมันมีเหตุผลนะ ถ้ากลัวจะแค่ต่อหน้าลับหลังจะเก็บกด การให้เกียรติและเกรงใจดีกว่า อยากให้รู้ว่าสิ่งที่เราบอกคืออยากให้เขาได้ดี ให้มีหน้ามีตาในสังคม คนไม่ดูถูกอาชีพนักมวย ทำอะไรก็ประสบความสำเร็จ
     คุณขาวผ่อง : ต้องรับข้อเสียอีกคนให้ได้ ให้เกียรติทั้งต่อหน้าและลับหลัง ถ้าทำได้ การใช้ชีวิตคู่จะราบรื่น ไม่ใช่ว่าต่อหน้า แม่จ๊ะแม่จ๋า แต่ลับหลัง อีแก่ที่บ้าน
     คุณณัช : เราไม่มีการสร้างภาพกัน อยู่บนพื้นฐานตัวตนจริงๆ ตั้งแต่เจอกันก็เป็นแบบนี้ ชีวิตคู่ที่ล้มเหลวอาจจะเพราะสร้างภาพปรุงแต่งให้อีกฝ่าย พอมาเจอตัวจริงหลังแต่งงานก็เลยต้องเลิก ตัวตนของเราต้องเปิดเผยตั้งแต่รู้จักกัน อย่างพี่ผ่องอาจมีที่ชอบสะสมพระเครื่อง แต่เขาไม่สูบบุหรี่ ไม่เที่ยว ช่วยดูแลลูก ข้อดีมีมากกว่า ไม่ต้องไปห้ามมันทุกเรื่องหรอก
     คุณขาวผ่อง : ตั้งแต่แต่งงานกันมา ผมเป็นคนยึดเอทีเอ็มเขา ปกติภรรยาต้องยึดของสามี แต่ผมยึด มันเลยกลับกันหมดเลยว่า กวาดบ้านหุงข้าวเลี้ยงลูกเป็นหน้าที่ผม (หัวเราะทั้งคู่) เขาทำงานนอกบ้านหมด กลายเป็นผมมาพับผ้าดูแลบ้าน เวลาเขาจะใช้เงินก็มาเบิก อะ เอาไปสองร้อย แล้วผมต้องจดว่าให้เงินไปเท่าไรยังไง ผมกลายเป็นแม่บ้าน เขาเป็นพ่อบ้าน

ณัชทิภา - ทวี อัมพรมหา

ถึงทุกคู่รักทุกคน

     คุณขาวผ่อง : ผู้ชายต้องมีความซื่อสัตย์ ทั้งกับตัวเอง คู่ครอง ครอบครัว มีความซื่อสัตย์จริงใจ อย่าเสแสร้งดัดจริต อย่ามาสร้างภาพ
      คุณณัช : อย่าไปข่มสามี ต้องเข้าใจธรรมชาติผู้ชายว่าเขามีศักดิ์ศรี ต่อให้เราเก่งแค่ไหน ก็อย่าไปข่มเขา เขากลัวได้แค่ต่อหน้า แต่ลับหลังเขาไม่กลัว จะไปหาคนที่เขาข่มได้เหมือนกัน เหมือนชดเชยสิ่งที่เสียไป ต้องอยู่ด้วยเหตุและผล อย่าไปลำพองว่าข่มสามีได้ ควรอยู่ด้วยการให้เกียรติกัน จะไปได้อย่างต่อเนื่องโดยที่ไม่ต้องทำอะไรเลย เราควรให้สามีอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข สามารถเปิดใจกับเราได้ แล้วอยากอยู่กับเราเอง

ขาวผ่องกับลิลลี่ไวท์
      คุณณัช : ธุรกิจที่ทำอยู่เริ่มไปเมืองนอกล่ะ ตั้งใจจะให้ลูกสานต่อ แรกเริ่มจากที่คุณอาผลิตครีมให้กับทางคลีนิกต่างๆ มาหลายสิบปี ก็แนะให้เอาเครื่องสำอางค์ให้พี่ผ่องใช้ เผื่อจะดูดีขึ้น (หัวเราะ) ปกติไม่ใช้ แต่เกรงใจ ใช้ไปบ่นไป ทาไประยะหนึ่งจับหน้าตัวเองแล้วมันละเอียด ดูดี เริ่มชอบแหละ ไม่ต้องบังคับ ทาเองเลย ไปไหนก็มีคนทักว่าไปทำอะไรมา ไปศัลยกรรมรึเปล่า
      คุณขาวผ่อง : พอมีคนทักก็แนะนำไป สนใจกันทุกราย (ยิ้ม) เริ่มมาคิดต่อยอดล่ะ
      คุณณัช : การที่จะขายได้ ไม่ใช่ง่าย ต้องไปทำให้ถูกขั้นตอนทุกอย่าง จดทะเบียนยื่นเอกสารให้ครบ แบรนด์นี้ไม่มีโฆษณาอะไรเลย มาจากการบอกต่อกันทั้งนั้น เราลงทุนใส่ของคุณภาพเข้าไป ใช้แล้วเห็นผลจริง แล้วมีงานประจำไม่ได้คิดจะทำจริงจังอะไร แต่ตอนนี้มันชักจริงจังล่ะ (หัวเราะ) มีคนไทยในวงการมวยเห็นในเฟสของพี่ผ่อง ซื้อไปลองใช้ เอาไปใช้ที่ต่างประเทศกัน ตอนแรกคิดว่ามันน่าขำนะ เอานักมวยมาขายเครื่องสำอางค์ แต่คุณอาแนะว่านั่นแหละ มันแตกต่าง ถ้าคิดเหมือนคนอื่นก็จะเหมือนคนอื่นๆ เอาจุดนี้มาเน้น ใช้คำว่า จากนักมวยหน้าโหด เปลี่ยนโหมดเป็นหน้าใส ถ้าเจ้าของแบรนด์เครื่องสำอางค์เป็นคนสวยไม่แปลก เพราะสวยอยู่แล้ว แต่นักมวยล่ะ มันเป็นแรงบันดายใจว่าอะไรที่ทำให้นักมวยมาทำธุรกิจนี้ เลยยิ่งได้รับความสนใจ
      คุณขาวผ่อง : ทางกระทรวงออกไปรับรองว่าสินค้าลิลลี่ไวท์สามารถขายที่ต่างประเทศได้ 20 ประเทศ โดยไม่ต้องจดแจ้งอย.แต่ละประเทศ
      คุณณัช : เป็นหนังสือรับรองสำคัญ ยืนยันว่าเรามีตัวตนจริง สินค้ามีคุณภาพจริง ไปประเทศไหนก็เข้าได้ เพราะมันการันตรีจากรัฐบาลไทย ตอนนี้เน้นทางยุโรป ไปฮอลแลนด์ อังกฤษ เราใช้วิธีการเจาะจากกลุ่มคนไทยที่อยู่ที่นั่น เขาก็จะบอกต่อๆ กัน

แด่คู่ชีวิตของฉัน

      คุณขาวผ่อง : ตั้งแต่วันแรกถึงวันนี้ ผมไม่มีอะไรที่ต้องปิดบังเขา มันเป็นสิ่งสำคัญของชีวิตคู่นะ ถ้าเรายังปิดบังซ่อนเร้น สักวันหนึ่งมันจะทำให้ความรักที่เคยมีต่อกันจะเกิดปัญหาได้ นี่ตั้งแต่วันแรกถึงวันสุดท้ายยังเหมือนเดิม เราไม่มีลับลมคมใน ไม่เคยคิดไม่ซื่อ ผมประทับใจในหลายสิ่งหลายอย่างของเขา ความปรารถนาดีต่างๆ ผมได้ดีเพราะเมีย คำนี้จริง เขาเป็นคนประคองสถานการณ์ทุกอย่าง (ยิ้มมองภรรยา)
      คุณณัช : ต้องยกเครดิตให้พี่ผ่อง เพราะต่อให้พูดแทบตายถ้าเขาไม่อยากมีชีวิตที่ดีมันก็แค่นั้น เกิดจากที่พี่ผ่องเห็นโอกาส เลยทำให้มีวันนี้ มั่นใจว่าต้องมีอนาคตที่ดีต่อไปอีก ประทับใจในความจริงใจ ความดีที่เสมอต้นเสมอปลาย ไม่ได้แค่กับเรา กับคนรอบข้าง พี่ผ่องมีความปรารถนาดีกับทุกคนจริงๆ เคยคิดสโลแกนให้พี่ผ่อง จริงจัง จริงใจ ไม่เอาเปรียบใคร ใช่พี่ผ่องเลย (ยิ้มมองสามี)
      คุณขาวผ่อง : ผมต้องยอมสิ มนุษย์เมียเป็นมนุษย์ประเภทเดียวที่เถียงยังไงก็ไม่ชนะ (หัวเราะทั้งคู่)

 

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

จากเพื่อนเลื่อนเป็นแฟน :: ปันปัน - สุทัตตา

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);