ColumDetail
17
เรื่องเด่นประจำฉบับ : เลือกคู่อย่างไร...ไร้ปัญหา

เรื่องเด่นประจำฉบับ : ปรายปริญ
HUG Magazine ปีที่ 5 ฉบับที่ 1

                                เลือกคู่อย่างไร...ไร้ปัญหา
เลือกคู่อย่างไร...ไร้ปัญหา
           ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย เวลามีความรัก ‘หัวใจ’ มักจะบอกกับ ‘สมอง’ ว่า นี่แหละ..คือคนที่ใช่ คือคนที่เลือก และไม่ว่าคน
รอบข้างจะทัดทานอย่างไร  แต่ถ้าให้ใจไปหมดแล้ว เหตุผลต่างๆ ก็ดูจะลดทอนความสำคัญลงไปทันที
           หลายครั้งที่หลายคนต้องเจ็บปวด ทนทุกข์ทรมานจากความรักที่ตัวเองคิดว่า ‘คนนี้แหละ คือคนที่ใช่ที่สุดแล้ว’ แต่เมื่อเวลาผ่านไป คนที่ ‘ใช่’ คนเดียวกันนั่นแหละ ทำให้คุณเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส
           พอหรือยังกับการทำร้ายตัวเองด้วยการเลือกจาก ‘หัวใจ’ เพียงอย่างเดียว
           สำหรับความรักครั้งใหม่ ถ้าคุณจะเลือกใครสักคน ลองลองพลิกมุมคิด ด้วยการใช้ ‘สมอง’ ทำความรู้จักกับความรักสักทีจะดีไหม?

ลักษณะของคู่ครองที่ดี
          ก่อนที่จะทราบถึงวิธีการเลือกคู่ เรามาดูกันก่อนว่า ‘คู่ครองที่ดี’ มีลักษณะอย่างไร ในหนังสือ ‘ธรรมนูญชีวิต’ ของ พระพรหม
คุณาภรณ์ (ป.อ ประยุตโต)
กล่าวไว้ว่า คู่ครองที่ดีต้องมีหลักธรรมของคู่ชีวิต ให้สอดคล้องกลมกลืนเป็นพื้นฐานอันมั่นคง ทำให้ครองคู่กันยืดยาว หรือเรียกว่า ต้องมีหลัก ‘สมชีวิธรรม 4’ ดังนี้
          1. สมศรัทธา - มีศรัทธาสมกัน เคารพนับถือในลัทธิศาสนา สิ่งเคารพบูชาและหลักการต่างๆ ตลอดจนแนวความสนใจอย่างเดียวกัน หรือปรับเข้าหากันได้ ลงกันได้
          2. สมสีลา - มีศีลสมกัน คือความประพฤติ ศีลธรรม จรรยา มารยาทพื้นฐานการอบรมพอเหมาะสอดคล้อง ไปกันได้
          3. สมจาคา - มีจาคะสมกัน มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความโอบอ้อมอารี มีใจกว้าง มีความเสียสละ ความพร้อมที่จะช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่น ไม่คัดแย้งบีบคั้นกัน
          4. สมปัญญา - มีปัญญาสมกัน รู้เหตุรู้ผลเข้าใจกัน พูดกันรู้เรื่อง

ข้อควรพิจารณาในการเลือกคู่ครอง
           เมื่อคุณพบคนถูกใจ แต่ยังไม่แน่ใจว่า คนคนนี้เหมาะสมที่จะเป็นคนรักของเรา และพร้อมที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ต่อไปหรือไม่  เรามีข้อควรพิจารณาในการเลือกคู่ครองมาฝาก เพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นสำหรับตัดสินใจเลือกใครสักคนมาใช้ชีวิตร่วมกัน
          1. คุณรู้สึกถูกชะตา หรือพึงพอใจในตัวเขาหลายๆ ด้าน เช่น รูปร่างหน้าตา นิสัยใจคอ ท่าทาง การใช้คำพูด ทั้งๆ ที่คนอื่นอาจจะไม่เห็นข้อดีของเขาอย่างที่คุณเห็น
          2. คุณและเขาไม่มีปัญหาเรื่องเชื้อชาติ หรือการนับถือศาสนา เพราะอาจจะเกิดปัญหาต่างๆ ขึ้นในภายหลัง และควรมีทัศนคติด้านต่างๆ ที่สอดคล้องกัน
          3. คุณและเขาต่างชื่นชมยกย่องซึ่งกันและกัน แม้จะทำงานคนละด้านหรือมีการศึกษาแตกต่างกัน
          4. คุณและเขาต่างมีวุฒิภาวะ มีเหตุผล และไม่ใช้อารมณ์ในการปรึกษาหารือเรื่องต่างๆ
          5. คุณและเขามีความปรารถนาและจริงใจต่อกันโดยไม่เคยหวังผลประโยชน์ตอบแทน
          6. คุณและเขามีความขยันหมั่นเพียร มีความตั้งใจในการทำงาน เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัวในอนาคต
          7. คุณและเขามีสุขภาพดี แข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่มองโลกในแง่ร้ายหรือมีปัญหาสุขภาพจิต เพื่อไม่เป็นการสร้างภาระซึ่งกันและกัน
          8. คุณและเขามีพื้นฐานทางเศรษฐกิจใกล้เคียงกัน ไม่เหลื่อมล้ำกันจนเกินไป เพราะจะทำให้เกิดความกินแหนงแคลงใจเรื่องเงินๆ ทองๆ ในอนาคตได้
          9. คุณและเขามีความรักต่อกัน เป็นข้อที่สำคัญมาก เพราะถ้าคุณรักเขาฝ่ายเดียว หรือเขารักคุณฝ่ายเดียว ก็คงไม่สามารถร่วมหอลงโรงหรือใช้ชีวิตร่วมกันได้
          คุณและเขาอาจจะไม่ต้องมีคุณสมบัติตามข้างต้นครบทุกข้อก็ได้ ขอเพียงแค่มีเป็นส่วนใหญ่ และหากคุณสามารถยอมรับความเป็นตัวตนของกันและกันได้มากแค่ไหน การปรับจูนความคิดระหว่างกันเพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ก็คงง่ายขึ้น

ช่วงเวลาสำคัญต่อการเลือกคู่
           หากคุณคิดจะตัดสินใจเลือกใครสักคนมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตอย่างจริงจัง  ช่วงเวลาของการคบกันถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ เวลาในที่นี้ ไม่ใช่ช้าหรือเร็ว หนึ่งปีหรือสองเดือน หากเป็นช่วงเวลาที่คุณทั้งสองมีประสบการณ์ต่างๆ ร่วมกัน โดยแบ่งออกเป็น 4 ช่วงสำคัญ ดังต่อไปนี้
          1. เริ่มต้นความสัมพันธ์
          เมื่อคุณได้มีโอกาสพูดคุย หรือพบเจอใครบางคนอย่างไม่คาดฝัน แล้วเกิดอาการ ‘ปิ๊ง’ เขาหรือเธอคนนั้น  จนหลงเก็บเอาไปปลื้ม ไปฝันถึงเสียหลายวัน  อาการ ‘ปิ๊ง’ ที่ว่านี้ มาจากรูปลักษณ์ภายนอก การพูดคุย และพฤติกรรมที่เขาแสดงออก  ในภาวะแบบนี้ คุณจะเกิดความรู้สึกตื่นเต้น แปลกใหม่ วุ่นวายใจ คลั่งไคล้ และสารพัดอารมณ์ที่ผสมผสานปนเปกันอยู่ ในช่วงนี้ ถือเป็นการเรียนรู้จากรูปลักษณ์ภายนอกระหว่างคุณกับเขาเท่านั้นเอง
          2. เรียนรู้นิสัยใจคอ
          เมื่อได้รู้จักและประทับใจกันในเบื้องต้นแล้ว การสร้างความใกล้ชิดสนิทสนมคุ้นเคย ถือเป็นจุดเริ่มของการศึกษากันและกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องนิสัยใจคอ เป้าหมายของชีวิต คุณจะเริ่มรู้ว่า เขาชอบหรือไม่ชอบอะไร มีไลฟ์สไตล์ใกล้เคียงกับคุณหรือไม่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ภาพที่ได้เห็นในช่วงนี้ มักเป็น ‘ด้านดี’ เสมอ คุณและเขาต่างมองข้ามความแตกต่างระหว่างกัน พยายามทำตัวให้คล้ายคลึงกัน คล้อยตามกัน โดยละทิ้งความเป็นตัวของตัวเองไป และยังไม่กล้าแสดงถึงความต้องการที่แท้จริง เพราะอยากจะเอาใจอีกฝ่ายเป็นสำคัญ อารมณ์ความหวานชื่นและโรแมนติคและความแง่งอน มักเกิดขึ้นในช่วงนี้
          3. มองความแตกต่างเพื่อปรับตัว
          ถัดมาเป็นช่วงต่อของการพัฒนาความสัมพันธ์ให้มั่นคงบนพื้นฐานของความเป็นจริง  หลังจากตกลงเป็นคนรักกันอย่างเปิดเผย คุณและเขาจะเริ่มมองเห็นความแตกต่างของกันและกัน บางคู่รักกันมาก แต่มีปัญหาเรื่องความแตกต่างของฐานะทางสังคม หรือครอบครัวทั้งสองฝ่ายเข้ากันไม่ได้ ทำให้อาจเลิกรากันไปในที่สุด ความแตกต่างที่มักพบในช่วงนี้ ผนวกกับการได้ใช้เวลาร่วมกัน ได้พบเจอเหตุการณ์ต่างๆ ในชีวิตด้วยกัน จะทำให้คุณและเขาเกิดการเรียนรู้ระหว่างกัน จนสามารถยอมรับความแตกต่างและปรับตัวเข้าหากันได้ เกิดความเห็นอกเห็นใจ ร่วมทุกข์ร่วมสุข ห่วงหาอาทร และที่สำคัญคือได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของกันและกันได้มากขึ้น ถ้าคุณและเขาสามารถปรับตัวผ่านจุดนี้ไปได้ จะทำให้ก่อเกิดความสัมพันธ์ที่ยืนยาวสำหรับความรักของคุณ
          4. เตรียมใช้ชีวิตคู่อย่างยั่งยืน
          หลังจากชีวิตรักผ่านทั้งความสุขและอุปสรรคมาแล้ว ระยะถัดมาคือการเตรียมตัวใช้ชีวิตคู่  ซึ่งเมื่อถึงเวลา คุณจะบอกตัวเองได้ทันทีเลยว่า คนนี้แหละ คือคนที่คุณเลือก เพราะเขาหรือเธอนั้นเป็นคนที่อยู่ด้วยแล้วคุณสบายใจ มีความสุขที่ได้อยู่ใกล้กัน พ่อแม่พี่น้องและสังคมรอบข้างเห็นดีด้วยว่าเหมาะสมกัน เคยฝ่าฟันทุกข์สุขและอุปสรรคมาด้วยกัน มีความเสียสละ ยอมรับนับถือในความแตกต่างของกันและกัน และปรับตัวเข้าหากัน ที่สำคัญ คุณทั้งสองพร้อมที่จะมีพันธะผูกพันต่อกันไปตลอดชีวิต

          การตัดสินใจเลือกคู่ครองในช่วงต้นของความสัมพันธ์ ที่มีแต่ความฉาบฉวยลวงตา และยังไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของกันและกัน โอกาสที่จะล้มเหลวก็มีสูง แต่ถ้าคุณตัดสินเลือกในช่วงที่เรียนรู้กันไประยะหนึ่งแล้ว โอกาสที่จะเลือกพลาดก็มีน้อยเพราะคุณได้รู้จักตัวเอง รู้จักเขา ไตร่ตรอง ขบคิด และพิจารณาจนถี่ถ้วนแล้ว
          อนึ่ง ถึงแม้การเลือกคู่ที่ดีและเหมาะสม จะเป็นพื้นฐานสำคัญของความสุขในชีวิตคู่ที่ยั่งยืนภายภาคหน้า แต่ก็ไม่ได้เป็นการการันตีว่าความสุขเหล่านั้นจะมั่นคงไม่เปลี่ยนแปลง เพราะ ‘ชีวิตคู่’ เป็นเพียงการเริ่มต้นผจญภัยครั้งสำคัญในชีวิต ที่ยังคงต้องมีเรื่องเรียนรู้และปรับตัวอีกมากมายด้วยความใส่ใจตลอดระยะเวลาของการใช้ชีวิตร่วมกัน

                           นุ้ย - สุจิรา อรุณพิพัฒน์

เคล็ดลับการเลือกคู่ครอง
ของ ‘นุ้ย - สุจิรา อรุณพิพัฒน์’
           เมื่อถามถึงเคล็ดลับในการเลือกคู่ครอง ดาราสาวและพิธีกรมากความสามารถอย่าง ‘นุ้ย – สุจิรา อรุณพิพัฒน์’ ที่กำลังจะมีข่าวดีกับแฟนหนุ่มนอกวงการทายาทธุรกิจเย็นตาโฟทรงเครื่องมัลลิการ์ ‘ปอนด์ - ชยพล หลีระพันธ์’ เธอบอกว่า “จากประสบการณ์ส่วนตัว นุ้ยคิดว่า ถ้าจะตัดสินใจอะไรเกี่ยวกับการเลือกคู่ครอง ขอให้ผ่านอายุ 25 ไปก่อน เพราะรสนิยมและความคิดจะเปลี่ยนไปตามวุฒิภาวะที่โตขึ้น อยากให้ใจเย็นๆ สมัยเด็กๆ นุ้ยก็คิดแบบเดียวกับที่มีคนเคยพูดว่า ‘ผู้หญิงชอบคนดี รักคนเลว แต่แต่งกับคนรวย’ แถมต้องหล่อด้วยนะ (หัวเราะ) แต่พอมาถึงช่วงอายุหนึ่ง นุ้ยว่าความเข้าใจกันสำคัญมาก เขาอาจจะไม่ใช่คนดีในทุกๆ ด้าน แต่เขาต้องเป็นคนดีสำหรับเรา อย่าให้อะไรมาบังตา และไม่ต้องฟังใครมาก แต่ให้คุยกับคุณพ่อคุณแม่เยอะๆ เพราะท่านอาบน้ำร้อนมาก่อน ท่านจึงมีมุมมองที่น่าสนใจต่อการตัดสินใจของเรา อีกอย่างที่สำคัญคือ ตัวเขาเองก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของคนดี ไม่ทำผิดกฎหมายหรือศีลธรรม เพราะมันจะทำให้เราเหนื่อย เราอุตส่าห์ดูแลตัวเองมา พ่อแม่ดูแลเรามา เรามีต้นทุนของเราอย่างดี จะปล่อยปละละเลยในการเลือกคู่ก็ใช่ที่ เราต้องเลือกสิ่งที่ดีให้กับตัวเอง ซึ่งมันจะมาพร้อมกับวุฒิภาวะที่จะช่วยเราในเรื่องการตัดสินใจ
          คนดีสำหรับนุ้ย คือ คนที่อยู่ด้วยแล้วไม่เหนื่อย เวลานุ้ยเหนื่อยจากข้างนอกมา นุ้ยพักใจได้  ไว้ใจได้ เป็นตัวของตัวเองได้ เพราะเขายอมรับในข้อเสียของนุ้ยในจุดที่เขารับได้ แต่ส่วนที่เขารับไม่ได้ เราเองก็ต้องปรับ ต้องจูนเข้าหากัน เพื่อให้อยู่ร่วมกันต่อไปได้ แต่คุณก็ต้องคิดด้วยนะว่า คุณจะอดทนได้เป็นสิบๆ ปีหรือเปล่า ชีวิตคู่คงไม่ได้อยู่ด้วยกันแค่ปีสองปี เราคงต้องมาคุยกันว่า จะปรับจูนกันได้ไหม ทั้งหมดนี้คือคำขยายของนุ้ยสำหรับคำว่า ‘ความเข้าใจ’ ซึ่งกันและกันนั่นเอง”

 

  
  
new laws

ชิงรักหักเหลี่ยมโหด :: ขนมจีน KAMIKAZE

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

            อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);