สุขภาพสุขเพศ : กระเพาะปัสสาวะอักเสบกับเพศสัมพันธ์
  
  
ColumDetail
06
สุขภาพสุขเพศ : กระเพาะปัสสาวะอักเสบกับเพศสัมพันธ์
 
 

HUG ปี 8 เล่ม 12
สุขภาพสุขเพศ


 กระเพาะปัสสาวะอักเสบกับเพศสัมพันธ์
กระเพาะปัสสาวะอักเสบกับเพศสัมพันธ์

    สวัสดีค่ะ ดิฉันมีเรื่องสงสัย ไม่รู้จะไปปรึกษาใครก็เลยเขียนมาถามคุณหมอค่ะ คือว่าดิฉันเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบค่ะ แบบนี้ดิฉันสามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ไหมคะ ปกติแล้วมีเพศสัมพันธ์กับแฟนบ่อยมากค่ะ แทบจะทุกวันเลย กลัวว่าถ้าหยุดไปแล้วแฟนจะไม่โอเค แต่ก็ยังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับแฟนนะคะ เวลามีเพศสัมพันธ์กันทุกครั้งก็จะใส่ถุงยางตลอดค่ะ อยากรู้ว่าถ้ามีเพศสัมพันธ์แล้วจะมีผลกระทบอะไรไหม สามารถทำได้ไหมคะ

     ......................................................

    ตอบ ปกติหากเป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบควรงดมีเพศสัมพันธ์ ไปพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาให้หายดีก่อน เพราะการมีเพศสัมพันธ์อาจกระทบกระแทกให้อักเสบมากขึ้น ทำให้ปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะเป็นเลือด หากเป็นมากอาจจะทำให้เกิดกรวยไตอักเสบได้ เรื่องนี้ควรสื่อสารกับแฟนค่ะ
    มารู้จักโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบกันนะคะ
    โรคนี้ใครๆ ก็รู้จักค่ะ เพราะพบเจอได้มากโดยเฉพาะในผู้หญิง พบมากกว่าผู้ชาย โดยพบทุกช่วงอายุ ในวัยรุ่น พบโรคนี้ได้มาก งานวิจัยพบนักศึกษาหญิงในมหาวิทยาลัยเป็นโรคนี้สูงถึงร้อยละ 50 – 70 ใน 1 ปีทีเดียว สำหรับวัยหมดประจำเดือน พบโรคนี้ประมาณ ร้อยละ 7 ต่อ ปี ส่วนวัยอื่นๆ พบน้อยลงไป
    สาเหตุส่วนใหญ่ เกิดจากเชื้อโรคบริเวณรอบๆ รูเปิดท่อปัสสาวะ ไต่เข้าไปในท่อปัสสาวะ ไปเจริญเติบโตในกระเพาะปัสสาวะ ทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อ สาเหตุส่วนน้อย ได้แก่ มีเชื้อโรคเข้าไปในกระแสเลือด แล้วกระจายไปที่กระเพาะปัสสาวะ ทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อที่กระเพาะปัสสาวะได้เช่นกัน
    เชื้อโรคที่พบบ่อยที่ทำให้เกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบ คือ อี. โคไล (E. coli) เป็นเชื้อโรคที่มาจากอุจจาระของคน พบเป็นสาเหตุถึงร้อยละ 75 – 95 เชื้อโรคอื่นๆ เป็นเชื้อโรคในลำไส้ใหญ่ และผิวหนัง เนื่องจากเป็นโรคที่พบมาก จะหลีกเลี่ยงได้ หากเราทราบปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิด
    ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญมีดังนี้ค่ะ
    1. เป็นเพศหญิง เนื่องจากรูปัสสาวะสั้นกว่าเพศชายมาก โรคนี้หากเป็นไม่มาก สามารถรักษาตนเองได้ อย่างไรก็ตามหากเกิดในเพศชาย แม้เป็นน้อยควรพบแพทย์ เพราะแสดงว่าอาจจะมีโรคที่เป็นสาเหตุซ่อนเร้นอยู่ เช่น โรคต่อมลูกหมาก ทางเดินปัสสาวะผิดปกติแต่กำเนิด หรือมีการอุดตัน
    2. การกลั้นปัสสาวะ น้ำนิ่งลูกน้ำของยุงชุมฉันใด การกลั้นปัสสาวะ ไม่มีการเคลื่อนไหวของน้ำในกระเพาะปัสสาวะ เชื้อโรคก็เพิ่มจำนวนขึ้นได้ฉันนั้น เห็นชัดในคนที่ต้องเดินทางไกล และไม่มีห้องน้ำให้เข้า มักจะตามมาด้วยโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
    3. ดื่มน้ำน้อย ทำให้น้ำปัสสาวะข้น ขุ่น จำนวนเชื้อโรคเพิ่มจำนวน จนเกิดการอักเสบติดเชื้อขึ้น
    4. อ้วนมาก บริเวณจุดสงวนมักจะอับชื้น เชื้อโรคบริเวณรอบทวารหนัก สามารถเข้ามาปนเปื้อนบริเวณรูปัสสาวะ เกิดการอักเสบติดเชื้อขึ้น      
    5. มีภูมิต้านทานบกพร่อง เช่น ผอมมาก เป็นโรคเบาหวาน โรคภูมิแพ้ร่างกาย รับประทานยากดภูมิต้านทาน กำลังรักษาโรคมะเร็ง ฯลฯ จะเสี่ยงต่อการติดเชื้อต่างๆ ง่ายอยู่แล้ว
    6. สุขลักษณะไม่ถูกต้อง เช่น ชอบนุ่งคับๆ ส่วนสงวนเปียกชื้นตลอดเวลา ใช้หัวฉีดที่ปนเปื้อนเชื้อโรคฉีดทำความสะอาดบริเวณรูปัสสาวะ ทำความสะอาดหลังอุจจาระไม่เพียงพอ ท้องผูก กลั้นอุจจาระ
    7. เป็นโรคนิ่ว เช่น นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ หลอดไต หรือในไต นิ่วเป็นแหล่งที่มีเชื้อโรคสะสมอยู่
    8. ตั้งครรภ์ หรือเป็นเนื้องอกมดลูก ทำให้เกิดการกดทับกระเพาะปัสสาวะ ปัสสาวะไม่สุด ปัสสาวะค้าง เกิดการอักเสบติดเชื้อขึ้นได้ง่าย
    9. มีเพศสัมพันธ์บ่อยครั้ง การกระทบกระแทกกระเพาะปัสสาวะที่มีน้ำปัสสาวะค้างอยู่ เป็นสาเหตุทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อได้ ยิ่งหากมีเพศสัมพันธ์กับคนหลายคน ยิ่งมีโอกาสรับเชื้อโรคมากขึ้น
    10. ติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โรคหนองในแท้ หนองในเทียม ชอบเยื่อบุท่อปัสสาวะ และเยื่อบุทางเดินปัสสาวะ ทำให้เกิดท่อปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ มีหนองไหลออกจากท่อปัสสาวะ
    11. หนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายอักเสบ สามารถเผยแพร่เชื้อโรค ทำให้อีกฝ่ายเกิดช่องคลอดและกระเพาะปัสสาวะอักเสบหลังมีเพศสัมพันธ์
    วิธีป้องกันโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบทำได้ไม่ยากเลย ดังนี้ค่ะ
    1. ดูแลส่วนสงวนให้แห้งสบาย ไม่ให้อับชื้น ไม่ควรใช้หัวฉีดที่อาจปนเปื้อนเชื้อโรคฉีดล้าง เวลาปัสสาวะทุกครั้งไม่ควรล้างแต่ควรซับให้แห้ง เวลาอุจจาระต้องทำความสะอาดและซับให้แห้ง
    2. ดื่มน้ำให้เพียงพอ วันละ 30 – 50 ซีซี ต่อน้ำหนักเป็นกิโลกรัม หรือวันละ 2 ลิตร ตามกฎ 8  8 ของการดื่มน้ำ คือดื่มน้ำแปดแก้ว แก้วละ 8 ออนซ์ (240 ซีซี)
    3. ไม่ควรดื่มน้ำหวาน น้ำอัดลม กาแฟ แอลกอฮอล์ ของเค็ม มากเกินไป เพราะทำให้ปัสสาวะบ่อย จนอาจเกิดการติดเชื้อได้
    4. น้ำผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ กระเจี๊ยบแดง ช่วยลดการอักเสบติดเชื้อกระเพาะปัสสาวะได้
    5. ไม่ควรกลั้นปัสสาวะ เวลาปัสสาวะต้องไม่รีบเร่ง ควรปัสสาวะจนหมด หรือให้เหลือน้ำปัสสาวะน้อยที่สุด โดยปัสสาวะสองจังหวะ คือหากรู้สึกหมดแล้ว รอสักครู่ โน้มตัวไปข้างหน้า จะปัสสาวะส่วนที่เหลืออีกได้
    6. ระวังการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เห็นหน้าไม่รู้ใจ ไม่รู้มีเชื้ออะไร ควรสวมถุงยางอนามัย
    7. การรับประทานยาคุมกำเนิด สวมห่วงอนามัย อาจเพิ่มการเกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
    8. หากเกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบบ่อยๆ ต้องหาสาเหตุ เช่น นิ่ว เนื้องอกมดลูก ติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ฯลฯ
    9. ก่อนมีเพศสัมพันธ์และก่อนเดินทางไกล ควรปัสสาวะทิ้งให้เรียบร้อย หลังมีเพศสัมพันธ์และถึงที่หมาย ควรปัสสาวะอีกครั้ง
    10. ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง หากมีโรค รักษาโรคให้ใกล้เคียงปกติ ดูแลน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่นุ่งคับ ไม่อับชื้น
    11. งานวิจัยพบว่าการขริบหนังหุ้มปลาย ช่วยลดการติดเชื้อ และลดการเกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบในคู่นอนได้    

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

ตัวจริงหรือตัวสำรอง :: อะตอม - ภัคจิรา วิศววิสุทธิ์

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);