รักไม่รู้จบ : 'จากงานสานต่อทอเป็นรัก' ก้อย - บุญญิตา งามศัพพศิลป์
  
  
ColumDetail
20
รักไม่รู้จบ : 'จากงานสานต่อทอเป็นรัก' ก้อย - บุญญิตา งามศัพพศิลป์
 
 

Hug Magazine ปีที่ 8 ฉบับที่ 5
รักไม่รู้จบ : มาศวดี ถนอมพงษ์พันธ์
ภาพ : ภาณุวัชร สุเมธี


'จากงานสานต่อทอเป็นรัก' ก้อย - บุญญิตา งามศัพพศิลป์

    ความรักมักคู่กับพรหมลิขิตและจังหวะที่ลงตัว หลายคนอาจบ่นว่าเมื่อไรจะมา แต่เชื่อเถอะว่าเมื่อถึงเวลาคนที่ใช่ก็จะเข้ามาอย่างไม่ทันรู้ตัว อย่างเช่นคู่ของผู้ประกาศข่าวหญิงคนเก่ง จากช่อง 8 ‘ก้อย - บุญญิตา’ ที่พบหน้าครั้งแรกกับตากล้องหนุ่ม‘ต้อย - สิทธิชัย เรียบร้อย’ เรียกว่าคู่แท้ไหมก็ดูชื่อเล่นสิยังคล้ายกันขนาดนี้ และหนุ่มต้อยกับสาวก้อยก็เกี่ยวก้อยยาวๆ มาเป็นสามีภรรยาพร้อมทายาทน่ารักสุดหล่อ ‘น้องดราก้อน’ แบบนี้ เรียกว่าจังหวะที่ลงตัวที่ทำให้ชีวิตของคนสองคน ที่อยู่คนละทิศทางได้มาเจอกัน เพราะเหตุใดนั้นลองมาฟังกันดูค่ะ 

ก้อยกับต้อยในปัจจุบัน
ก้อย : จุดเริ่มต้นอาจเริ่มจากข่าวบันเทิง แต่ก็เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ และเดี๋ยวนี้เทรนด์การอ่านข่าวก็เปลี่ยนไป ค่อยๆปรับไปตามยุคสมัย ในรายการคุยข่าวจะเป็นการเอาข่าวมาย่อยให้ผู้ชมเข้าใจง่ายขึ้น ให้ไม่ซับซ้อน ทั้งภาษาข่าว ภาษากฎหมาย บางคนดูแล้วงงๆ ส่วนพี่ต้อยเปิดบริษัทของตัวเอง รับผลิตรายการทีวี เป็นเหมือนโปรดักษ์ชั่น ทำเรื่องอุปกรณ์กล้อง ตอนแรกเติบโตมาทางสายข่าวเหมือนกัน แล้วพออายุเยอะขึ้นก็ต้องหาอะไรทำเป็นของตัวเอง เอาประสบการณ์ที่มีมาปรับใช้ด้วยกัน มาแนะนำกันบ้าง เขามีทีมของเขาอยู่ ในทางโปรดักษ์ชั่นแบบนั้น เราไม่ถนัด เราไม่ก้าวก่ายกัน ก่อนจะแต่งงานกันก็คบกันมา 7 – 8 ปี ไม่เคยคบผู้ชายคนไหนได้นานเท่านี้ (หัวเราะร่วน)

รู้จักกันได้อย่างไรคะ
ก้อย : พี่เป็นนักข่าวเพิ่งเรียนจบมา ส่วนพี่ต้อยก็เป็นช่างภาพข่าว ทำกันอยู่ที่ไอทีวี ตอนนั้นลงภาคสนาม เป็นนักข่าววิ่งหาข่าวเอง ทำเองทุกอย่าง หาช่างภาพที่ไว้ใจได้ เลยได้เจอเขา เริ่มดูแลกันมาตั้งแต่ตอนนั้น พี่ต้อยเขาดูเป็นผู้ใหญ่ ทำให้สบายใจ คบกันมาเรื่อยๆ เราไม่ได้จีบกันเอิกเกริกนะ ถ้อยทีถ้อยอาศัย (หัวเราะ) ไปด้วยกันบ่อยๆ รู้สึกว่าเขาเป็นผู้ใหญ่ดี อายุห่างกัน 8 – 9 ปี มันเป็นข้อดีที่เวลาเราทำอะไรผิดพลาด ก็จะอภัยให้กันได้ง่าย คือผู้หญิงจะมีความเป็นเด็ก ง้องแง้งบ้าง (พี่ต้อยยิ้ม) อันนี้ไม่รู้ว่าคิดไปเองไหม ว่าเขาอาจเอ็นดูเรามากกว่าคนอื่น
ต้อย : เมื่อก่อน ผมอยู่การเมือง เขาอยู่บันเทิง เจอกันยาก มันเหมือนเป็นจังหวะ เคยไปต่างจังหวัดกลับมาก้อยมารอช่างภาพ ไม่มีใคร ผมก็ไปให้ สนิทสนมกันไป ดูแล้วเขาไม่มีใคร เราก็ไม่มีใคร เป็นคู่เรื่อยๆ แต่พอคบกันผมพาไปเจอแม่เลยนะ (ยิ้ม)

เห็นหน้าพี่ต้อยครั้งแรกรู้สึกยังไง
ต้อย : ไม่ค่อยชอบ (หัวเราะมองภรรยา)
ก้อย : คือแต่ก่อนพี่ต้อยไว้ผมยาวๆ (พี่ต้อยบอกดูเซอร์มาก) ใช่ เป็นช่างภาพออกภาคสนาม ไม่ได้คิดอะไรนะ แต่มันเป็นความรู้สึกที่ค่อยซึมมา เหมือนไม่มีใครที่ดูแลเราได้ขนาดนี้
ต้อย : เจอครั้งแรกก็เฉยๆ เหมือนเด็กใหม่เข้ามา เราก็อายุมากกว่า แล้วรุ่นพี่มาบอกว่าให้หาช่างภาพที่ไว้ใจได้หน่อย แล้วจะหาใคร ก็เออ เดี๋ยวไปเองละกัน
ก้อย : คนมาคบกันมันเหมือนมีกรรมมา ต้องมานั่งรับใช้เขา (หัวเราะ) เริ่มกลับบ้านด้วยกัน คบไปได้ 3 – 4 ปี คือเราเป็นผู้หญิง จะมาแค่เล่นๆ หรือเปล่า มันมีเรื่องที่ไม่เข้าใจกันด้วย ไม่เห็นวางแผนเพื่อเราเลย เลยลองคุยกันดูว่าทิศทางต่อไปจะเป็นยังไง พี่ต้อยบอกว่าจะแต่งงานด้วยนะ และเอาบัตรเอทีเอ็มของเขามาให้ ให้สมุดบัญชี ให้ทุกอย่างกับเราเป็นคนเก็บเงิน (หัวเราะร่วนมองสามี) เลยรู้สึกแล้วว่า เฮ้ย แสดงว่าเขาจริงใจแล้วสิ มีมากน้อยไม่สำคัญ แต่อยู่ที่เราหมดแล้ว
ต้อย : อยากให้เขารู้ว่าเราจริงจัง เลยเอาให้ไปเลย จะได้การันตรีเลยไง ให้เงินผมบ้างก็พอ (ยิ้ม)

ก้อย - บุญญิตา & ต้อย - สิทธิชัย

วันที่ตัดสินใจแต่งงาน
ก้อย : ตอนนั้นป๊าพี่ป่วย ป๊าอยากให้ลูกได้แต่งงาน เลยคุยกัน จริงๆ พี่ต้อยคิดว่าปี 2549 จะไปขออยู่แล้ว พอลองไปคุยกับญาติ ญาติเลยบอกงั้น แต่งให้ป๊าได้ไหม เลยแต่งกันในปี 2548 พี่ต้อยเคยพูดมาประโยคหนึ่งว่า รักพี่หรือแค่อยากจะมีใครอยู่ด้วย ใช่ไหม (หันไปถาม) เพราะก่อนนั้นเราจะไม่เคยพูดคำว่ารัก แต่จะถามพี่ต้อยฝ่ายเดียว
ต้อย : ผมก็อายุเยอะแหละ เขามาดูแลเรา มันรู้สึกดีนะ เลยขอแต่งงาน เขาชอบถาม รักก้อยไหม รักก้อยไหม ถามตลอด เราก็ตอบ รัก รัก (พี่ก้อยหัวเราะร่วน) เขาก็บอกรักพี่ต้อยนิดหนึ่ง
ก้อย : เป็นคนชอบถามแต่ไม่ชอบบอก ตั้งแต่คบมาจนแต่งงานสักพัก จนพอมีลูก ถามก็บอก พูดคำว่ารักง่ายขึ้น
ต้อย : รู้ว่าเขารัก เพราะเขามากับเราขนาดนี้แหละ (หัวเราะ) ไปไหนต้องไปด้วยกันสองคน ดีกว่าไปคนเดียว ไปตัดผมก็ไปด้วยกัน หกโมงเช้าไปทำเนียบตามนายก กลับมาก็ทุ่มหนึ่ง
ก้อย : จะติดเขานะ และรู้ว่าเขาก็ติดเรา สมัยเริ่มทำงานแรกๆ ออกงานเยอะมาก ได้เจอกันน้อย แต่พอหลังแต่งงานชีวิตเริ่มเปลี่ยน จัดสรรเวลากันมากขึ้น ถ้าตัดสินใจมีลูกแต่แรกคงโตกันแล้วล่ะ (หัวเราะ) ทำงานจนไม่ได้คิด จัดวิทยุบางทีบ่ายบ้าง หรือเที่ยงคืนเลิกตีสองบ้าง ใช้ชีวิตกันหนักมากตอนนั้น พอมีลูกก็เบาลง มาวุ่นแต่เรื่องลูกอย่างเดียว (ยิ้ม)
ต้อย : ช่วงนั้นผมทำงานเช้า เขาก็นั่งรถมาด้วย มาหลับในรถ เลิกงานผมไปรอเขา เมื่อก่อนก้อยจัดรายการดึก ห้าทุ่มเที่ยงคืนไปนอนรอในรถ แล้วกลับบ้านด้วยกันตื่นเช้าก็ไปด้วยกันอีก

เคยทะเลาะกันรุนแรงไหม
ก้อย : มีนะ บอกเลิกแต่ก็ไม่ไป (หัวเราะทั้งคู่) จริงๆ มันไม่ได้อะไรกันมากมาย บางครั้งเขามีข้อไม่ดี ซึ่งก็มีกันทุกคน แต่ข้อดีของเขามีมากกว่า เราไม่ได้ตั้งใจจะต้องเลิกกัน ด้วยอารมณ์โมโหมีพลั้งปากกันบ้าง แล้วพอมีลูก ก็ไม่มีใครรักลูกเราเท่ากับพ่อและแม่ มันต้องประคองความรู้สึกด้วยกัน
ต้อย : จะถูกจะผิดต้องขอโทษทุกอย่าง จนถึงปัจจุบันเลยนะ ขอโทษอย่างเดียว จบ (ยิ้ม) มันก็มีนิดๆ นะที่คิดว่าทำไมต้องขอโทษ แต่มันเป็นครอบครัว เราอยู่ด้วยกันมานาน

ความประทับใจของกันและกันคืออะไรคะ
ก้อย : มันมีความรู้สึกว่าถ้าพี่ไม่สบายคนที่จะมาดูแล มาเช็ดตัวเราคือพี่ต้อย คิดขึ้นมาตลอด ตั้งแต่คบกันแรกๆ มีเข้าโรงพยาบาล เป็นบ่อยด้วย พี่ต้อยก็ไปเฝ้า ไปดูแล เราอยากกลับบ้านไม่อยากเห็นเขามานอนเฝ้า แต่ทุกครั้งถ้าเราป่วย จะเห็นพี่ต้อยแน่นอน เขาเป็นคนแบบนี้ (ยิ้ม)
ต้อย : เป็นที่ตัวเขาทั้งหมด นิสัยไม่ค่อยเท่าไร (พี่ก้อยหัวเราะบอกเดี๋ยวจะโดน) เขาขยันทำงาน ในบ้านไม่เท่าไร แต่นอกบ้านทำงานเก่ง ทั้งทำข่าว เป็นผู้ประกาศ จัดรายการวิทยุ เป็นที่เชิดหน้าชูตาของเรา (หัวเราะทั้งคู่) เป็นคนเก็บรายละเอียดปลีกย่อยตลอด คอยใส่ใจ เมื่อก่อนผมแต่งตัวง่ายๆ เขาก็มาคอยดูแล
ก้อย : แต่งกันมาหลายปีถึงจะมีลูก แต่งงานแล้วต่างคนต่างทำงาน วัยยังสนุกสนาน อยากเที่ยว ออกเช้าเลิกดึกทุกวัน พอมีลูกมันเริ่มเปลี่ยนไป การที่เราจะมีลูกกับใครสักคน แสดงว่าเราต้องรักผู้ชายคนนั้นมากจริงๆ (ยิ้ม) การมีลูกเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก ไม่ใช่ใช้ชีวิตของเราคนเดียว ผู้ชายถ้าเลิกกันก็เป็นคนอื่น แต่ลูกคือไม่ได้ ลูกจะอยู่กับเราตลอดไป
ต้อย : หลังแต่งก็ยังทำงานกันเหมือนเดิม มาเปลี่ยนกันตอนมีลูกมากกว่า เวลาโกรธกันก็จะถามผ่านลูก อย่าง มาม๊าจะไปไหนวันนี้ ลูกก็จะวิ่งไปถามให้
ก้อย : เป็นสะพานเชื่อมให้ (หัวเราะ)

ก้อย - บุญญิตา & ต้อย - สิทธิชัย

นิสัยที่ทั้งคู่เหมือนและต่างกัน
ก้อย : ถ้าเหมือนคือชอบอยู่บ้าน พวกเราเคยไปเจออะไรมาเยอะ ตอนนี้อยู่บ้านเงียบๆ พี่ต้อยชอบปลูกต้นไม้ เพราะเขาชอบปลูกต้นไม้เลยทำให้รู้ว่าเป็นคนอยู่ติดบ้านนะ คือไม่ชอบคนที่ออกไปเที่ยวข้างนอก และไม่ศรัทธากับความรักที่เกิดจากการเจอในสถานที่อโคจร ไม่ได้หมายว่าคนเที่ยวไม่ดี อาจเพราะเราไม่ค่อยเที่ยว แล้วมันมึนๆ เมาๆ เลยมองเราสวยรึเปล่า (หัวเราะทั้งคู่) พี่ต้อยเป็นคนชอบอยู่บ้าน ทำกับข้าว เป็นคนที่ทำให้สิ่งที่พี่ไม่ค่อยทำ เรื่องทำกับข้าวจะเป็นหน้าที่พี่ต้อย เขาจะถามว่าอยากกินอะไร ไปสรรหาแต่ละเมนูมาให้เราทาน ชอบอยู่กับต้นไม้ เราเป็นคนใจร้อนบางครั้งเอาแต่ใจตัวเอง แต่เขาจะเป็นคนที่อยู่กับความเป็นจริง พี่จะเป็นคนที่ชอบอะไรมากๆ เสียใจก็เสียใจมาก เขาจะสอนให้เรารู้ว่าชีวิตคือแบบนี้นะ ไม่ได้เว่อร์อะไร มาเบรกให้เรานิ่ง ไม่พูดไม่มานั่งบอก บางครั้งพี่ดื้อนะ เขาก็ทำให้เห็น อะไรที่เราไม่ชอบก็ไม่ทำ
ต้อย : ผมทำให้ดูมากกว่า เป็นคนคุยไม่เก่ง ก้อยจะพูดมากกว่า พูดจนบางทีผมต้องบอกว่าพอแหละ (หัวเราะ) ถึงตอนทะเลาะแล้วเงียบใส่กัน แต่ผมก็ยังไปรับไปส่ง ภารกิจถือเป็นภารกิจ (หัวเราะ) ก้อยเป็นคนพูดตรง มีอะไรเคลียร์เลย เราไม่มีอะไรปิดบัง กับเขามันเป็นพรหมลิขิตจริงๆ เคยมีแฟนก็เลิกไป แล้วสักพักก็มาเจอก้อย คุยแล้วผูกพัน เราเปิดใจคุยกัน แล้วการมาเป็นสามีภรรยานี่มันคิดเยอะนะ มันต้องใช่จริงๆ
ก้อย : เหมือนเพื่อน เหมือนทุกอย่าง เป็นคนคนเดียวกัน เป็นคนที่ตอบแทนกันได้ทุกเรื่อง ไม่ต้องมาปิดบังระแวดระวัง เขาทำแทนเราได้ และการตามหาคนแบบนั้นมันยากนะ (ยิ้ม) ต่างคนต่างที่มา เขาไม่ใช่สเป็คเราเลยนะ สเป็คชอบผู้ชายขาวๆ ตี๋ๆ แต่เขาเข้มๆ มาเลย แต่มาอยู่ข้างจนเรารู้สึกว่าต้องมีเขาอยู่ข้างๆ ตลอด น้องที่ทำงานเป็นพิธีกรด้วยกันยังถาม พี่มีทหารมาด้วยเหรอคะ (หัวเราะ) มันเป็นความลงตัว ตั้งแต่คบกันเขาจะทำอาหารให้กินตลอด ไปไหนก็ปรุงให้ จนกลายเป็นว่าทุกวันนี้ถ้าเขาไม่ไปด้วยต่อให้กินก๋วยเตี๋ยวพี่ก็ไม่ปรุงนะ ต้องให้เขาปรุงให้ (หัวเราะ) คือกินได้ แต่เขาปรุงอร่อยกว่า
     เราไม่ชอบถ่ายรูป เขาชอบถ่ายรูป เราชอบคุย เขาไม่ชอบคุย เราทำงานเบื้องหน้า เขาทำงานเบื้องหลัง เคยเอาดวงไปดูตอนจะแต่งงาน เขาก็ว่าคู่เราเป็นการเกื้อหนุนกัน ถ้าก้อยดวงไม่ดี พี่ต้อยจะดวงดี เราค่อยๆเรียนรู้กัน พอทำงานด้วยกันก็จะรู้ว่าเขาเน้นปฏิบัตินะ เคยเรียกเขาว่า ต้อย ปฏิบัติ (หัวเราะร่วน) ทำให้ทึ่งว่าคนที่จะอยู่กับเราไปจนแก่เป็นคนแบบนี้นะ

หลักการปรับตัวเข้าหากัน

ก้อย : เราเรื่อยๆ ดูแลกันไป บางครั้งเบื่อก็มีบ้าง งี่เง่ากันก็มี แต่จะไปไหนบ้านมีอยู่แค่นี้
ต้อย : เขาจะถามขอโทษยัง (หัวเราะ)
ก้อย : (หัวเราะร่วน) แล้วพอพี่ต้อยไม่ขอโทษจะบอกว่าไม่อยากให้ครอบครัวมีความสุขหรือไง คือจริงๆ คำว่าขอโทษทำให้หนักกลายเป็นเบาได้ สอนลูกให้หัดขอโทษ  สิ่งสำคัญคือเข้าใจกัน และไม่ทิ้งกันไปไหน ด้วยภาระหน้าที่มีบางคู่แต่งแล้วไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่พี่ว่าแต่งงานควรอยู่ด้วยกัน ช่วยเหลือ ดูแลกัน ถ้าไปคนละทิศคนละทางจะแต่งไปทำไม พออยู่ด้วยกันมันจะปรับเองได้ ถ้าเรารู้สึกห่วงเขากินอะไรหรือยัง อันนี้ไหม้ๆ ห้ามกินนะ ถ้ารู้สึกกับใครได้สักคนแบบนี้แสดงว่าเขาอยู่ในชีวิตเราล่ะ    

มีคำแนะนำให้คนที่กำลังหาคนที่ใช่ไหมคะ
ก้อย : ตามหากันต่อไป (หัวเราะ) เคยตั้งคำถามเหมือนกันว่าทำไมยังไม่มีแฟน แต่ของพวกนี้ไปเร่งไม่ได้ และยิ่งถ้าตั้งใจหา ยิ่งไม่เจอ บางครั้งเชื่อว่าข้างบนลิขิตมาว่าให้คนนี้เป็นคู่กับเรา ให้คนนั้นเป็นอดีต คนนี้เป็นอนาคต ทุกคนมันถูกขีดไว้ เดี๋ยวนี้เราไปทางธรรมเยอะ เพราะด้วยวัย พอฟังแล้วรู้เลยว่ามันมีบุญทำกรรมแต่งด้วยกันมา ชาตินี้เลยมาใช้ชีวิตด้วยกัน มาดูแลลูก แรกๆ เดินประคองจูงมือข้ามถนน เดี๋ยวนี้เหรอ
ต้อย : สะบัด (หัวเราะทั้งคู่) ยังเดินจูงมือกันอยู่นะ (ยิ้ม)
ก้อย : คือต่างคนต่างพุ่งไปที่ลูก หันไปจูงลูกแทน แต่ถ้าบางที่ลูกไม่ได้ไป ก็จะจูงกันเอง
ก้อย - บุญญิตา & ต้อย - สิทธิชัย
อยากจะบอกอะไรแก่คนข้างๆ
ก้อย : พี่ต้อยเป็นพ่อที่ดี ใส่ใจลูกมาก ดูแลลูก ช่วงที่คลอดเขาจะเป็นคนดูแลลูกในตอนกลางคืน ไม่ว่าเช้าจะตื่นไปทำงานเช้าขนาดไหน เขาจะตื่นมาชงนมเอง ดูแลจนทุกวันนี้จริงๆ (ยิ้ม) 
ต้อย : เรามาดูแลกันต่อในวัยชรา พ้นจากตรงนี้ก็ไม่รู้จะไปหาที่ไหนแล้ว (หัวเราะทั้งคู่) ก้อยชอบยึดอดีต ผมจะสอนให้เขาอยู่กับวันนี้และพรุ่งนี้ อยู่กับความเป็นจริง ไม่ต้องไปดูเมื่อวาน
ก้อย : ความเป็นกลางของเขาทำให้เราอยู่กับความเป็นจริงว่าชีวิตมันไม่ต้องโลดโผนอะไรขนาดนั้น เหมือนคนเฉยๆ ที่เดินสายกลาง แต่ทำทุกวันให้ดี ทำอะไรตั้งใจทำ
ต้อย : อะไรที่ไม่มั่นใจจะไม่ทำ ไม่ชัวร์ทำไปทำไม
ก้อย : เรื่องต้นไม้ก็ด้วย พี่ต้อยจะปลูกไอ้ที่มันกินลูกได้ สะท้อนให้เห็นว่าเขาอยู่กับความเป็นจริง เพราะเราต้องกินมัน ต้องไปซื้อที่ตลาดมากิน ปลูกแบบนี้ก็กินไปสิ ส่วนถ้าปลูกดอกไม้มันก็สวยแบบฉาบฉวย
ต้อย : ต้นที่กินไม่ได้เอาออกหมด ตอนนี้ขนุนออกลูกแหละ มะยงมะยม ตะลิงปลิง มีหมด ตอนนี้อยากจะปลูกทุเรียนด้วยนะ ดอกไม้เดี๋ยวใบมันก็ร่วง กินไม่ได้ (หัวเราะ)
ก้อย : บางครั้งพี่ใจร้อนๆ เห็นเขารดน้ำต้นไม้ก็ไปถามว่าทำไมต้องรด เขาก็บอกให้ลองทำดู เออ มันใจเย็นลงนะ ไม่ต้องไปคิดอะไรที่มันกลุ้มใจเลย แค่คิดว่ารดมันให้ทั่ว มองน้ำโดนต้นไม้ (ยิ้ม) อยู่แล้วเราสบายใจ มันทำให้เราเบาลง ไม่ต้องเร่งมาก แต่ถึงเวลามุ่งไป เขาก็ทำเต็มที่นะ ทุกวันนี้พอเห็นลูกแล้วคิดว่าต้องดูแลพ่อเขาให้ดีๆ พ่อแม่สำคัญมากกับเด็ก คิดว่าอยากให้พ่ออยู่กับลูกไปนานๆ ตอนที่คิดว่าอยากมีลูก เพราะเรารักผู้ชายคนนี้ อยากใช้ชีวิตอยู่กับผู้ชายคนนี้ ดังนั้นทุกครั้งที่เห็นหน้าลูก หน้าพ่อจะลอยออกมา มันจึงเป็นเรื่องใหญ่มากนะ เลยอยากจะดูแลเขาให้แข็งแรงไปนานๆ (ยิ้มมองสามี)

ความลับที่เก็บไว้
ก้อย : อันนี้ไม่รู้ว่าพี่ต้อยรู้ไหม ตอนที่เข้าไปในห้องเขาแรกๆ เปิดลิ้นชักมาเจอรูปผู้หญิง พี่ฉีกทิ้งหมดเลย (หัวเราะ)
ต้อย : รู้ (พี่ก้อยหันมาถามว่ารู้เหรอ) ก็รูปมันหายไป
ก้อย : มีรูปแฟนเก่าติดในงานรับปริญญาเขา อันนั้นฉีกไม่ได้ เพราะมีรูปแม่เขาอยู่ด้วย ไม่ได้งอนแค่ขี้หึง แต่ฉีกหมดแล้ว ทำเนียนไป (หัวเราะ)

    บางครั้งคนที่เราคิดว่าใช่ก็กลับไม่ใช่ แต่คนที่ไม่ได้คิดอะไรด้วยเลยกลับใช่ขึ้นมาเมื่อไรไม่รู้ จนวันที่รู้สึกว่าห่วงเขาเป็นพิเศษกว่าใคร ไม่ต้องหวานแหวน โรแมนติกมีดอกไม้มอบให้ แต่ใช้ความจริงใจเสมอต้นเสมอปลายและคงที่ เพียงแค่นี้ก็เป็นรักแท้ที่มีอยู่จริง

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

ขอโสดครั้งสุดท้าย :: หมิว - สิริลภัส

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);