กว่าจะรักกันได้ : ‘รัก’ คือความเข้าใจ สา - มาริสา อานิต้า & เบิร์ท - อัตตพล ศิริศุขสกุลชัย
  
  
ColumDetail
20
กว่าจะรักกันได้ : ‘รัก’ คือความเข้าใจ สา - มาริสา อานิต้า & เบิร์ท - อัตตพล ศิริศุขสกุลชัย
 
 

HUG Magazine ปีที่ 8 ฉบับที่ 11
กว่าจะรักกันได้ : สิริลักษณ์ ลีวิวัฒนาวงศ์ ภาพ: พี่ต๋อง


 ‘รัก’ คือความเข้าใจ สา - มาริสา อานิต้า & เบิร์ท - อัตตพล ศิริศุขสกุลชัย

‘รัก’ คือความเข้าใจ
สา - มาริสา อานิต้า & เบิร์ท - อัตตพล ศิริศุขสกุลชัย

      กว่าจะรักกันได้ฉบับนี้จะพาผู้อ่านมารู้จักความรักของสาวสวยหุ่นนางแบบ ‘มาริสา อานิต้า’ ซึ่งล่าสุดเพื่งเห็นเธอจากละครเรื่องเทพธิดาป่าคอนกรีต นอกจากนั้นอีกไม่นานเรายังจะได้เห็นเธอจากเรื่องทิวลิปทอง และเรื่องหักลิ้นช้าง ซึ่งเรียกได้ว่าเห็นหน้าค่าตากันทางจอทีวีได้ตลอด แต่ถึงจะยุ่งๆ แบบนี้แต่หน้าที่ภรรยาที่น่ารักก็ไม่ได้ขาดหายไปไหน เธอบริหารจัดการเวลาได้อย่างไร กับคุณสามีที่มีอาชีพเป็นนักบิน ‘เบิร์ท - อัตตพล ศิริศุขสกุลชัย’ จะหวานขนาดไหน... พวกเขาพร้อมมาเล่าให้เราฟังแล้ว

3 ปีที่แล้ว คนสองคนได้มารู้จักกัน
    เบิร์ท : ย้อนไป 3 ปีที่แล้ว เป็นเพื่อนของเพื่อนสาวเขาแนะนำให้ เลยลองรู้จักกัน ทานข้าวกัน
    สา : ตอนนั้นไม่ได้รู้สึกว่าอยากหรืออะไรนะ เพียงแค่รู้สึกว่าเบื่อ แล้วก็ผ่านอะไรมาเยอะ เราเริ่มรู้ว่า ต้องการอะไร เพราะคนที่มาคุยมีข้อหนึ่ง และข้อสอง ข้อสามไม่มี เราก็เลิกไม่คุยแล้ว จนเพื่อนจะแนะนำให้ เราก็บอกนะว่า ถ้าจะเอาผู้ชายมาแนะนำเอาที่แบบมีคุณภาพหน่อยนะ เขาส่งรูปมาให้ดู เราเห็นแล้วก็แบบหน้าตาน่ารัก อยากคุย แต่ผ่านไป 3 เดือนก็เงียบ ก็นึกว่าเพื่อนจะจัดการอะไรให้ เลยโทรไปถามว่าทำไมเงียบไป ทั้งที่ปกตินิสัยเราจะไม่พุ่งเข้าไปหาเป้าหมายขนาดนั้น จะเป็นคนแบบเฉยๆ
    เบิร์ท : ก่อนหน้านี้เพื่อนมาบอกว่ามีคนอยากให้มารู้จัก ผมก็เฉยๆ นะ ตอนนั้นก็ไม่อยากมีแฟน เลยนิ่งๆ จนเพื่อนมาบอกว่ามีคนมาอยากรู้จักจริงๆ แล้วเอารูปมาให้ดู ผมก็รู้สึกคุ้นๆ หน้านะ ก็ถามเพื่อนว่าทำไมถึงแนะนำ คือเราก็งงว่าทำไมดาราถึงมาสนใจ เขาจะเข้ามาเล่นๆ หรือยังไงเราก็ไม่รู้ ก็เลยอยู่เฉยๆ ดีกว่า
    สา : ไลฟ์สไตล์ไม่น่าไปด้วยกันได้ เขามองว่าเรารายได้เยอะ น่าจะใช้ชีวิตแบบฟุ้งเฟ้อ แต่จริงๆ แล้ว ตรงกันข้าม (หัวเราะ) ส่วนสาคิดว่าอยากรู้จักผู้ชายคนนี้ เลยไปเปิดในอินตราแกรมเพื่อน เห็นภาพนก็จำได้ค่ะ เขาใส่เสื้อสีขาวถ่ายรูปเป็นกลุ่มกับเพื่อนๆ ก็เลยเข้าไปกดติดตาม แต่อินตราแกรมของเขาตั้งค่าเป็นบัญชีส่วนตัวเอาไว้ ตอนนั้นอยู่กับเพื่อนๆ พอกดรับนี่สะกิดบอกเพื่อนเลยว่าเขารับเราแล้ว ตอนนั้นจริงจังมาก (เบิร์ท : ยังไม่รู้จักกันเลย) ก็เข้าไปดูรูปกดถูกใจ นานๆ ไปก็เริ่มคุย เริ่มแซว จนเราลงรูปน้องหมาที่บ้านกองอยู่บนเสื้อผ้า เขาก็พิมพ์ถามว่าจะเอาเสื้อผ้าไปบริจาคเหรอ อยากไปด้วย เขาคงคุยกับเพื่อนเราด้วย ก็เลยสร้างเป็นกลุ่มไลน์คุยกัน สักพักคุยไปก็เริ่มนัดกินข้าว สรุปสุดท้ายเสื้อผ้าที่จะเอาไปบริจาค ยังไม่ได้เอาไปเลยค่ะ (เบิร์ท : กองเต็มเลย)

เจอกันครั้งแรก
    สา : ตอนแรกกะว่าจะติวหนังสือกับเพื่อน เลยไลน์ไปบอกเขาว่าตอนนี้อยู่ร้านนี้นะ เขาก็บอกเดี๋ยวไปหา ตอนแรกเพื่อนเรามีแค่ 2 คน สักพักเริ่มมา 3 คน มา 10 คน คือพอเพื่อนเริ่มรู้ว่าเราพาผู้ชายมา ก็มากันเต็มเลยค่ะ แล้วมาทีความสุภาพไม่มีเหลือเลย (เบิร์ท : เหมือนเพื่อนมัธยม) เป็นตัวของตัวเองกันมากๆ เราเป็นคนสนุกสนานเฮฮา กินอะไรก็ได้ วันนั้นเขาอยู่กับเราตั้งแต่เที่ยงวันยันเที่ยงคืน ย้ายมาร้านอาหารมา 3 ร้าน สาเลยรู้สึกประทับใจว่าผู้ชายคนนี้เก่งมากเลยอยู่กับเพื่อนเราได้ ด้วยความที่เพื่อนเราแสบและวุ่นวายมาก (หัวเราะ)
    เบิร์ท : ตอนแรกที่ไปหาเขา เพราะคิดว่าอยู่คนเดียว พอไปก็สงสัยทำไมเพื่อนมาเยอะจัง แล้วเพื่อนที่เป็นกลางที่อยากให้เราเจอกันดันไม่มา คิดถึงภาพวันนั้นแล้ว โอ้โห! (หัวเราะ)
    สา : แต่เขาเก่งมากนะคะที่เขาอยู่ได้ วันนั้นสุดท้ายก็ไม่ได้เบอร์นะคะ แต่ว่าเรามีไลน์ หลังๆ เพื่อนก็ออกจากกลุ่มที่สร้างไว้เหลือคุยแชทกันสองคน มาได้เบอร์ทีหลังตอนรับมากินข้าวแล้วโทรถามทาง

สา - มาริสา อานิต้า & เบิร์ท - อัตตพล ศิริศุขสกุลชัย

ความสัมพันธ์ที่พัฒนา
    สา : คนจะถามเยอะว่าจีบกันตอนไหน ทุกวันนี้ก็ยังถามเลย (ยิ้ม) มันเหมือนเราคุยกันเรื่อยๆ แต่ทุกคนจะรู้สึกว่าคู่นี้จะคุยกันมุ้งมิ้งตลอดเวลา คือเราเป็นอย่างนี้ตลอด คู่เราโชคดีตรงที่ในความรู้สึก มันครบ เราอยากได้คนสักคนที่เป็นเพื่อน เป็นแฟน เป็นพี่ ซึ่งเขามีครบหมด พวกเราชอบไปเที่ยวกันไปเมืองนอกหรือไปไหนก็แล้วแต่ ไปที 10 วัน ช่วงที่ไปก็เป็นแบบเพื่อน หลงก็หลงด้วยกัน หิวก็หิวเหมือนกัน เล่นกัน คุยกัน ตีกันเหมือนเพื่อน แต่ถึงเวลาที่แบบอยู่บ้านอยู่กันสองคนก็มุ้งมิ้ง มันก็เลยสบายๆ
    เบิร์ท : พวกเราต่างฝ่ายต่างดูกันนะ ก็สงสัยเหมือนกันว่าทำไม เราก็ลองติดต่อ เขาก็จะติดต่อกลับ ไม่ใช่ติดต่อไปแล้วก็หาย เราก็รู้ว่าเขาก็สนใจนะ ดูว่าเขาจริงใจหรือเปล่า ผมก็เป็นตัวของตัวเอง ไม่ได้เร่ง ไม่ได้มีโปรโมชั่น ไม่มีไรทั้งนั้น คือพวกเราต่างคนต่างอายุกันพอสมควร ความรักทั้งทีก็ค่อยๆ คุย ค่อยๆ อะไรกันไป
จุดเปลี่ยนที่ทำให้อยากแต่งงาน
    สา : อันนี้คือที่เราคิดตรงกัน ตอนที่พวกเราไปทริปแรกที่นิวซีแลนด์ ไปประมาณ 15 วัน คือคุยกันแล้วก็ไป เพราะเขาต้องบินไปนิวซีแลนด์อยู่แล้ว เขาก็แบบอยากไปก็ไป พวกเราก็ขับรถเที่ยวกัน ขับกัน 5 - 6 ชั่วโมง ในประเทศที่เราไม่เคยไป ไม่รู้อะไรเลย มันก็เลยเห็นนิสัยกันทุกอย่าง เพราะอยู่ด้วยการตลอดเวลา สาว่าทริปนั้นน่าจะพิสูจน์อะไรได้เยอะ 15 วัน ไม่มีไม่มีอะไรที่ทำให้เรารู้สึกรำคาญ ขนาดเพื่อนสนิทยังเคยมีความรู้สึกแบบเอาอีกแล้ว ทำแบบนี้อีกแล้ว แต่นี่คือไม่ความรู้สึกนี้เลย จะมีแค่แบบ (เบิร์ท : หลงทาง เปิด GPS สิ) ทำไมไม่ดูแผนที่ (เบิร์ท : อันนี้เป็นเรื่องปกติ) เราก็ช่วยกันถามช่วยกันอะไร มันก็ไม่มีปัญหา มันก็เลยคิดว่าแบบเราต้องอยู่ได้ ไม่ว่าอะไรต่อไปก็อยู่ได้ เพราะมันไม่มีพฤติกรรมที่ทำให้เรารู้สึกว่าฉันทนไม่ได้

คนที่ใช่เมื่อได้เจอ
    สา : เขาอ่ะครบ 1 2 3 4 อย่างที่บอก เป็นเพื่อน เป็นแฟน เป็นพี่ มีแบบคุยกันสนุกแบบนี้ เป็นแฟนก็มุ้งมิ้ง มีความเป็นพี่ที่เราปรึกษาได้ และสิ่งที่สำคัญมากคือ ไม่ว่าเราจะแบบชั่วร้ายขนาดไหน ในอนาคตต่อจากนี้ ไม่ว่าชีวิตเราจะไปเหลวแหลกแค่ไหน พฤติกรรมจะแย่ขนาดไหน หรือเราจะป่วย หรือเราจะไม่สามารถทำงานได้ สมองทำงานไม่ได้ คนนี้แหละไม่ทิ้งเราแน่ อย่างเดียวที่เขาจะทิ้งคือ นอกใจเขาไปมีคนอื่น อันนี้คือรู้สึกได้เลยว่าต่อจากนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เขาไม่ทิ้งเราแน่ๆ เขาจะรับผิดชอบเราไปจนวันตายกันไปข้างนึง สารู้ได้ตั้งแต่ก่อนแต่งงานแล้วว่า คนนี้แหละที่จะอยู่กับเราแล้วดูแลเราได้ โดยที่เรารู้สึกเอง หลายคนชอบมาถามว่าเรารู้ได้ไงว่าผู้ชายคนนี้ใช่ บางทีมันตอบไม่ได้หรอกว่า มันเพราะอะไรแล้วมันต้องใช้เวลาทำความรู้จักกันเป็น 10 ปี สุดท้ายมันก็ไม่ใช่อยู่ดี ไม่ใช่มันก็คือไม่ใช่
    เบิร์ท : คือสเป็คผมไม่ได้มองว่าต้องสวยนะ ดูแล้วถูกชะตาดีกว่า ยิ่งสวยมันเหมือนแบบคนต้องมาแย่งกันจีบ ผมยิ่งไม่ชอบแข่งขันกับใคร คือถ้าชอบก็ขอให้ชอบกัน 2 คน ไม่งั้นมันจะวุ่นวาย พื้นฐานครอบครัวและเขาจริงใจกับเราหรือเปล่า แล้วก็ใช้เงินเป็นไหม ต่อให้มีเงินเป็นแสนแต่ใช้สองแสนเงินก็ไม่เหลือ สมมติมาบอกว่าชอบกัน แล้วจะแต่งงานไหม จะเปลี่ยนใจอะไรแบบนี้รึเปล่า เราก็มองกันยาวๆ ว่าเขาจะรักเรา สาเป็นผู้หญิงที่ดี เขารักพ่อแม่ เลี้ยงหมา เราดูกันมาช่วงนึง ต่างคนต่างดูแต่ไม่ได้พูด

ขอแต่งงาน?
    สา : คือสาชอบแซวเขาอยู่แล้วก็หยอกอยู่ทุกวันแบบ ‘เป็นแฟนกับเราเปล่าล่ะ เราเรียนจบสูงนะ’ (หัวเราะ) ช่วงขายของ ก็หยอด ไปเรื่อยๆ เขาก็จะยิ้ม ไม่ตอบรับอะไรทั้งสิ้น หัวเราะแล้วก็หูแดง
    เบิร์ท : เขาก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว ไม่ว่าเรื่องอื่นเขาก็เป็นแบบนี้ รู้จักนิสัยกันอยู่แล้ว
    สา : ตอนขอแต่งงานก็เหมือนกัน ‘แต่งงานกันไหม อายุก็เยอะแล้วนะ หาไม่ได้แล้วนะผู้หญิงแบบนี้’ ก็แซวไปมา วันนึงเขาก็แบบ อืมๆ เดี๋ยวให้แม่ไปหาฤกษ์ แล้วก็ช็อคไปเลย เราก็แบบจริงเหรอ พูดจริงเหรอ ผ่านไปสักพักเขาก็เอาฤกษ์มาให้ (หัวเราะ) ก็โอเคๆ แบบงงๆ ไม่มีขอแต่งงาน ทุกวันนี้ยังแซวว่าทำไมไม่คุกเข่า อย่างเขาก็จะหยิบแหวนมาบอกให้เราใส่ เราก็แบบ ‘ตัวเองไม่คุกเข่าหน่อยเหรอ’ คุกเข่าทำไม จะยืนหรือคุกเข่าก็เหมือนกันแหละ (หัวเราะ)
    เบิร์ท : เราให้เกียรติเขาอยู่แล้วไม่ต้องแสดงออกหรอก (สา : แต่อยากได้อ่ะ) ถ้าเราทำเขาจะต้องช็อคแน่เลย (หัวเราะ)

สา - มาริสา อานิต้า & เบิร์ท - อัตตพล ศิริศุขสกุลชัย
สิ่งเล็กๆ ที่ทำให้แก่กัน
     เบิร์ท : ผมไม่ใช้คำพูด ไม่รู้จะพูดหวานๆ ไปเพื่ออะไร คือเราทำดีกว่า ทำให้เขารู้ เช่น อย่างสองวันนี้เขาไปชะอำ ผมว่างก็อาสาขับรถให้นะ เขาจะได้นอนหลับสบายๆ (สา : หล่อมากเลยอ่ะ) คือแบบเขารู้ว่าเราชอบอะไร ก็จะจัดหาไปให้
    สา : เวลาเราไปทำงาน ไปถ่ายละครเขาก็ไปนั่งเฝ้า (เบิร์ท : เพิ่งกลับมาเมื่อคืน) วันจันทร์กับอังคารไปชะอำเขาก็ไป (เบิร์ท : ว่างก็ไป) คือเขาอยู่ได้ ตัวเราเองก็อยู่ได้ คือเขาไปติวหนังสือ ถึงจะน่าเบื่อ แต่เราก็เอาหนังสือไปนั่งอ่านหาไรทำ ไปด้วยกันกลับด้วยกัน ตัวติดกันเป็นเรื่องปกติ อย่างเขาเป็นคนชอบกินผลไม้ เมื่อก่อนเวลาเขาไปบิน เราจะเตรียม จะจัดไปให้กินบนเครื่องตลอดทุกครั้ง ถ้าเราไม่ลืม (หัวเราะ) แต่ก็ทำเป็นปกติ ทำจนชิน มันก็เลยตอบยากว่าทำอะไร คือมันเป็นแบบนี้มันชินไปหมดแล้ว ถ้าคนอื่นก็จะมองว่ามุ้งมิ้งมาก แต่เราก็เฉยๆ เพราะทำจนเป็นเรื่องปกติ

ความรักที่โตไปตามวัย
    สา : สมัยก่อนเด็กๆ อะไรก็ตามใจฉัน ต้องพาฉันไปนู่นนี่ แต่พอโตแล้ว จะไม่ได้อะไรๆ ก็ฉันแล้ว แต่มันคืออะไรๆ ก็เรา ทำอะไรก็ต้องคิดถึงอีกคนก่อนคิดถึงตัวเอง อย่างเวลาทำผลไม้ เราจะหั่นส่วนที่ดีให้เขากินก่อน แล้วอันไหนที่มันไม่โอเคก็จะเก็บไว้กิน คือเราก็อยากให้เขาได้กินของดี ของที่ช้ำก็จะเก็บไว้กินเอง มันกลายเป็นแบบนั้นมากกว่า
    เบิร์ท : จะว่าไปเขาก็มาเติมเต็มจริงๆ เติมเต็มให้ผู้ชายโสดทำงาน ที่ในวันว่าง ถ้าไม่อยู่กับที่บ้านก็ไปหาเพื่อนแค่นี้ น่าเบื่อมาก แต่เราก็ไม่ได้ขวนขวายจะมีแฟน เพราะพอมีแฟนก็มีเรื่องก็ยิ่งปวดหัวหนักอีก พอเจอเขาก็เรื่องน้อยนะ เพราะเขาเป็นคนแบบนี้ เราต้องเข้าใจก่อนว่าเขาเป็นแบบนี้ แล้วก็จะไม่เกิดเรื่องอะไร มุมมองความรักเหมือนเดิมเพราะรักใครก็รักคนเดียว (สา : หล่อมากเลย) ผมคิดว่าเรื่องพวกนี้สำคัญมาก ไม่ว่าจะเด็กหรือโต ทำงานหรือไม่ทำงาน ถ้าคุณนอกใจ ความลับมันไม่มีในโลก ผมเห็นความจริงมาเยอะ มันไม่มีในโลกหรอกไม่ว่าจะบังเอิญแค่ไหน เจอกันได้เลย ถ้าคุณไปเริ่มอะไรสักอย่าง สักวันนึงมันจะกลับมาของมันเอง คุณก็จะเสียใจตรงนั้นว่าตอนแรกทำทำไม ถ้าเราไม่เริ่มวันนี้ มันก็จะไม่มีอะไรข้างหน้า

ไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอดเวลา

    สา : ก่อนหน้านี้ ช่วงก่อนเขาย้ายงาน เราได้อยู่ด้วยกันบ้าง 3 วัน ไม่อยู่สัก 4 วัน แต่มีความสุขดีค่ะ หลายคนชอบมองว่าพอเป็นครอบครัวแต่งงานกันแล้ว ต้องมีเวลาอยู่ด้วยกัน 24 ชั่วโมง แต่ว่าด้วยอาชีพของเราเอง การทำงาน เวลาเลิกก็ไม่แน่นอน บางทีอาจจะเลิก 6 โมงเย็น บางทีก็ 6 โมงเช้า เลยรู้สึกว่ามันดีแล้ว ไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกันตลอดหรอก เพราะพอเวลาเราอยู่ด้วยกัน มันจะได้คุ้มค่าที่เราอยู่ด้วยกัน มีเวลาให้คิดถึง อยู่ด้วยกันนานๆ ก็รำคาญ (หัวเราะ) คือเราคิดว่าทุกคนต้องการมีพื้นที่ส่วนตัวของตัวเองอยู่แล้ว ตัวเขาเองก็ต้องการพื้นที่ ผู้ชายอาจจะอยากไปนู่นนี่กับเพื่อน
    เบิร์ท : ด้วยความที่ลักษณะนิสัยเขาคือคนที่ไว้ใจได้ค่อนข้างมาก ไม่ห่วงเลยครับ อย่างเมื่อก่อนทำงานบินไปเมืองนอก 4 – 5 วัน เราจะไม่คิดว่าเขาไปไหน คือจะไปไหนก็ไป มีอิสระให้เขาเต็มที่
    สา : คุยกันตลอดว่าแบบวันนี้นัดคนนี้ไว้นะ เดี๋ยวจะออกไปทำนู่นนี่ เขาก็จะรู้แล้วว่าถ้าไปกับคนนี้จะไปทำอะไรบ้าง เวลาเขาบินเราก็จะ ‘ที่รักคะ ไปซุปเปอร์มาเก็ตซื้ออันนี้นะ’ เขาจะได้ไม่ว่าง มันเป็นแผน (หัวเราะ) เราลิสต์มาแล้วให้เขาไปซื้อ น้ำส้ม ซื้ออัลมอนด์ ซื้อปลาแซลมอน
    เบิร์ท : ก่อนไปภรรยาก็เอารูปให้ดู นี่นะ เป็นแซลมอนธรรมชาติสีจะเป็นอีกสีนี้ แซลมอนเลี้ยงสีก็จะอีกแบบนึง เราก็ไปซื้อที่อาร์ลันดา (ประเทศสวีเดน) ไปที่ซุปเปอร์มาเก็ตประจำ ข้างในจะมีร้านขายปลา มีคนขายเป็นผู้สูงอายุ เราก็พูดอังกฤษแปลเป็นไทยก็ประมาณว่า อยากได้ปลาแซลมอนธรรมชาติครับตามรูปแบบนี้เลย เขาวางของแล้วก็บอกว่า ‘มีนะคุณก็ออกเรือไป แล้วไปจับ และก็เอากลับมาได้เลย’ (หัวเราะ) คือยืนฟังอยู่ประมาณ 2 นาที เราก็แบบขอบคุณครับ ที่บอกผมว่ามันไม่มี เหมือนโดนชุดใหญ่ นี่ทำผิดอะไร นี่เมียให้มานะ
    สา : อันนี้ก็ซื่อไปไง คือให้ดูเวลาไปเลือกจะได้ไม่ต้องไปถามคนขาย ให้เลือกสีที่มันแดงๆ หน่อย คือเดี๋ยวนี้แซลมอนมันก็เลี้ยงหมดแหละ มันจะมีเลี้ยงฟาร์มปิดกับเลี้ยงเป็นฟาร์มธรรมชาติ
    เบิร์ท : กลับมาบ้านนี่น้ำตาจะไหล (หัวเราะ)

สา - มาริสา อานิต้า & เบิร์ท - อัตตพล ศิริศุขสกุลชัย

สำหรับคนที่อยากมีคู่
    สา : สิ่งหนึ่งที่เราบอกเพื่อนตลอดว่าโสดมันไม่ได้เลวร้าย อย่ามีความรู้สึกว่าอยากมีแฟน การที่มีอารมณ์อยากมีแฟนจะทำให้ได้อะไรมาก็ม่รู้ แต่บางทีเราใจเย็นๆ อยู่นิ่งๆ แล้วรู้จักตัวเองให้เยอะๆ ก็จะรู้แล้วว่าตัวเองต้องการอะไร เท่านี้แหละเราก็จะได้ในสิ่งที่อยากได้ เพราะอยากมีแฟนพอเจอใครก็เอาหมด แต่ถ้าเรารู้จักตัวเองมันก็จะได้ในสิ่งที่อยากได้จริงๆ
    เบิร์ท : ถ้ามองในภาพรวม เราก็ต้องหาข้อมูลให้เยอะ รู้จักคนให้เยอะ แล้วค่อยๆ เลือก ถ้าเรารู้จักแค่ 10 คน เราก็เลือกได้แค่ 10 คน ถ้ารู้จักคนเยอะ แล้วค่อยๆ ดูไม่ต้องรีบอย่าเร่งรัดตัวเอง ทุกอย่างมันมีข้อดีของมัน เราต้องเห็นข้อดีของแต่ละมุมให้ได้ ต้องเชื่อในตัวเอง เมื่อไหร่ที่คิดว่าน่าจะใช่ก็ใช่

สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตคู่
    สา : ความเข้าใจกันเป็นสิ่งสำคัญ เราต้องสื่อสารกันความเข้าใจมันสำคัญ อย่างเราเป็นคนชอบพูด จะพูดทุกอย่าง หงุดหงิดอะไรก็ตามแต่ขอให้ได้พูดแล้วจบ ต่างกับเขาซึ่งเป็นคนพูดน้อย เลยจะบอกว่ามีไรต้องพูด เพราะถ้าเงียบเราจะไม่โอเค อะไรนิดนึงก็พูดก็เลยไม่มีปัญหาเรื่องคุยไม่รู้เรื่อง เขาก็จะรู้ว่าเราคิดอะไร แล้วเราจะรู้ว่าเขาคิดอะไร เรามาพูดเถียงกันให้ตาย ดีกว่าเรามาเก็บแล้วระเบิดมันไม่คุ้ม อะไรที่มันแตกไปแล้วมันกลับมาไม่ได้ มันจะไม่เหลืออะไร
    เบิร์ท : หลังแต่งงานก็ต้องประคองกันไปเรื่อยๆ ไม่ว่ายังไงก็ต้องไปด้วยกัน จูงมือกันไปเรื่อยๆ สำคัญที่สุด

คำพูดให้แก่กัน

    สา : เพอร์เฟ็คต์แล้ว (ยิ้ม)
    เบิร์ท : เรียกว่า นางฟ้าเดินดิน แล้วกัน
    สา : กินอะไรดีคะ (หัวเราะ)

    ‘ความรัก’ จะเกิดขึ้นและสานต่อไปอย่างมั่นคงได้ก็จากความเข้าใจ ทั้งการเข้าใจในเขา และเข้าใจในตัวเอง เหมือนกันคู่รักคู่นี้ ที่สุดท้ายแล้วก็ลายเป็นคู่ที่ลงตัวอย่างที่สุด

ขอขอบคุณสถานที่ : ศูนย์การค้าสยามพารากอน
 

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

จากเพื่อนเลื่อนเป็นแฟน :: ปันปัน - สุทัตตา

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);