ColumDetail
14
สุขภาพสุขเพศ...โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

สุขภาพสุขเพศ : พญ.ชัญวลี ศรีสุโข (chanwalee@srisukho.com)


โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์  

          ปีใหม่มาเยือนหลายเดือนแล้วนะคะ ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ โดยเฉพาะโรคที่เกิดจาก
พฤติกรรมของเราเอง อย่างเช่นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์นะคะ

ถึง พญ.ชัญวลี ศรีสุโข 
          สวัสดีค่ะ ดิฉันติดเชื้อ HPV จากแฟนเมื่อประมาณ 5  ปีที่แล้ว และรักษาในช่วงที่มีอาการแสดงของโรคโดยการจี้ยา
และ  leep  ไปแล้ว  และไม่มีรอยโรค  แต่หลังจากที่รักษาครั้งนั้นก็ไม่ได้ตามผลหรือเช็คอาการเลยค่ะ  ปัจจุบัน  ดิฉันจะมี
อาการตกขาวที่มีกลิ่นแรงและมีสีออกเขียวๆ บางครั้ง ตอนนี้ดิฉันกลัวการที่จะเดินเข้าไปหาหมอในโรงพยาบาล  และกลัว
ที่จะได้เจอหมอผู้ชายค่ะ   (อายด้วย)     จึงอยากจะเรียนถามคุณหมอว่า      มีหมอหรือโรงพยาบาลไหนไหมคะที่จะแนะนำ
หรือคุณหมอเองประจำโรงพยาบาลไหนอยู่ไหมค่ะ ตอนนี้ดิฉันอยู่ในกรุงเทพฯค่ะ แต่ไม่รู้จะไปที่ไหนดี แล้วค่าเช็คอาการ
หรือการรักษามีค่าใช้จ่ายประมาณไหนพอทราบบ้างไหมค่ะ ขอรบกวนคุณหมอด้วยนะคะ และขอขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ

                                               โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

          ตอบ ผู้คนปัจจุบันติดเชื้อเอชพีวีกันมากจริง ๆ  ค่ะ  เอชพีวีคือไวรัสที่ก่อหูด(HPV= Human papilloma virus) ไม่ใช่
เอชไอวีที่ก่อโรคเอดส์นะคะ   สมาคม American  Social  Health  ของประเทศสหรัฐอเมริกา    ประมาณว่าร้อยละ 75 - 80
ของประชากรที่ยังมีเพศสัมพันธ์ ติดเชื้อเอชพีวี!
          เชื้อเอชพีวีถ้าติดแล้วจะมีอาการอย่างไร พบว่าเชื้อเอชพีวีแบ่งเป็น 2 ชนิด คือ
          1. เสี่ยงต่ำที่จะเป็นมะเร็ง อาการที่แสดงคือ อาจจะไม่มีอาการอะไร ตรวจพบจากการตรวจมะเร็งปากมดลูกประจำปี
การป็นหูดหงอนไก่ตามอวัยวะเพศ ปากมดลูก ในช่องปาก ในหลอดลม หรือเป็นหูดตามผิวหนัง
          2. เสี่ยงสูงที่จะเป็นมะเร็ง เช่น เอชพีเวีชนิดที่ 16, 18 ฯลฯ การติดเชื้อเอชพีวีเสี่ยงสูง อาจทำให้เป็นมะเร็งปากมดลูก
มะเร็งช่องปาก หรือมะเร็งทวารหนัก
          ในประสบการณ์ของหมอ   เมื่อบอกคนไข้ผู้หญิงว่าติดเชื้อเอชพีวี   ร้อยละร้อยจะถามว่าติดมาจากไหน    เมื่อตอบว่า
เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ติดมาจากฝ่ายชาย       ส่วนหนึ่งจะกลับไปทะเลาะกับคู่ครอง     พาคู่ครอง  (ชาย)    มาตรวจ
อวัยวะเพศซึ่งส่วนใหญ่ตรวจไม่เจออะไรเพราะไวรัสเอชพีวีนั้นส่วนใหญ่ตรวจหาไม่เจอ ฝ่ายหญิงหลายคนก็คลางแคลงใจ
ว่า ทำไมฝ่ายชายไม่เจออะไร นอกจากทะเลาะกับสามีแล้ว บางสามีของบางคนก็มาทะเลาะกับหมอด้วย
          เอชพีวีนั้นมีมากกว่า   40   ชนิด   อาจติดมาจากห้องน้ำได้  แต่มีโอกาสน้อยมากๆ แม้เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
ที่พบมากที่สุด แต่พบว่าหลังจากติดเชื้อแล้ว ร้อยละ70ของผู้ที่ได้รับเชื้อเอชพีวี เชื้อจะหายไปจากร่างกายเองภายใน 1 ปี
และร้อยละ 90  เชื้อหายไปจากร่างกายเองภายใน  2  ปี  ดังนั้นมีเพียงประมาณร้อยละ  10 เ ท่านั้นที่ยังคงมีเชื้อเอชพีวีอยู่
และอาจก่อมะเร็งปากมดลูก 
          สำหรับเชื้อเอชพีวีที่ทำให้เกิดหูดหงอนไก่    พบว่าเป็นเชื้อที่ติดง่าย   ร้อยละ   70   ของผู้ที่มีเพศสัมพันธ์กับคนมีเชื้อ
จะเกิดหูดหงอนไก่บริเวณอวัยวะเพศ นอกจากนั้นแม้รักษาร้อยละ  50  ก็มักจะกลับคืนมาภายใน 1 ปี ต้องรักษาซ้ำ ทำให้
ก่อให้เกิดความวิตกกังวลมากมาย
          วิธีป้องกันเอชพีวีมี     2    วิธี     ซึ่งทำได้ยากทั้งคู่คือ    รักเดียวใจเดียวตลอดชีวิต    และใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มี
เพศสัมพันธ์
         สำหรับคุณผู้อ่านที่ถามมา เป็นการติดเชื้อเอชพีวีเสี่ยงสูงที่จะเป็นมะเร็ง ทำให้เกิดเซลล์ปากมดลูกผิดปกติ แพทย์จึง
รักษาด้วย   LEEP  (Loop  electro  excision procedure)   คือขริบเอาปากมดลูกออก     หลังจากรักษาควรตรวจติดตาม
ตามแพทย์นัดว่ารอยโรคหายหรือยัง   ซึ่งแพทย์มักจะนัดตรวจหามะเร็งปากมดลูกทุก 4  -  6  เดือน หากตรวจพบอีกจะได้
รักษาทันท่วงที    ระหว่างตรวจติดตามหากมีเพศสัมพันธ์ควรสวมถุงยางอนามัยส่วนอาการตกขาวที่บอกนั้นเป็นตกขาว
ผิดปกติ     ควรได้รับการตรวจภายในอย่างเร่งด่วน     หากอายหมอผู้ชายคุณสามารถโทรศัพท์ไปไถ่ถามทางโรงพยาบาล
หรือคลินิกที่มีสูติแพทย์ผู้หญิงได้    อันที่จริงปัจจุบันหมอสูติผู้ชายมีน้อย   โอกาสเจอหมอสูติผู้หญิงจึงเยอะกว่าอยู่แล้วค่ะ
สำหรับค่าใช้จ่ายในการตรวจภายในนั้น   ขึ้นอยู่กับแต่ละโรงพยาบาลและขึ้นอยู่กับเครื่องมือและยาที่ใช้รักษา   แนะนำว่า
คุณน่าจะไปโรงพยาบาลที่มีประวัติเดิมเคยรักษาอยู่เดิม เพราะจะได้รักษาอย่างต่อเนื่อง 
          อันที่จริงหมอเจอคนไข้หลายคนมากเลยค่ะ   ที่ไม่ตรวจภายในเพราะอาย     กว่าจะมาตรวจก็เป็นมะเร็งระยะลุกลาม
จนรักษาไม่หายขาด ในฐานะสูตินรีแพทย์ขอเรียนว่า จงสละความอายเพื่อรักษาชีวิต

                                              โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

เรียนคุณหมอชัญวลี
          ผมไปเที่ยวมา   ได้ร่วมรักกับหญิงบริการแต่ไม่เสร็จ   แต่ใส่ถุงยางครับ     อารมณ์ช่วงนั้นผมเผลอไปทำออรัลให้เธอ
แต่แค่ผิวเผินคือแค่ผ่าน ๆ  นะครับ   อยากถามว่าผมเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อโรคไหมครับ    เพราะผมไม่แน่ใจว่าฝ่ายหญิงมีโรค
หรือไม่ มีความกังวลมากพอสมควรครับ ช่วยกรุณาตอบคำถามให้ด้วยนะครับ
          ขอบพระคุณครับ

          ตอบ หมอได้รับจดหมายแบบนี้มากทีเดียวค่ะ    ปัญหาพลาดพลั้งเผลอไผลนี้ ทำให้ก่อทุกข์มามากต่อมากทีเดียวค่ะ
เพราะกลัวการติดเชื้อเอชไอวี  (เอดส์)  จากเพศสัมพันธ์ที่เผลอไผล    ทำให้บางคนเครียด   บางคนไม่กล้าแตะต้องลูกเมีย
เพราะกลัวนำเชื้อไปติดลูกเมีย ทรมานจิตใจเป็นอย่างมาก กว่าเวลาจะผ่านไป  แล้วไปตรวจเลือดพบว่าไม่ติดเชื้อเอชไอวี
      อันที่จริง การทำรักด้วยปากกับฝ่ายหญิงที่มีเชื้อเอชไอวี โอกาสติดจากวิธีนี้มีน้อยมาก คือทำรักด้วยปากหนึ่งหมื่นครั้ง
มีโอกาสติดเชื้อเอชไอวีเพียง 4 ครั้ง แต่นั่นหมายถึงคนปกติธรรมดาที่แข็งแรงดี หากคุณไม่แข็งแรง  ภูมิต้านทานร่างกาย
อ่อนแอ หรือฝ่ายหญิงมีเชื้อเอดส์จำนวนมาก    ฝ่ายหญิงมีบาดแผล  หรือในปากคุณมีบาดแผล    อย่างนี้ก็มีโอกาสรับเชื้อ
มากขึ้น ซึ่งนอกจากเอดส์แล้ว โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทุกชนิดก็สามารถผ่านการทำรักด้วยปากได้ ไม่ว่าหนองในแท้
หนองในเทียม หูดหงอนไก่ แผลริมอ่อน ซิฟิลิส เริม
          เมื่อสงสัยว่าจะได้รับเชื้อเอชไอวี คำแนะนำคือ เจาะเลือดตรวจหาภูมิต้านทานเอชไอวีทันทีที่รับเชื้อ และอีก3เดือน
6 เดือน หากไม่พบเชื้อ   ถือว่าปลอดภัย  ในช่วงไม่ปลอดภัยหากมีเพศสัมพันธ์กับภรรยาควรสวมถุงยางอนามัยค่ะ อีกทั้ง
ควรใช้ประสบการณ์ความทุกข์นี้เป็นบทเรียนเตือนใจว่า วันหลังอย่าทำ วันหลังอย่าทำ นะคะ
 

  
  
new laws

ชิงรักหักเหลี่ยมโหด :: ขนมจีน KAMIKAZE

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

            อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);