รักไม่รู้จบ : ขอบคุณที่มารักกัน ชมพูนุช ตัณฑเศรษฐี & กฤษฎิน สุวรรณบุบผา
  
  
ColumDetail
22
รักไม่รู้จบ : ขอบคุณที่มารักกัน ชมพูนุช ตัณฑเศรษฐี & กฤษฎิน สุวรรณบุบผา
 
 

รักไม่รู้จบ

ชมพูนุช ตัณฑเศรษฐี & กฤษฎิน สุวรรณบุบผา

ขอบคุณที่มารักกัน
ชมพูนุช ตัณฑเศรษฐี & กฤษฎิน สุวรรณบุบผา

    คำว่าขอบคุณ เหมาะที่สุดสำหรับคู่นี้ เพราะต่างฝ่ายฝ่ายมาพบเจอกันด้วยฐานะหัวหน้ากับน้องฝึกงานหน้าใส ความแตกต่างของวัย ความแตกต่างของการเลี้ยงดู และอีกหลายๆ อย่าง กลับไม่ทำให้ความรู้สึกที่สนใจกันและกันสั่นคลอนได้ สิ่งที่หยั่งรากลงลึกของคนสองคนที่แตกต่างกันขนาดนี้ให้มาผูกพันกันคืออะไร มาลองตั้งใจฟังสองนักข่าวคนดัง ‘เก่ง – กฤษฎิน’ หนุ่มใหญ่มาดขรึมสุดเท่กับ ‘เจ็ม – ชมพูนุช’ สาวสวยเจ้าของรอยยิ้มสุดหวาน ที่ไม่ได้มารายงายข่าวแต่จะมาเล่าเรื่องราวความรักที่มีรสชาติและมีพลังจากข้างในหัวใจ มาเล่าสู่กันฟัง ขยับรีโมท เปิดเสียงดังๆ แล้วฟังกันได้เลย

ครั้งแรกจากเสียงตามสาย
    เจ็ม : เจอกันตอนยังทำงานอยู่ที่สถานีโทรทัศน์ไอทีวี เขาเปิดรับผู้ประกาศข่าว คัดเลือกจากผู้ประกาศข่าวเที่ยงวัยทีน แต่จะมาเป็นผู้ประกาศข่าวกีฬา (หัวเราะ) พี่เก่งเป็นบ.ก.กีฬา เราก็เป็นน้องใหม่จากจังหวัดเชียงใหม่ ตอนแรกๆ เข้าไปยังไม่จบเลย เรียนปี 4 แต่เรียนตัวฝึกงานสุดท้าย ก็คิดว่าต้องหางานทำแล้ว เป็นโอกาสดีที่ไอทีวีเปิดรับผู้ประกาศข่าวของสถานีที่มีความเด่นเรื่องข่าว พอได้เจอกัน พี่เก่งเป็นพี่คนหนึ่งที่น่านับถือ เขาดูดุ ดูภูมิฐาน (ยิ้ม)
    เก่ง : ครั้งแรกที่คุยกันคือเจ็มโทรเข้ามาแนะนำตัว ว่าพี่เก่งใช่ไหมคะ ติดต่อกับทางโต๊ะข่าวของพี่วัน (ธนวรรณ เตโชดำรง) บก.ของข่าวเที่ยงวัยทีน ทราบว่ามีรับผู้ประกาศข่าวกีฬา ผมคุยกับพี่วันบ่อยว่า ถ้าข่าวเที่ยงวัยทีนมีน้องผู้หญิงที่พูดจาฉะฉานหน่วยก้านดี สนใจฝึกสายกีฬา ให้มาแคสงานดู พี่วันก็ส่งชื่อมาให้สามคน มีเจ็ม มีไบร์ท (พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ) มีแนน (กรองแก้ว ชัยกฤษ)
    เจ็ม : มาพร้อมกับน้องไบร์ทนะจ๊ะ (หัวเราะ)
    เก่ง : วันที่เจ็มโทรมาจำได้เลยว่ากำลังขับรถอยู่ แล้วเขาถามว่าจะได้ไหม เพราะคุณแม่ที่เชียงใหม่รอโทรศัพท์อยู่ด้วย คือมันเปลี่ยนชีวิตเขาเลยนะ จากเชียงใหม่ต้องมาประจำที่กรุงเทพฯ ต้องวางแผนหาที่พัก มันเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเขาเลยนะ ถ้ามาถึงแล้วอีกเดือนไม่ผ่าน ไม่เอานะ มันต้องวางแผนชีวิตกันล่ะ แต่สุดท้ายเจ็มก็ฝึกที่สายอื่นนะ
    เจ็ม : สำหรับเราไม่เคยออกนอกพื้นที่ อยู่กับแม่ที่เชียงใหม่ตลอด การมาอยู่กรุงเทพฯ คนเดียว เลยต้องขอความแน่ใจกับชีวิตนิดหนึ่ง พี่เก่งสอนว่าคนที่จะมาเป็นผู้ประกาศข่าวกีฬาต้องมีความรู้เรื่องข่าวกีฬาดี ไม่ใช่อ่านเป็นนกแก้วนกขุนทอง ต้องมีความรู้จริง รอบรู้เรื่องกีฬาด้วย ถึงจะมีอินเนอร์มาจากข้างใน ไอทีวีตอนนั้นจะชัดเจนเรื่องความรู้เรื่องข่าวมาก จริงๆ ข่าวเที่ยงวัยทีนเป็นจุดเริ่มต้นเลยนะ ตัวเจ็มไม่มีความรู้เรื่องข่าวเลย อ่านผิดอ่านถูก ทุกอย่างสดหมด ได้พี่เก่งเป็นที่ปรึกษา มาแนวที่ปรึกษาล่ะ (หัวเราะมองสามี) ไม่รู้ว่าจีบไหม รู้แค่ว่าพี่เก่งไปถามรายละเอียดตัวเจ็มกับพี่วัน ส่วนตัวเจ็มพี่วันเป็นคนแรกที่รู้จักในตอนมาทำที่ไอทีวี และได้อยู่ที่โต๊ะข่าวกับพี่วัน พอพี่วันเดินยิ้มๆ มาบอกว่า น้องเจ็ม เก่งเป็นคนดีนะ ในเมื่อผู้ใหญ่ที่เหมือนเป็นแม่ของวงการ เป็นคนเริ่มต้นดึงเราเข้ามา มาบอกแบบนี้ ต้องมีอะไรสักอย่างแน่ๆ เลยคิดว่าผู้ชายคนนี้น่าสนใจจัง (หัวเราะ) แต่ยังไม่รู้เลยนะว่าตอนนั้นเขาคิดยังไงกับเรา
   เก่ง : มันก็แค่ เออ น้องคนนี้โอเคนะ คือผมไม่รู้ว่าเด็กที่มาอ่านข่าวเที่ยงวัยทีน ถ้าผมจะคบกันจริงจังจะไปได้ไกลไหม ช่วงอายุมันห่างกันเยอะมาก (หัวเราะ) ห่างกันแปดปี เริ่มคุยกันไปเรื่อยๆ ก่อน ไม่ได้ตั้งหน้าตั้งตาจะจีบ คุยแล้วรู้สึกถูกชะตา เจ็มเป็นคนตลก อารมณ์ดี คุยกันไม่จี๋จ๋า ผมไม่ค่อยมีความโรแมนติค
   เจ็ม : พี่เก่งมีความจริงจัง ตอนนั้นสามสิบกว่าแต่ทำตัวแก่กว่าอายุ ส่วนเจ็มอายุยี่สิบกว่าแต่ทำตัวเด็กกว่าอายุ แล้วเจ็มเป็นลูกคนเล็ก ส่วนพี่เก่งเป็นลูกคนโต ทำให้ต่างคนต่างต้องปรับเข้าหากันเยอะในช่วงแรกๆ แต่สิ่งหนึ่งที่พี่เก่งพูดให้จำได้จนถึงทุกวันนี้คือ พี่ไม่ใช่คนหวานแต่พี่สม่ำเสมอ (ยิ้ม) ถ้าไม่หวานอย่างไรก็ไม่หวานอย่างนั้น แต่ถ้าพี่ดูแลอย่างไรก็จะดูแลอย่างนั้น ซึ่งมันจริง เขาเคยดูแลเราแบบไหน ทุกวันนี้ก็เป็นแบบนั้น แล้วพี่เก่งบอกไว้ตั้งแต่แรกว่าไม่คบใครเล่นๆ ถ้าคบเป็นแฟนคือเพื่อตั้งใจแต่งงาน รู้สึกเลยว่า ถ้าจะคบกับผู้ชายคนนี้ ฉันจะต้องแต่งงานเลยนะ คงไม่มาฉาบฉวยอะไรแล้ว ต้องศึกษาดูใจกันจริงๆ ซึ่งความจริงจังที่เจอกัน มันดีนะ ดีกว่าผู้ชายที่หลักลอยไม่มีอนาคตไม่รู้อะไรเลย
    เก่ง : ในวัยที่ผมสามสิบต้นๆ จะคบเล่นๆ ไม่ได้แหละ ผู้ชายแต่งงานตอนสี่สิบก็ได้ แต่ถ้าจะมีลูก มีครอบครัว มันควรเริ่มจริงจังได้แล้ว
   
สิ่งที่ทำให้เราเชื่อมใจกัน
   เก่ง : ผมเป็นคนอารมณ์ร้อนมาก แต่เจ็มทนได้ ทุกครั้งที่มีปัญหากัน เขาจะนิ่ง แล้วเราจะนิ่งตาม คนอารมณ์ร้อนพอมันผ่านช่วงที่พีคสุดไปก็จะลดลง ที่หักกันเพราะต่างฝ่ายต่างร้อนใส่กัน หลังๆ เริ่มเบรกบ้าง
   เจ็ม : จริงๆ แล้วอึ้งอยู่ค่ะ งง (หัวเราะ) บางคู่มันเข้าไม่ได้เพราะจุดเริ่มต้นมันไม่ได้คลิ๊กกัน แต่เราเริ่มต้นจากการเข้ากันได้ ชอบในพื้นฐานเหมือนกัน ถึงวัยห่างกันแต่พอคุยกันแล้วมันไปทางเดียวกัน แล้วที่สำคัญทำงานแบบเดียวกัน เข้าใจว่าเวลามีงานกีฬา มีซีเกมส์ พี่เก่งจะต้องไปนะ บางทีเจ็มไปทำข่าวนอกสถานที่ หรืออ่านข่าวดึก เขาก็เข้าใจ เราอยู่ในวงการเดียวกัน อยู่ด้วยความเข้าใจ สิ่งโอเคที่สุดในชีวิตคู่คือ พี่เก่งเป็นคนสม่ำเสมอ ไม่หวานยังไงไม่หวานยังงั้น (หัวเราะ) และเป็นคนที่วางใจได้ ตัวเจ็มเคยมีแฟนที่ไม่ว่าเขาไปไหนกับใคร ถึงจะยังไงก็วางใจไม่ได้ ทำให้รู้ว่าไม่มีความสุขกับชีวิตคู่แน่นอน แต่พี่เก่งไม่เคยทำให้รู้สึกอย่างนั้น มีความซื่อสัตย์ ถึงต้องไปทำงานที่ต่างประเทศยังไงก็ไม่ห่วง และเขาแต่งงานกับผู้หญิงชื่อเจ็ม ก็วางใจได้เช่นกัน ความเชื่อใจและวางใจได้ ซื่อสัตย์ต่อชีวิตคู่ คือสิ่งสำคัญ
    เก่ง : นิสัยผมเป็นคนอารมณ์ร้อน แต่ก็เป็นคนที่มีความอดทนต่ำ ต่อให้สวยขนาดไหนถ้าเข้าไปคุย ถึงถูกคอ แต่ถ้าแสดงความงี่เง่าออกมาครั้งเดียว ถึงจะชอบมากแค่ไหนตัดไปเลย ไม่ใช่เรื่องมาก แต่ผมมีความอดทนต่ำ เพราะฉะนั้นเวลาจะไปจีบผู้หญิง ต้องมีความอดทน แล้วอายุยิ่งมาก เรามีอะไรอย่างอื่นต้องทำ เวลาที่จะทุ่มเทไปตามตื้อเขาก็น้อยลง
    เจ็ม : มีนะที่คนบอกว่า โห เจ็ม ผมพี่เขาหงอกดอกเลาเลยนะ (หัวเราะ) มันเป็นสิ่งที่คนอื่นอยากให้เราเป็น ถ้าเราเป็นตามแบบนั้น แสดงว่าเราแคร์กับสิ่งที่คนอื่นพูด ไม่ได้แคร์คนที่เราอยากอยู่ด้วย (ยิ้ม)

ชมพูนุช ตัณฑเศรษฐี & กฤษฎิน สุวรรณบุบผา

ชีวิตคู่จริงคือการเข้าใจ
    เก่ง : หลายคนคิดว่าเป็นแฟน มาแต่งงาน ชีวิตคู่ต้องปรับเปลี่ยน แต่คุณหาคู่จากอะไร เข้าใจว่าทุกคนมีพื้นที่ของตัวเอง ไม่ใช่ว่าคบคนนี้แล้วจะไม่ได้ไปหาเพื่อน หรือไม่ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ คุณมีชีวิตเหมือนเดิมทุกอย่าง เพียงแค่มีอีกคนที่มาคอยให้คำปรึกษาพูดคุยกันได้ ชีวิตที่อยากไปเจอเพื่อนก็ไป ไม่ต้องเจอคำว่าจะกลับถึงบ้านกี่โมง ทำไมต้องไป มันไปบังคับชีวิตเขาไม่ได้
    เจ็ม : เราสองคนเป็นคนตรงไปตรงมา มีอะไรคุยกันตรงๆ ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร บอกกันตั้งแต่แรก จะอยู่กันด้วยความเข้าใจ เราอยู่กันด้วยเหตุผล
    เก่ง : พออายุมากขึ้นเราก็รู้วิธีการคุมสถานการณ์ที่มันเกิดขึ้น ทั้งเรื่องส่วนตัว เรื่องงาน ถ้าถามลูกน้องผม เขาจะบอกว่าพี่เก่งโคตรดุมาก แต่เดี๋ยวนี้แทนที่จะด่าลูกน้อง เปลี่ยนเป็นอธิบายอย่างมีเหตุผลเป็นขั้นตอนแทนว่าทำไมพี่ถึงไม่ชอบสิ่งที่นายทำ เพราะนายทำแบบนี้ผลแบบนี้เลยตามมา นี่คือการคุยด้วยเหตุผล บางทีหัวหน้าบางคนบอกให้ไปตรงนี้ แต่ไม่ได้บอกเส้นทางให้ พอทำไม่ได้ก็โกรธเขา เมื่อก่อนผมก็เป็นแบบนั้น ดูแต่เป้าหมายไม่ได้ดูวิธีการ ทำให้เรียนรู้ว่าหัวหน้าที่ดีต้องเป็นครูที่ดีด้วย พอเรียนรู้เหตุผลปุ๊บ อารมณ์ที่เคยร้อนก็ลดลงมา กับเจ็มก็เหมือนกัน คนอารมณ์ร้อนตอนแรกมันไม่ฟังเหตุผลหรอก ต้องเดินออกไปอีกห้อง ไม่อยู่ใกล้ๆ กัน ให้มันนิ่งสักพัก ได้คิด หลายครั้งในอดีตที่เราพูดหรือทำอะไรด้วยอารมณ์ร้อน แล้วต้องมาเสียใจทีหลัง มันเป็นบทเรียนนะ
    เจ็ม : ทุกวันนี้ผู้หญิงเก่งนะ ดูแลตัวเองได้ แต่บางครั้งก็มีบ้างแหละที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่จากแฟน แต่การดราม่าเกินไปทำให้ไม่เข้าใจกัน ทำความสัมพันธ์ง่อนแง่น ต้องดูเหตุผลด้วย

นางฟ้าของพ่อเก่งกับแม่เจ็ม

    เจ็ม : ชีวิตคู่ไม่ได้มีแค่เราสองคนมาแต่งงานกัน เราแต่งงานกับครอบครัวเขาด้วย เจ็มโชคดีที่ครอบครัวพี่เก่งน่ารัก และรักเราเป็นลูกสาวอีกคน มีปู่ย่าคอยช่วยดูแลน้องนิดา (ประณิดา สุวรรณบุปผา)
    เก่ง : หน้าที่ผมจะพยายามไปส่งลูกตอนเช้า จะได้คุยอะไรกับเขา และส่งเข้านอน เล่านิทานให้ฟังก่อนนอน ผมจะคุยเชิงบู๊หน่อย ไม่ใช่เรื่องเครียดนะ แต่จะคุยแบบ ดูการ์ตูนเรื่องนี้รึเปล่า ได้ดูอันนั้นรึเปล่า แล้วตัวนี้พ่อเห็นที่โรงเรียนมีกัน ลูกมีรึยัง คุยไม่เป็นเรื่อง
    เจ็ม : เรื่องซีเรียสแม่จะคุย กับพ่อเหมือนให้ผ่อนคลาย
    เก่ง : รู้สึกว่าบางครั้งลูกกล้าคุยกับผมมากกว่าเจ็มซะอีก (ยิ้ม)
    เจ็ม : ก็เจ็มดุไง (มองสามี) พี่เก่งจะใจดีกับลูกมาก แต่ถึงเวลาดุก็ดุนะ จะตกลงกันไว้ว่า ถ้าเจ็มดุ ต้องไปในทางเดียวกัน ไม่งั้นจะเสียการปกครอง จะเน้นย้ำเรื่องผิดชอบชั่วดี จริยธรรม เจ็มจะสอนให้มีภูมิต้านฐานในทุกเรื่อง เรื่องการเมืองก็คุยนะ (หัวเราะ) บางทีก็ได้แง่คิดจากเขานะ อย่างบอกกับเขาว่า วันนี้แม่อ่านข่าวแย่จังเลย เขาจะตัดโปรแกรมเราออกแน่เลย นิดาก็บอกว่า คุณแม่ก็แค่ทำใหม่ เมื่อวันนี้มันแก้ไขไม่ได้แล้วพรุ่งนี้ก็ทำให้ดีขึ้น ง่ายๆ นิดเดียวเอง มีคนบอกว่านิดาเหมือนผู้ใหญ่ อาจเพราะการที่เราคุยกับเขาทุกเรื่อง เลยซึมซับมา
    เก่ง : บางเรื่องที่ซน หรือสองทุ่มแล้วยังมาเล่นมาคุย ไม่ยอมไปนอน ก็บอกนิดาว่าดูไปละกันเดี๋ยวแม่มานะ
    เจ็ม : ชอบเอาแม่มาขู่ ทั้งที่ตัวเองบอกได้เหมือนกันว่า นิดาเข้านอนได้แล้วนะมันดึก เดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นไม่ไหว เห็นไหม ทำให้ดูเป็นนางมารร้ายตลอด กลัวลูกไม่พอใจ (คุณเก่งยิ้ม) แต่มองอีกด้านเขาให้เราเป็นหลักในการเลี้ยง นิสัยเจ็มเป็นคนมองอะไรให้มองแง่ดี (หัวเราะ)
    เก่ง : ผมจะแนวเรื่อยเปื่อย ทุกวันนี้ระบบการเรียนมันเหมือนท่องจำ ไม่อยากให้ลูกเครียด แล้วส่วนตัวเรื่องเรียนผมก็ไม่ได้ดีอะไร ห่วยด้วยซ้ำ ผลการเรียนไม่ใช่เรื่องใหญ่ในชีวิต แต่เวลาคุยกับเขา ลูกรู้จักแยกแยะผิดชอบชั่วดี แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ มีปัญหาแล้วหาทางออกยังไงกับชีวิต เขาเอาตัวรอดได้ มีความคิดจะแก้ไขปัญหาตัวเองได้ เราก็พอใจแหละ

เคล็ดลับเติมพลังตำรับบ้านนี้
    เจ็ม : บ้านเรามีอย่างหนึ่งคือรวมพลัง (หัวเราะ) ที่บ้านจะทำซุปเปอร์ฮัก คือกอดกัน มีพี่เก่ง เจ็ม นิดา อย่างวันนี้เหนื่อยมากเลย มากอดกันลูก กอดกันแน่นๆ สามคน มันเป็นการได้รับพลังอย่างหนึ่งเลยนะ พออยู่ด้วยกันมันต้องรวมพลัง ถ้าลูกไม่อยู่ก็บอกพี่เก่ง มารวมพลังกัน กอดเขาแน่นๆ พี่เก่งจริงๆ ขี้อายนะ (หัวเราะชอบใจ) ชอบหลอกให้เขาหัวเราะ พอยิ้มได้รู้สึกดี (คุณเก่งยิ้ม) แต่ต้องดูอารมณ์ด้วย ถ้านิ่งๆ ไม่เล่น โอเค พี่เครียดอยู่ใช่ไหมพี่ (ยิ้มขำ)
    เก่ง : คนที่คุยกับผมแล้วสนิทกัน จะบอกเลยว่าตัวจริงไม่เหมือนที่คิดไว้แต่แรก หลายคนจะบอกตัวจริงไม่เหมือนที่เห็นในทีวี ภาพลักษณ์ผมดูดุ ถ้าไม่รู้จักจะรู้สึกว่าดุ แต่เวลาคุยกันจะรู้ว่าไม่ใช่
    เจ็ม : ไม่หรอก เมื่อก่อนพี่เก่งดุ แต่เดี๋ยวนี้โอเคขึ้น บางอารมณ์ก็เกรงใจ ถ้าไม่เกรงใจกันเลย คู่ชีวิตก็อยู่กันไม่โอเคนะ ทั้งสามีและภรรยาต้องเกรงใจกันและกัน ถึงจะอยู่กันได้อย่างราบรื่น เราไม่มีปัญหานี้ เราสองคนเข้าใจและชัดเจน
    เก่ง : ต้องให้เกียรติและเกรงใจกัน คนเรามักจะเอาตัวเองเป็นหลักไว้ก่อน มีคนทำให้ไม่รู้สึกหรอกว่าอีกคนไม่จำเป็นต้องทำให้ เราเป็นฝ่ายรับอย่างเดียว เป็นจุดศูนย์กลาง ทำจนเหมือนคิดว่ามันเป็นหน้าที่ที่อีกคนต้องทำให้ บางทีลืมนึกเรื่องการให้เกียรติกัน เช่นเรื่องเวลา การตรงต่อเวลาเป็นพื้นฐานของการให้เกียรติอีกฝ่าย นัดแล้วเลท ไม่เป็นไร หยวนๆ มันไม่ใช่ หรือไม่มีความชัดเจน ผมไม่ชอบนะ สมมติถาม ตกลงวันศุกร์กินข้าวกันรึเปล่า เดี๋ยวดูก่อนว่างานเป็นไง แล้วหายไป จนวันศุกร์ บ่ายสามยังไม่ไลน์มาบอก ผมก็จะถามอีกรอบแหละว่าตกลงเอายังไง เพราะแบบนี้คือไม่ให้เกียรติผมแล้ว ผมจะได้แพลนชีวิตของผมถูก จะได้เอาชีวิตไปทำอย่างอื่นได้ แต่แบบนี้คือคุณเอาชีวิตคุณเป็นหลักแหละ

ตัวตนคนของเรา
    เก่ง : เจ็มเป็นคนตลกนะ และเป็นคนซื่อ (ยิ้มมองภรรยา) มองโลกในแง่ดี และดีเกินไปในบางครั้ง (คุณเจ็มหัวเราะ) เจอกันครั้งเดียวชื่นชม ประทับใจ จะไม่คิดถึงเรื่องลบ ผมจะเบรกว่า เฮ้ย อย่าเพิ่ง ให้มองในอีกแง่บ้าง เขาก็ว่าผมมองโลกในแง่ลบ (หัวเราะ) ถ้าเจอคนนี้ดีครั้งแรก เจ็มจะต่อยอดให้เสร็จเลย แต่ผมจะดูคนไปเรื่อยๆ ครั้งแรกไม่มีใครมาทำสิ่งเลวร้ายต่อหน้ากันหรอก ไม่ว่าจะคบเพื่อนหรือร่วมงานกับใคร ผมจะให้เวลาดูไปก่อน แต่เจ็มคิดว่าทุกคนดีหมดเลย แต่ถ้ามีคนที่เจ็มบอกครั้งแรกเลยว่าคนนี้คบไม่ได้ ผมว่าเกินเยียวยาแล้วล่ะ ต้องแรงมากแน่ๆ เพราะเริ่มต้นที่ติดลบแล้ว (หัวเราะ)
    เจ็ม : เป็นคนโลกสวยไง (หัวเราะ) พี่เก่งจะสอนให้ระวังเสมอ แล้วเป็นคนโชคดีที่แม้จะมองโลกในแง่ดี ก็พูดให้คนที่เป็นคู่ชีวิตฟังตลอดเวลา คุยกันทุกเรื่อง เขาก็ช่วยคัดดูคัดกรองให้ เป็นที่ปรึกษากับเรา

เคล็ดไม่ลับสำหรับคู่ชีวิต
    เก่ง : ความเป็นเพื่อนสำคัญนะ ผมดูพ่อกับแม่ตัวเอง ทุกวันนี้อยู่กันเหมือนเพื่อน เป็นเพื่อนที่รู้ว่าเขาขาดอีกคนหนึ่งไม่ได้ ถ้าอีกคนเป็นอะไรไปอีกคนจะเฉาตาย เพราะเหมือนเพื่อนที่อยู่กันมา 30 – 40 ปี เจอกันทุกวัน คำว่ามองตารู้ใจไม่ได้จำกัดที่คำหวานๆ การจะมองตาก็รู้แล้วว่าอีกคนจะทำอะไรต่อ มันใช้เวลามากที่จะเรียนรู้คนคนหนึ่งได้ขนาดนี้ คู่ชีวิตต้องเป็นเพื่อนกัน พอเป็นเพื่อนจะรู้ว่าเขาชอบอะไรไม่ชอบอะไร จังหวะไหนจะคุยเรื่องนี้ได้ จังหวะไหนคุยไม่ได้
    เจ็ม : ของเจ็มคือตัวเจ็มไม่เคยคิดจะเลิกกับพี่เก่งแล้วก็คิดด้วยว่าพี่เก่งอย่าเลิกกับฉัน (หัวเราะ) เมื่ออนาคตมันเป็นยังไงก็ไม่รู้ แต่ ณ วันแรกที่เริ่มแต่งงานกัน เราไม่เคยคิดว่าต้องมีวันที่เลิกกัน เราอยู่ด้วยทุกวันนี้และวันพรุ่งนี้ไปเรื่อยๆ วันเกิดก็ขอให้เราได้เป่าเค้กวันเกิดด้วยกันทุกปี มีความสุขแล้ว เป็นเป้าหมายที่เราอยู่ร่วมกันมาตลอด อยู่ด้วยกันทุกวันอย่างมีความสุข
    เก่ง : อีกอย่างที่สำคัญคือลูก ถ้าไม่มีลูกก็ไม่แน่ว่าอาจจะทะเลาะกันรุนแรงก็ได้ แต่พอมีลูก เราทะเลาะกันปุ๊บคนแรกที่เราจะแคร์คือลูกจะคิดยังไง ถ้าลูกเห็นพ่อแม่ทะเลาะกันพูดอะไรใส่กันรุนแรง ทุกครั้งที่เราโกรธกัน มีปัญหาอะไรที่จะถกเถียงกันรุนแรง จะหยุดนิดหนึ่ง อย่าทำต่อหน้าลูก ถ้ามีผลอะไรขึ้นมาจะทำยังไง นิดาเป็นคนอ่อนไหวมาก เป็นผู้หญิงที่เป็นผู้หญิงจริงๆ
    เจ็ม : นิดาจะเอาตัวเองไปอยู่กับความรู้สึกของทุกคน จะแคร์คน (ยิ้ม)

ชมพูนุช ตัณฑเศรษฐี & กฤษฎิน สุวรรณบุบผา

ความรู้สึกของพ่อแม่ยามลูกสาวโต
    เก่ง :  ผมสามารถเป็นเพื่อนกับแฟนลูกได้ สิ่งที่ผมกลัวคือ กลัวได้คนไม่ดี การที่รู้จักกับคนที่ลูกคบ เราจะช่วยสกรีนให้ว่าผู้ชายแบบนี้เป็นยังไง เราเคยผ่านชีวิตวัยรุ่นมาแล้ว เชื่อว่าพ่อทุกคนถ้ามีลูกสาวก็อยากรู้จักแฟนลูกสาว
    เจ็ม : เหตุผลที่เจ็มใกล้ชิดกับลูก คุยกับลูกทุกเรื่อง เพราะอยากให้เขามาเล่าให้เราฟังว่าวันนี้เป็นยังไง ถ้าเขามาเล่าให้เราฟังจะรวมถึงเรื่องเด็กผู้ชายมาจีบ เรื่องอื่นๆ ด้วย จะแนะนำได้ เราอยากให้เขามีภูมิต้านฐาน เจ็มจะพูดประโยคพื้นฐานให้นิดาว่า ไม่ว่ายังไงแม่ก็รักและหวังดีกับลูก แม่ช่วยลูกได้ทุกเรื่อง อยากให้คิดว่าเวลาเกิดอะไรขึ้น แม่เป็นคนแรกที่ช่วยเขาได้เสมอ
    เก่ง : จริงๆ ผมไม่เคยคิดมาก่อน แต่พอมีลูกสาว เขาโตขึ้นเรื่อยๆ ถ้ามีคนมาจีบลูกสาวเราล่ะ ถ้าต้องแต่งงานไปล่ะ เราจะรับได้รึเปล่า (คุณเจ็มแซวพ่อหวง) ทำให้คิดว่าวันที่ผมไปขอเจ็มกับแม่เขา แม่เขารู้สึกยังไง เราเข้าใจความรู้สึกแหละ เฮ้ย แกเป็นใครว่ะ ฉันอยู่กับลูกสาวมายี่สิบกว่าปีดูแลดีมาตลอด จะเลี้ยงลูกเขาได้ไหม แต่ผมก็ให้คำตอบตัวเองว่า ถ้าเจ็มเจอแม่ แล้วเจ็มบอกแม่ว่ามีความสุข โอเคเลย ผมไม่ต้องไปบอกแม่เจ็มว่า ผมเลี้ยงลูกสาวแม่ให้ดีแบบนี้แบบนั้น แม่เขาจะรู้สึกเองว่าปล่อยลูกไปอยู่กับคนที่ทำให้เขามีความสุข เหมือนกันถ้านิดามาบอกผมว่า พ่อ หนูมีความสุขมากเลย เขาเป็นแฟนที่ดีมากเลย ก็เออ ถ้าลูกมีความสุข พ่อก็มีความสุข
    เจ็ม : ตอนนี้เจ็มเป็นแม่คน ถ้าแฟนนิดามาขอ เราจะเฮ้ย ลูก คนนี้จริงเหรอลูก (หัวเราะทั้งคู่) เราก็เลี้ยงดูเป็นแก้วตาดวงใจเรามาตลอด ผู้ชายคนนี้จะวางใจได้แค่ไหน ต้องให้อยู่ในสายตาเราที่สุด แต่ตอนนี้ยังอีกไกลนะ (หัวเราะ) สำคัญสุดคือเชื่อใจลูกเราว่าเป็นเด็กดี เราเลี้ยงมาเองต้องเข้าใจที่สุด เราคุมลูกเราได้ ต้องสร้างเกราะป้องกันแข็งแกร่งให้ลูกเราก่อนตั้งแต่ตอนนี้

สิ่งที่ประทับใจของกันและกัน
    เจ็ม : อยากขอบคุณพี่เก่งมากกว่าที่เราอยู่ด้วยความเข้าใจ เริ่มจากความรักและความเข้าใจ เจ็มจากเชียงใหม่มาอยู่กรุงเทพฯ ได้เจอบ้านพี่เก่งที่ดีรับเป็นสะใภ้ ตอนนี้เรามีเป้าหมายร่วมกันคือลูก เขาเป็นคนวางใจได้ สำคัญสุดคือพี่เก่งเป็นคนดี มีความคิดที่ดี มองไปข้างหน้าทั้งหน้าที่การงานและเรื่องอื่นๆ เป็นคนที่ฝากผีฝากไข้ได้ในทุกเรื่อง (หัวเราะ) ตัวเจ็มก็ยังคงอยู่ตรงนี้ อยู่ใกล้ๆ เขาแบบนี้แหละ
    เก่ง : ผมนับถือเจ็มเรื่องความเสียสละ ต้องบอกว่าใช้ชีวิตคู่กันมาเป็นสิบปี มาอยู่ที่นี่ต้องปรับตัวเยอะมาก จากครอบครัวที่เชียงใหม่ มาคนเดียว มาอยู่ที่ไม่มีใครเลย แล้วได้มาแต่งงานอยู่บ้านผม ถ้ากลับกันเป็นผมก็ยังไม่รู้ว่าอยู่ได้รึเปล่า เขาเสียสละเยอะในตรงนี้ เจ็มไม่เคยพูดตัดพ้ออะไรออกมาเลย ผมกับพ่อแม่ผมก็คิดว่าเขาคือคนคนหนึ่งของครอบครัวเรา ให้คิดว่านี่คืออีกครอบครัวของเขา อีกเรื่องวุฒิภาวะที่เจ็มปรับขึ้นเรื่อยๆ เป็นผู้ใหญ่ขึ้น เป็นแม่ที่ดีของลูกด้วย ถ้าผมเลือกระหว่างให้เป็นภรรยาที่ดีของผมกับเป็นแม่ที่ดีของลูก ผมเลือกให้เป็นแม่ที่ดีของลูกนะ (ยิ้มมองภรรยา)

     ก่อนจากกันไปวันนี้ เรามีคำถามสุดท้ายกับผู้ชายหน้าเข้ม จริงจัง ไม่มีความหวานอย่างที่ชอบบอก แต่พอเราถามคุณเก่งก็ตอบได้อย่างรวดเร็วทันที ชนิดไม่มีคิดนาน ไม่มีอาการอายแต่อย่างใดทั้งสิ้น เหมือนเป็นเรื่องธรรมดาสามัญทั่วไป

คำถามสุดท้ายนี้ คุณเก่งรักคุณเจ็มมากไหมคะ
    เก่ง : โห รักสิ (หัวเราะทั้งคู่)
    ก็แค่นี้แหละ.. 

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

จากเพื่อนเลื่อนเป็นแฟน :: ปันปัน - สุทัตตา

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);