รักไม่รู้จบ : ‘ขอบคุณที่เข้าใจ’ สลา & ลัดดาวัณย์ คุณวุฒิ
  
  
ColumDetail
12
รักไม่รู้จบ :  ‘ขอบคุณที่เข้าใจ’ สลา & ลัดดาวัณย์ คุณวุฒิ
 
 

HUG ปีที่ 8 ฉบับที่ 10
รักไม่รู้จบ


‘ขอบคุณที่เข้าใจ’ สลา & ลัดดาวัณย์ คุณวุฒิ

‘ขอบคุณที่เข้าใจ’
สลา & ลัดดาวัณย์ คุณวุฒิ

    แว่วเสียงเพลงซึ้งกินใจที่ดังมานานหลายสิบปีในวงการเพลง บทเพลงอมตะมากมายที่คนจดจำ และร้องได้ แค่เพียงได้ยินชื่อ หลากหลายเพลงเหล่านั้นล้วนมาจากปลายปากกาของครูสลา คุณวุฒิ ที่ร้อยเรียงเรื่องราวมากมายมาสะกดหัวใจคนฟังด้วยความเรียบง่าย หากลึกซึ้งกินใจ แต่รู้ไหมว่ามีบางเพลงที่ครูได้กลั่นหัวใจตัวเองออกมาเขียน เพื่อมอบให้แก่คู่ชีวิตคนสำคัญที่อยู่เคียงข้างมาเนิ่นนานคุณตุ๋ม - ลัดดาวัณย์ คุณวุฒิ สาวน้อยคนงามที่แค่สบตาครั้งแรกก็ได้หัวใจครูหนุ่มในวันนั้นไปครองในทันที บทเพลงเหล่านี้จึงเป็นการสารภาพความนัยจากชายที่ไม่ถนัดเอ่ยคำหวานผ่านปากตนเอง และเป็นการยืนยันว่า นับจากนี้ไป เราสองจะมีกันและกันไปตราบจนวันสุดท้าย วันนี้มาร่วมเป็นพยานในการรับฟังเรื่องราวความลับในใจครั้งนี้กันเถอะค่ะ

กามเทพบอกข่าว
ครูสลา : ช่วงนั้นผมเป็นครูน้อยอยู่ต่างจังหวัด แล้วพ่อตาแม่ยายเป็นครูเหมือนกัน อยู่อีกตำบล ห่างกันเกือบ 20 กิโล ตอนนั้นตุ๋มยังเรียนพยาบาลอยู่ แล้วพอดีมีหน่วยงานไปสัมภาษณ์คุณพ่อของตุ๋ม วันต่อมามาที่โรงเรียนเรา จุดเริ่มต้นมาจากตรงนั้นเพราะคณะที่ไปสัมภาษณ์มีหลานผมอยู่ในกลุ่มนั้นด้วย หลานชายสนิทกับผมมาก เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน รู้ใจผมพอสมควร เล่าให้ฟังว่า เมื่อคืนนอนพักที่บ้านครูใหญ่ เจอลูกสาวด้วย สวยมาก (หัวเราะทั้งคู่)

เมื่อพระ – นางมาพบกัน
ครูสลา : มีความรู้สึกว่าถ้าผู้หญิงที่เราชอบน่าจะเป็นแบบนี้ ไปตรงกับบุคลิกเขา รู้สึกถูกชะตา (ยิ้ม) ตอนนั้นเป็นครู ก็ไม่มีใคร อ่านหนังสือ เขียนเพลงไปตามเรื่องราว ยุคนั้นไม่มีเครื่องมือสื่อสารอะไร อยู่คนเดียวกับหนังสือเล่มหนึ่ง สิ้นเดือนเข้าเมืองซื้อหนังสือสองเล่ม อ่านจนจบแล้วจบอีกกว่าจะสิ้นเดือนถัดมา พอหลานแนะนำก็ลองไปดู ไม่มีรถด้วยนะ อาศัยรถคนอื่นไป อย่างที่ผมพูดตลอด ผมเป็นคนโชคดีมีเพื่อนๆ ดีรอบตัว บ้านพักครูจะอยู่ร่วมกัน กลุ่มครูผู้หญิงจะอยู่อีกหลัง ใครเจ็บใครเป็นอะไรก็จะรู้กันหมด มีพี่สาวคนหนึ่งเป็นผู้ใหญ่สุดในกลุ่ม พอรู้ว่ามีเรื่องแบบนี้ ก็อาสาพาไปเลย
คุณตุ๋ม : เจอที่บ้านครั้งแรกก็ถูกชะตาเขา เหมือนเคยรู้จักกันมาก่อน บอกไม่ถูกนะ พอดีว่าเราไปเรียนพยาบาลกำลังจะขึ้นปี 2 มีงานเลี้ยงที่มหิดล พี่สลาจะมาร้องเพลง ตอนนั้นเขาเขียนจดหมายมาบอกว่า จะมาเยี่ยมนะ จะมาขึ้นเวทีร้องเพลง แล้วตัวเองจำหน้าพี่เขาไม่ได้ จากครั้งนั้นมีได้เจอกันบ้าง ตอนไปช่วยงานโรงเรียนที่พ่อเป็นครูใหญ่ แล้วหายไปนานจนมีจดหมายมาเนี่ยแหละ เลยชวนเพื่อนๆ ไปดูพี่เขาหน่อย ทั้งที่ยังจำหน้าไม่ได้นะ แต่ไปดูอีกรอบเพื่อให้มั่นใจ (หัวเราะ) ได้เจอแล้วประทับใจ พี่สลาร้องเพลงเก่ง ร้องเพลงเดือนเพ็ญ เราเพิ่งเคยได้ฟังเพลงนี้เป็นครั้งแรก ตอนที่ไปช่วยงานพ่อที่โรงเรียนบ้านปลาค้าว ชอบมาก
ครูสลา : ช่วงก่อนเจอตุ๋ม กลุ่มครูหนุ่มด้วยกันทยอยแต่งงาน เริ่มทิ้งกันล่ะ (หัวเราะ) เริ่มรู้สึกเหงา แม่ของผมไม่ค่อยสบาย ก็อยากให้ลูกชายได้มีลูกให้ทันก่อนท่านจะไม่อยู่ ชอบพูดให้ใจหายตลอด ว่าอาจจะอยู่ไม่นาน ก็เอาล่ะ ตั้งใจว่าปีนั้นถ้าหาเจอก็แต่งแน่ พอมาเจอเขาคือใช่ล่ะคนนี้ เลยเขียนจดหมายไป คนหนุ่มในยุคเดียวกันก็ทำอย่างนี้นะ เหมือนยุคนี้ที่มีไลน์ ขอไลน์

พ่อแม่ทั้งสองบ้าน

ครูสลา : ผมเป็นครูหนุ่มที่มีผู้หลักผู้ใหญ่เมตตา คุณพ่อคุณแม่ของตุ๋มก็เป็นครู ท่านใจดี รู้จักกับครูใหญ่ของโรงเรียนผม พอรู้มาบ้างว่ามีครูหนุ่มที่ผู้หลักผู้ใหญ่ว่านิสัยดี แล้วเคยได้มีโอกาสร่วมงานกับคุณพ่อของตุ๋มที่ทางอำเภอแต่งตั้งคณะทำงานต่างๆ จะมีครูใหญ่โรงเรียนหนึ่งเป็นประธานคณะทำงาน ครูน้อยที่ถูกมองว่าทำงานดีก็จะเป็นคณะทำงาน เลยได้ร่วมงานกันมาก่อน แล้วไม่รู้ว่าท่านมีลูกสาว (หัวเราะ) ท่านคงสงสารด้วย เป็นครูจนๆ ที่มอเตอร์ไซค์ก็ไม่มี ส่วนพ่อแม่ผมพอเจอตุ๋มนี่เขารักเลยนะ แต่ครอบครัวเราจน เป็นชาวไร่ชาวนา เลยเกร็งว่าทางนั้นเป็นพ่อครูแม่ครูกัน จะรับได้ไหม จะเลือกลูกเราไหม พอทางฝั่งตุ๋มไม่มีปัญหา ก็แค่รอเวลา
คุณตุ๋ม : พี่สลาเป็นคนอบอุ่น อยู่ด้วยแล้วมีความสุข มีช่วงหนึ่งที่พี่สลาสมัครผู้แทนครู กปจ. แล้วแพ้ เขาก็เขียนกลอนให้ครอบครัว
ครูสลา : สมัยก่อนชอบเล่นการเมือง ลงสมัครเลือกตั้ง เราไม่เงิน พี่ที่เป็นคู่แข่งมีตังค์ แต่ไม่ได้โกรธกันนะ สู้ด้วยวิธีลูกผู้ชาย สู้หนักมาก เหนื่อยมาก ตอนลงสนามจะโดนเสียงวิจารณ์ ทนได้เพราะเป็นนักสู้ แต่ห่วงลูกเมียที่เวลาคนมานินทาต่อว่า เขาจะรับได้ไหม เลยเขียนกลอนให้ ‘เจ้าเป็นคนรักของนักสู้ ต้องเรียนรู้ว่าจะอยู่สถานไหน ถึงหนาวเหน็บเจ็บช้ำต้องทำใจ ยามแพ้พ่ายหัวใจช้ำต้องทรนง’ บอกเขาและลูกว่าเป็นลูกพ่อต้องเป็นแบบนี้ (หัวเราะ)
คุณตุ๋ม : ต้องเรียนให้จบก่อน ตอนนั้นยังปีหนึ่งจะขึ้นปีสอง รอจนจบสี่ปี พี่เขาส่งผู้ใหญ่มาขอหมั้นก่อน 3 เดือน พอเรียนจบออกมา 1 เดือนก็แต่งงาน ช่วงเรียนพี่สลาเขียนจดหมายมาหาตลอด เราอยู่หอพัก ไม่ได้ออกไปไหน ก็มีจดหมายเขาส่งมา (ยิ้ม) พี่เขาขยันเขียนเราก็ขยันตอบประจำ เก็บจดหมายอยู่นะแต่มีปลวกขึ้น เสียดาย แล้วพี่สลามีเขียนเพลง ‘ผู้หญิงสีขาว’ บอกเราว่า พี่อาจไม่ได้พูดถึงตุ๋มทั้งหมด แต่เป็นตัวแทนที่มีให้ เตรียมไว้ตอนรับปริญญา
ครูสลา : เป็นเรื่องบังเอิญที่ก่อนจะเจอตุ๋ม แม่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน เกือบทุกปีจะมีแผลต้องไปนอนโรงพยาบาลคราวละสองเดือน จนกว่าแผลจะหาย ได้ประทับใจพยาบาล ไม่ได้ประทับใจเพราะความสวย เพราะอย่างเราเป็นลูก พ่อแม่เป็นแผลกดทับ เรายังไม่ค่อยกล้าเลย คือทำให้ได้แต่ใจมันสู้รบกับความรู้สึกต่างๆ พอพยาบาลมา เขาดูแลแม่เราอย่างดี เลยเกิดความประทับใจว่าอาชีพนี้ทำไมเสียสละขนาดนี้ สมัยเรียนเคยเรียนเรื่องฟลอเรนซ์ไนติงเกล เลยคิดว่าอยากเขียนเรื่องนี้ มันเป็นแรงบันดาลใจตั้งแต่จากแม่ จนมาเจอเขาเลยได้เขียน เป็นจังหวะเหมือนคนเคาะระฆังว่าเขียนได้แล้ว

สลา & ลัดดาวัณย์ คุณวุฒิ

เพลงที่ได้มาจากภรรยา
ครูสลา : มีเพลง ‘เหนื่อยไหมคนดี’ ตอนนั้นมีลูก 2 คน ตอนรักกันก็พูดกันเพราะ พอใช้ชีวิตร่วมกันมีบ้างที่จะพูดไม่เพราะ แล้วผมที่จดจ่อกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งพอมีเสียงอะไรแทรกเข้ามาก็เผลอพูดไม่เพราะใส่เขา จะเป็นอยู่บ่อย พอหลังจากนั้นจะมาคิดว่าทำไมเราทำแบบนั้น เขาน่าสงสารนะ เลยเกิดคำนี้ขึ้นมา เพราะคิดว่าเขาน่าจะมีผู้ชายที่ดีกว่า มีความพร้อมกว่านี้ มีคนมาจีบที่ดีกว่าเราหลายคน แต่เขาก็เลือกเรา ในขณะที่เราได้แค่นี้ แล้วบางทียังไปว่าเขาอีก (น้ำตาซึมมองภรรยา) เลยเขียนเพลงนี้ขึ้นมาให้ตุ๋ม พอผมฟังไปถึงท่อนที่สอง น้ำตาจะไหล ตอนนั้นมีคนเมายาบ้า ปีนขึ้นข้างบนจะกระโดดลงมา เมียของเขามาบอกตำรวจว่า คนนี้ชอบฟังเพลงไมค์ ภิรมย์พร ชอบเพลงเหนื่อยไหมคนดี ตำรวจก็ร้องผ่านโทรโข่ง สุดท้ายเขายอมลงมา
    หลังจากนั้นทางแกรมมี่เชิญคนมาพูดเรื่องเพลงนี้ มีคนดังมานั่งเล่าเรื่องราว ถึงท่อนที่ 2 ร้องไห้หมดเลย (หัวเราะ) ฟังเพลงคลอไปเล่าไปว่าตัวเองเคยทำให้แฟนเสียใจไหม เนื้อเพลงขึ้นมา บางครั้งบางคราวตัวพี่ก็สร้างปัญหา ทำให้เธอมีน้ำตา ทุกคนร้องไห้หมด รวมทั้งตัวผมเองด้วย มันเป็นเรื่องจริงที่เป็นกัน ยกเว้นแค่คนที่อารมณ์ดีจริงๆ ที่ไม่เผลอว่าแฟนตัวเอง เป็นห้วงอารมณ์ของการใช้ชีวิตร่วมกัน พอมีบทเพลงสารภาพผิดนี้ ทุกคนก็หวนนึกถึงคู่ตัวเอง
คุณตุ๋ม : ตอนได้ฟังก็ประทับใจ พี่สลาร้องให้ฟังตลอด (หัวเราะ) ไม่ได้โกรธอะไรเขานะ ตัวเราเองเป็นคนสบายๆ เข้าใจเขาดีด้วยซ้ำว่า ไหนจะต้องเป็นครู เป็นตัวแทนครู จัดรายการวิทยุ เป็นนักแต่งเพลง เป็นนักร้องรับเชิญ ทำงานที่ต้องรับผิดชอบมันมีหลายอย่าง
ครูสลา : ช่วงนั้นครอบครัวผมยุ่งยากมาก แม่ป่วยหนัก พี่ชายเกิดอุบัติเหตุ น้องชายเจอปัญหา มันวิกฤติไปหมด ผมเป็นครูใหญ่อยู่ตอนนั้นงานค่อนข้างหนัก บางทีกลางคืนตีสองตีสาม น้องชายเจอปัญหาต้องใช้เงิน ทั้งบ้านมีเงินอยู่ไม่เกินสองหมื่น เงินเดือนรวมกันก็ไม่ถึงหมื่นด้วย มันหนักมาก ไม่ไปก็ไม่ได้ แม่ป่วยมากก็บอกให้ไปดูน้องหน่อย หันมาหาตุ๋ม เขาก็แบกช่วยเราอยู่ สงสารเขามาก (จับมือภรรยา)

สิ่งที่ยึดมือเราเอาไว้
ครูสลา : สำหรับผม มันคือความรัก แต่ไม่ใช่รักที่พูดกันจนชินปาก คำว่ารักมันมีอะไรที่เป็นองค์ประกอบมากกว่านั้น ต้องอยู่กันด้วยความเข้าใจ
คุณตุ๋ม : เพราะรัก รักและเข้าใจ ให้อภัย บางทีต้องยอมบ้าง ถ้าหวังจะเอาชนะกันมันก็จบ เราก็ทำหน้าที่ของเรา ไปทำงาน ดูแลลูก ดูแลครอบครัว
ครูสลา : ตุ๋มเป็นคนดีมาก ต้องยอมรับ (ยิ้ม) คำว่าเพื่อนดี ในบริบทของผม เขาก็เป็นหนึ่งในนั้น ถ้าไม่ใช่ตุ๋ม อาจจะประคองครอบครัวไม่ได้ ด้วยงานที่เป็นนักคิดนักเขียน ต้องเผชิญกับการทำงานที่บางทีไม่เอื้อกับการอยู่กับใคร ต้องใช้สมองคิดหนักพอมีใครมาพูดอะไรนิดเดียวสมาธิก็เสียแล้ว อยู่กับงานที่ต้องจดจ่อกับจินตนาการแล้วทำออกมาให้ได้ บางทีต้องปลีกตัวออกมาจากคนอื่นหลายวัน แทบจะลืมเรื่องอื่นไปเลย ถ้าเราไม่ตั้งสติให้ดี ก็อาจจะทิ้งเรื่องอื่นไปได้ รวมถึงถ้าเขาไม่ใช่คนที่เข้าใจ ก็อยู่ด้วยไม่ได้ ผมถึงบอกว่าตุ๋มเป็นคนดี เป็นแฟนที่ดี เป็นแม่ที่ดี ยอมหลายเรื่องมาก
คุณตุ๋ม : เราไม่เคยทะเลาะกันแรงๆ เลยนะ
ครูสลา : มีงอน มีโมโห ถ้าเขางอน ผมก็ง้อ เข้าใจว่าเขางอนเรื่องอะไร เราผิดเราก็ยอม จะบอกเสมอว่าทุกวันต้องหาความสุขให้ได้ จะมาสู้หนัก 20 ปีแล้วปีที่ 28 มีความสุขกัน มันไม่ได้ ต้องหาให้เจอ มีงาน มีเหนื่อย มีหนัก แต่ต้องมีช่วงที่รักกัน การมีชีวิตคู่ มันมีบ้างที่ต้องมีอารมณ์
คุณตุ๋ม : ปกติคุยกันทุกวัน เมื่อก่อนโทรคุยกัน เดี๋ยวนี้ไม่ได้โทรใช้ไลน์แทน (หัวเราะ) เหมือนอยู่ด้วยทุกวัน แต่ต่างคนต่างมีภาระหน้าที่ของตัวเอง
ครูสลา : มีเรื่องที่น่าเป็นทุกข์เยอะเลยในเรื่องของความรักที่ต้องห่างไกล ยากก็ต้องอยู่กับมันให้ได้ ตัวผมเองไม่ได้เป็นคนดี 100% แต่ทุกคนรู้หมด ว่าผมไม่เคยเปลี่ยนแปลงเรื่องความรับผิดชอบ จะเต็มร้อยเสมอ ดูแลและพาก้าวข้ามความยากจน ให้ไปหาความมั่นคงให้ได้ หลักสำคัญอยู่ที่คุณสมบัติของคู่เรา ผมเป็นแบบนี้ ตุ๋มเป็นแบบนี้ พอมารวมกันแล้วมันแข็งแกร่ง ช่วยหลอมเข้าหากัน เพราะฉะนั้นการเลือกกันในวันที่เริ่มต้น มันสำคัญ ผมมองเรื่องความรักคือความรับผิดชอบ เมื่อเกิดปัญหาเรื่องความรู้สึก ให้กลับไปดูที่ความรับผิดชอบ ถ้าจากวันเริ่มต้นจนถึงวันนี้ ยังหนักแน่นอยู่ ให้สบายใจได้ ถ้าคิดหยุมหยิมจะทะเลาะกันได้ทุกวัน อย่าเอาบริบทอื่นๆ มาเป็นเงื่อนไข จนเป็นรากฝอยเกินไป เอาแค่รากแก้วให้อยู่ให้ได้ ความรับผิดชอบคือรากแก้ว
คุณตุ๋ม : มีปรับตัวพอสมควร ด้วยความที่ทำงานเกี่ยวกับสุขภาพจิตมา ได้รู้เรื่องราวเหล่านี้จากคนที่มาหา ก็เข้าใจได้มากขึ้น และตัวเรารักพี่สลา รู้ว่ามันเป็นเรื่องพื้นฐานอยู่แล้ว รู้ว่าเขาทำงานแบบนี้นะ ไม่ว่างรับสายไม่เป็นไร ว่างเมื่อไรคงรับเมื่อนั้น บางทีโทรไปตอนเช้า รับอีกทีตอนบ่าย (หัวเราะ) ไม่ได้กดดันอะไร ไม่มีเงื่อนไขอะไร
ครูสลา : จะสอนลูกๆ ด้วยเหมือนกัน เพราะพ่ออยู่ในจุดที่คนรู้จัก เรื่องต่างๆ มันต้องไปได้ยิน เราก็จะสอนให้เขาเข้มแข็ง จุดที่มีความรับผิดชอบในฐานะพ่อ ฐานะแฟน ฐานะผู้นำ ถ้ายังหนักแน่น เรื่องอื่นเข้ามาก็ปล่อยมันไป

สลา & ลัดดาวัณย์ คุณวุฒิข้อคิดจากมรสุมใหญ่ที่ผ่านมา
คุณตุ๋ม : เดี๋ยวนี้ก็ยังมี เหมือนกระแสไม่ได้ลดเลย (หัวเราะ) มีมาตลอด เราก็รับฟัง บางทีลองหลับตาข้างหนึ่ง ทำหูไม่ได้ยินบ้าง
ครูสลา : ถ้าย้อนกลับไป จะไม่แถลงข่าว จะเรียนรู้มันและแก้ไข ถ้าให้กินพื้นที่ข่าวในสังคม เอาเป็นเรื่องดีๆ ดีกว่า เรื่องไม่ดีไม่อยากไปรบกวนพื้นที่ข่าว แต่วันนั้นผมไม่รู้วิธีการรับมือเลยว่าอยู่ในสังคมของคนมีชื่อเสียงต้องทำยังไงบ้าง รู้แค่ว่ามีเรื่อง ต้องแถลงข่าว แต่วันนี้มีสติ เลยคิดว่าถ้าเรื่องไม่ดี จริงไม่จริง ปล่อยให้สังคมตัดสิน จะไม่ตอบสักคำ ธรรมชาติตัวผมเป็นแบบนั้นด้วย พิสูจน์กันด้วยเวลาดีกว่า

รู้จักรบกับตัวเอง
ครูสลา : จะบอกเสมอว่าที่ผ่านมาได้เพราะธรรมชาตินิสัยเรามากกว่า อารมณ์ทั่วไปมีเหมือนคนอื่น มีดุ มีโกรธ แต่จบลงแล้วมีประนีประนอม ยอมก็ได้ เสียเปรียบก็ได้ และธรรมชาติตรงนี้แหละที่พาเราก้าวข้ามไปทีละปัญหา ร่วมงานกับใครให้มีปัญหาน้อยที่สุด ให้เกียรติเขามากที่สุด สู้รบแต่กับตัวเอง ไม่อิจฉาใคร อะไรที่ไม่ดีก็ลดลง สู้กับภายในตัวเอง แล้วเอามาสู้กับงาน พาเราผ่านมาได้ ต้องขอบคุณความโชคดีของตัวเองที่มีเพื่อนดี จะอยู่ที่ไหนก็ตาม สัมผัสได้ว่ามีเพื่อนดี มีคนรัก ผู้ใหญ่เมตตา มีเพื่อนสนิทเข้ามาในทุกจังหวะชีวิต เวลาหันไปมองแต่ละจุดที่ยืนอยู่ จะเจอคนคนนี้อย่างน้อย 2 – 3 คน ที่จะมาคอยช่วยพยุงเราไว้ (ยิ้ม)

รอยยิ้มของครูสลา
ครูสลา : ยิ้มโดยธรรมชาติ ไม่ได้ออกแบบว่าเจอแบบนี้ต้องยิ้ม เป็นของมันเอง ผมมีด้านลบคือใจร้อน ส่วนใหญ่จะใจเย็นนะ แล้วการแต่งเพลงต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมง เหมือนนั่งสมาธิ เพราะต้องใช้สมาธิ พอเจอปัญหาจากเรื่องต่างๆ ก็ใจเย็น จะบอกลูกศิษย์เสมอว่า อย่าทำใจเราเป็นแม่เหล็ก เพราะแม่เหล็ก ดูดทุกอย่าง สนิมก็ดูด อย่าเอามาใส่สมองทุกเรื่องให้เป็นสนิม ฝึกตัวเองและคนรอบข้างแบบนี้ (ยิ้ม)
คุณตุ๋ม : มองมุมบวกสำคัญเหมือนกัน ส่วนตัวเรามันเป็นนิสัยมากกว่าด้วย จะคิดว่าต้องมีสุขทุกวันนะ
ครูสลา : นี่ก็ธรรมชาติเขาอีกล่ะ (หัวเราะทั้งคู่) ตุ๋มเป็นคนแบบนี้ตั้งแต่เจอกัน เป็นคนยิ้ม หัวเราะ ไหว้สวย

หลักสำคัญของการสร้างครอบครัว
คุณตุ๋ม : อยู่ที่การเลือกนะ เลือกคนที่เราจะมาอยู่ด้วยกัน ไม่ใช่การเจอกันแค่แป๊บๆ แล้วตกลงใช้ชีวิตร่วมกันโดยไม่รู้จักนิสัยใจคอ เมื่ออยู่ด้วยกันแล้วต้องอาศัยความรักความเข้าใจ บางทีต้องปรับตัว อาจมีเรื่องที่เราไม่พอใจบ้าง ก็ต้องรู้จักให้อภัย
ครูสลา : เอาเรื่องที่เป็นเป้าหมายเป็นตัวตั้ง และรักษามันให้ได้ ตอบโจทย์ตรงนั้น เป้าหมายของผมคืออยู่ร่วมกันให้ได้ และดูแลลูกด้วยกันให้ได้ สร้างหลักฐานให้ลูกปลอดภัยที่สุดและเราไม่ทิ้งกัน ต้องมีความสุข มีอะไรมาระหว่างทาง ยึดเป้าหมายให้แน่น อย่าไปสร้างเกณท์หยุมหยิมให้กันและกันจนเกินไป
คุณตุ๋ม : พี่ก็สร้างเป้าหมายไว้คือจะอยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่า ให้เป็นไปตามเป้าหมายนั้น (ยิ้ม)
ครูสลา : สุดท้ายมันก็คือความเข้าใจ ที่เหลือก็ช่วยกัน ลดเงื่อนไขที่ทำให้แต่ละฝ่ายไม่สบายใจกัน อยู่ด้วยกันมาถึงวันนี้ ระหว่างทางการใช้ชีวิตคู่มันก็มีเรื่องอารมณ์เข้ามา ต้องกวาดมันออกไปให้หมด บางทีมันอดไม่ได้ที่ต้องสนใจ ต้องสู้กับมัน
คุณตุ๋ม : ที่สำคัญอย่าไปมองครอบครัวอื่น อย่าเปรียบเทียบเพราะบริบทครอบครัวไม่เหมือนกัน ครอบครัวเรามีบริบทแบบนี้ เช่นก็ มองว่าทำไมคู่นั้นเขาอยู่ด้วยกันไปด้วยกัน ทำไมเราไม่ไปด้วยกัน ทำไมเราไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอด คิดแบบนี้มันเป็นทุกข์
ครูสลา : ลูกยิ่งต้องแกร่ง ผมยังชมเลยว่าลูกๆ (ข้าวขวัญ & แพรวา คุณวุฒิ) เจ๋งนะ ผมนั่งเป็นคอมเมนเตเตอร์หน้ารายการ เห็นพ่อแม่พาลูกมาประกวด มันสะท้อนตัวเองว่าไม่เคยทำแบบนั้นเลย ไม่ใช่คนไม่ดี แต่เวลาไม่มีโอกาสให้เราได้ทำแบบนั้น ลูกต้องไปสู้เอง บางทีเห็นคนอื่นพาลูกมาแข่งก็น้ำตาตกในใจคิด สงสารลูก ไม่ได้ทำแบบนั้นกับลูกเลย คนเล็ก (แพรวา คุณวุฒิ) ตอนเรียนอยู่ประถม วันไหนที่พ่ออยู่บ้านแล้วไปรับ เขามีความสุขมาก ยังจำวันนั้นได้เลย (ยิ้ม) ลูกจะจูงแขนพาพ่อไปซื้อลูกชิ้น เราก็แอบน้ำตาตกข้างใน มันทำแบบนี้ไม่ได้ทุกวัน

ชื่อบทเพลงของชีวิตคู่นี้

ครูสลา : ‘ขอบคุณที่เข้าใจ’ (ยิ้ม) ด้วยนิสัยและความศรัทธาที่มีต่อเรา เราต้องทำหน้าที่ดูแลเหมือนเขาเป็นครอบครัวเดียวกับเรา ดังนั้นหน้าที่ดูแลครอบครัวจริงๆ ของเรา ตุ๋มเป็นคนดูแลตรงนี้ ต้องขอบคุณจริงๆ
คุณตุ๋ม : ก็ขอบคุณพี่สลาที่ดูแลเรามาจนถึงทุกวันนี้เหมือนกันค่ะ ขอบคุณทุกอย่าง

หนุ่มคนนี้ยังหล่อไหม

คุณตุ๋ม : ก็หล่อตามวัยนะ (หัวเราะร่วน)
ครูสลา : น่าจะหล่อกว่าแต่ก่อน (ยิ้มขำ) สำหรับผม ความงามของตุ๋มในนิยามผมคือคำว่ารัก (ยิ้มมองภรรยา)
คุณตุ๋ม : ตอนนี้ห่วงสุขภาพพี่เขามากกว่า เพราะพี่สลาเป็นคนนอนหลับยาก
ครูสลา : งานที่เราทำ มันทำให้ต้องคิดตลอด ทั้งเพลงทั้งประชุม พอไม่ได้อยู่ตรงนั้นก็เอามาคิดต่อ เลยทำให้ไม่หยุดคิด ผมก็ห่วงตุ๋มเรื่องเดียวกัน คือเรื่องสุขภาพ และเรื่องความสุข สุขภาพคือให้ออกกำลังกายดูแลตัวเอง ส่วนความสุขที่ว่าคืออยู่กันมาขนาดนี้แล้ว ขึ้นเลข 5 ด้วยกันทั้งคู่แล้ว อะไรที่ทำให้เป็นทุกข์ ต้องฝึกเอาชนะมันให้ได้อย่างรวดเร็ว
คุณตุ๋ม : รักเพิ่นนะ (จับมือสามี)
ครูสลา : นับวันยิ่งรักกัน (หัวเราะทั้งคู่)
 
     ‘การอยู่ร่วมกันของชีวิตคู่ให้ช่วยกันเขียนเป้าหมายร่วมกันตั้งแต่ต้น มองมันไว้ รักษามันไว้ อย่างอื่นเป็นเรื่องรอง ตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่าจะอยู่ด้วยกันตลอดไปเป็นปลายทาง ดังนั้นอะไรที่จะเข้ามาระหว่างทาง ยอมผ่านไป ขอแค่เป้าหมายยังอยู่’
     นี่คือคำสรุปของความรักอมตะที่มีต้นแบบอยู่ตรงหน้า และเหมือนเป็นคำตอบของปลายทางคู่รักมากมายในสังคม ที่อาจหลงลืมบางสิ่งไปว่า แท้ที่จริงคำว่าชีวิตคู่ยืนยาวอาจไม่ได้ยากกว่าที่คิดกัน..

 

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

ขอโสดครั้งสุดท้าย :: หมิว - สิริลภัส

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);